งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
โจทก์ฟ้องจำเลยและศาลยกฟ้อง ถ้าเป็นฟ้องโดยสุจริต ไม่ผิดฐานฟ้องเท็จ
#แพรวพราว แสงทอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7543/2562
ความผิดฐานฟ้องเท็จ ตาม ป.อ.มาตรา 175 นอกจากจะต้องเอาข้อความเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาแล้ว ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาตาม ป.อ.มาตรา 59 ด้วย เมื่อจำเลยทราบข้อเท็จจริงจาก บ.ว่าไม่เคยไปสอบถามโจทก์ด้วยถ้อยคำตามที่โจทก์เบิกความและจำเลยเข้าใจ ส่วนโจทก์เบิกความเพื่อช่วยเหลือ ล.และ อ. จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เข้าใจเช่นนั้นได้ ดังนั้น การที่จำเลยฟ้องคดีอาญาต่อโจทก์ โดยกล่าวหาว่าโจทก์เบิกความเท็จ จึงเป็นการฟ้องเพราะเข้าใจโดยสุจริตและเชื่อว่าตนมีสิทธิตามกฎหมาย ที่จะฟ้องคดีอาญาได้ การกระทำของจำเลยจึงขาดเจตนาที่จะทำให้เป็นความผิดฐานฟ้องเท็จ จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 175 เมื่อจำเลยไม่มีความผิดฐานฟ้องเท็จแล้ว การที่จำเลยเบิกความและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานไปตามที่ฟ้องนั้น จึงไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จและนำสืบแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตาม ป.อ.มาตรา 177 วรรคสาม และ 180 วรรคสอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2561
ความผิดฐานฟ้องเท็จตาม ป.อ.มาตรา 175 นั้น นอกจากผู้กระทำจะต้องเอาความอันเป็นเท็จมาฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาแล้ว ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาตาม ป.อ.มาตรา 59 ด้วย กล่าวคือ จะต้องรู้ว่าข้อความที่นำมาฟ้องนั้นเป็นเท็จ
จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ต่อศาลว่ากระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จนั้น เป็นเพราะจำเลยที่ 1 เข้าใจว่าโจทก์กระทำความผิดจริง เนื่องจากจำเลยที่ 1 เข้าใจสุจริตมาโดยตลอดว่าที่ดินและแบบแจ้งการครอบครองที่ดินเป็นของตน หาใช่จำเลยที่ 1 นำความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาไม่ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐานฟ้องเท็จ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4162/2536
ความผิดฐานฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175นั้น นอกจากผู้กระทำจะต้องเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่าได้กระทำความผิดอาญาแล้วผู้กระทำจะต้องรู้ว่าความที่นำมาฟ้องนั้นเป็นเท็จ จำเลยทั้งสองร่วมกันฟ้องโจทก์ว่า โจทก์กระทำความผิดอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ โดยบรรยายฟ้องว่าโจทก์ใช้ชายหลายคนให้ทุบทำลายผนังตึกกำแพงด้านหลัง อาคาร ของจำเลยทั้งสองเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเข้าใจว่ากำแพงพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่รู้ว่าความที่นำมาฟ้องโจทก์นั้นเป็นเท็จ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงขาดเจตนาที่จะทำให้เป็นความผิดฐานฟ้องเท็จ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8520/2544
การที่จำเลยที่ 1 ยื่นฟ้องโจทก์เพราะเข้าใจโดยสุจริตว่าตนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทและการที่โจทก์จ้างรถแบ็กโฮเข้าไปขุดดินในที่ดินพิพาทเป็นการรบกวนการครอบครองของจำเลยที่ 1 และทำให้เกิดความเสียหาย การฟ้องคดีของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการฟ้องคดีโดยสุจริตโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิตามกฎหมาย
ปรึกษาข้อกฎหมายสอบถาม 02-948-5700 หรือ 081-616-1425 หรือ 081-625-2161, 081-821-7470