บันดาลโทสะในเรื่องเล็กน้อย อาจทำให้ถึงเจ็บ ถึงตายได้|บันดาลโทสะในเรื่องเล็กน้อย อาจทำให้ถึงเจ็บ ถึงตายได้

บันดาลโทสะในเรื่องเล็กน้อย อาจทำให้ถึงเจ็บ ถึงตายได้

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

บันดาลโทสะในเรื่องเล็กน้อย อาจทำให้ถึงเจ็บ ถึงตายได้

  • Defalut Image

 ปัจจุบันจะมีเรื่องที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่อง คนที่ชอบไปข่มเหงรังแกคนอื่น

บทความวันที่ 2 มี.ค. 2569, 10:11

มีผู้อ่านทั้งหมด 118 ครั้ง


บันดาลโทสะในเรื่องเล็กน้อย อาจทำให้ถึงเจ็บ ถึงตายได้

    ปัจจุบันจะมีเรื่องที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่อง คนที่ชอบไปข่มเหงรังแกคนอื่น เช่น  จับก้นผู้หญิง เยาะเย้ยถากถาง แย่งเมียแย่งผัวเขา   เหตุการณ์แบบนี้ บางครั้งคนที่ไปข่มเหงรังแกเขา อาจมองเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่ถูกกระทำถือว่าเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจ หยามศักดิ์ศรีเขา ก็อาจถึงเจ็บถึงตายได้ ตัวอย่างคดีบันดาลโทสะที่เป็นเรื่องเล็กน้อยใกล้ตัวนำเสนอด้านล่างนี้
1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2503
ผู้ตายให้เด็กไปเรียกจำเลยมาและผู้ตายพูดทวงเงินจำเลยเถียงว่าใช้ให้แล้ว จึงเกิดโต้เถียงกันขึ้นผู้ตายกระชากคอเสื้อจำเลยจำเลยสะบัดหลุดวิ่งหนีขึ้นสะพานไปแล้ว ผู้ตายยังถือไม้โยกสูบน้ำไล่ตามจำเลยขึ้นไปบนสะพานอีกจำเลยจึงฮึดสู้ โดยชักมีดออกมา ผู้ตายถอยหลังตกน้ำจำเลยกระโดดตามทันทีและแทงผู้ตายไปหนึ่งที แล้วก็เลิกลากัน ผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาดังนี้ พอถือได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมและจำเลยได้แทงผู้ตายโดยเหตุบันดาลโทสะในขณะนั้น
2.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2505
ผู้ตายรู้อยู่แล้วว่าหญิงนั้นเป็นภริยาจำเลย ผู้ตายยังพยายามติดต่อทางชู้สาวเอาไปเป็นภริยาจนได้  จำเลยยังมีเยื่อใยติดตามไปพบภริยาและผู้ตายเดินมาด้วยกัน จำเลยวิงวอนให้ภริยากลับไปอยู่กับตน ผู้ตายกลับสบประมาทว่าเป็นหน้าตัวเมีย ผู้หญิงเขาไม่รักจะตามมาทำไม  ดังนี้ถือว่ารุนแรง  สำหรับกรณีเช่นนี้ เป็นเหตุให้บันดาลโทสะด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 72 จำเลยยิงผู้ตายตายจึงได้รับประโยชน์ตามมาตรา 72 เป็นเหตุให้ศาลรอการลงโทษไว้ตามมาตรา 56 ได้
3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2508
ผู้ตายเมาสุรามาชวนจำเลยถึงบ้านเพื่อจะให้ไปดื่มสุราด้วยกัน ครั้นจำเลยไม่ไปและขึ้นมาเสียบนเรือน ผู้ตายยังตามขึ้นมารังควานโดยการกระชากแขนอีก เมื่อจำเลยขัดขืน ผู้ตายก็เข้าปลุกปล้ำจนจำเลยทนไม่ไหวจึงฟันเอาเช่นนี้ จำเลยกระทำโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้านแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม  ตามมาตรา 72
4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 689/2508
ผู้ตายพูดก้าวร้าวจำเลยว่าได้เตะพ่อจำเลยแล้วพูดยั่วจำเลยต่อไปว่า "กูแก่แล้ว ใครเตะพ่อกูก็ต้องเคืองกัน" นายเที่ยงพูดห้ามผู้ตายๆ ด่านายเที่ยง ผู้ตายหันมาหาจำเลยและใช้ปืนตีจำเลย จำเลยยิงปืนไป 1 นัด แต่ไม่ถูกผู้ใด ผู้ตายหันหลังเดินผละออกมา 1 วา จำเลยก็ยิงผู้ตาย พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่าจำเลยได้ยิงผู้ตายเพราะบันดาลโทสะ  โดยถูกผู้ตายข่มเหงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม
5. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2508
ผู้ตายเป็นลูกเขยของจำเลยได้เอาปืนของจำเลยมายิงเล่นจำเลยต่อว่า ผู้ตายโต้เถียงแล้วยิงปืนมาจากในเรือน 2 นัด นัดหลังไปโดยเสาไม้ซึ่งจำเลยแอบนั่งอยู่ สะเก็ดไม้ไปโดนคิ้วจำเลยแตกจำเลยไปหยิบปืนในครัวมายิงผู้ตายขณะผู้ตายหันหลังลงบันไดเรือน  ฟังได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม เป็นเหตุให้จำเลยบันดาลโทสะและการกระทำของจำเลยต่อเนื่องมาจากการที่จำเลยถูกยั่วโทสะ
6. คำพิพากษาฎีกาที่ 1586/2508
ผู้ตายต้องการเล่นไพ่อีก จำเลยไม่ยอมเล่นด้วย ผู้ตายด่าจำเลยด้วยประการต่างๆ เป็นการที่ผู้ตายดูหมิ่นจำเลยซึ่งหน้าด้วยถ้อยคำหยาบคาย  ด่าแล้วด่าอีกจนจำเลยอดโทสะไม่ได้ถือเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงโดยเหตุไม่เป็นธรรม จำเลยจึงตีผู้ตายในขณะนั้นเพราะบันดาลโทสะเช่นนี้ ศาลลดโทษตามมาตรา 72
7. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2509
คืนเกิดเหตุนายมะลิพาผู้ตายมาบ้านจำเลยเพื่อเอาตัวนางประจำภริยานายมะลิ ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยไป ได้พากันขึ้นไปบนเรือนจำเลยซึ่งจำเลยกับพวกนอนกันแล้ว นายมะลิเรียกนางประจำให้เปิดประตูนางประจำไม่เปิด นายมะลิก็ดันประตูเข้าไปจนไม่กลอนหักประตูหัก จำเลยลุกขึ้นมาขัดขวาง นายมะลิและผู้ตายขัดขืนเข้าไปเอาตัวนางประจำให้ได้ นับว่านายมะลิกับพวกกระทำการโดยมิชอบด้วยความอุกอาจปราศจากความยำเกรงจำเลยซึ่งเป็นพ่อตาและเจ้าของบ้าน  เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงและด้วยเหตุไม่เป็นธรรมจำเลยบันดาลโทสะขึ้นในขณะนั้น จึงยิงไปยังนายมะลิและผู้ตายถูกกระสุนปืนจนถึงแก่ความตาย ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นบันดาลโทสะ
8. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2509
ผู้ตายกับนายจำปาทะเลาะกัน ภริยาผู้ตายพูดว่านายจำปา จำเลยร้องห้ามไม่ให้เข้าข้างสามี  แล้วผู้ตายใช้มีดแทงจำเลย จำเลยวิ่งกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 1 เส้นเศษ เอาปืนมายิงผู้ตายตายเช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยยิงผู้ตายทันทีทันใดในขณะบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงโดยเหตุไม่เป็นธรรม
9. คำพิพากษาศาลฎีกาที่  551/2509
จำเลยเห็นภรรยากำลังทำชู้ในห้องครัว ชู้หลบหนีไป จำเลยด่าว่าภรรยาและตบตี ภรรยาต่อสู้ จำเลยใช้ไม้ฟืนตีภริยาจนถึงแก่ความตาย พฤติการณ์เช่นนี้เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72
10. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1682/2509
จำเลยถูกข่มเหงแล้วจำเลยได้ยิงคนที่ข่มเหงในขณะนั้นแต่เนื่องจากคนที่ข่มเหงต่างวิ่งหนีไป กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้เสียหายเข้า จำเลยก็ต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 60 แต่การกระทำของจำเลยนั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากจำเลยถูกข่มเหงโดยไม่เป็นธรรม และกระทำลงไปโดยบันดาลโทสะ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ประกอบด้วยมาตรา 72
11.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 927/2510
ผู้ตายเป็นทหาร จำเลยมีอายุกว่าสิบเจ็ดปีมีอายุน้อยกว่าคนอื่น ๆ ในหมู่นั้นก่อนเกิดเหตุผู้ตายขอยืมปืนจำเลยไปเที่ยว แต่จำเลยไม่ให้ผู้ตายกับจำเลยเถียงกัน มีคนบอกให้ผู้ตายกลับไปเสีย ผู้ตายก็กลับไป แต่แล้วกลับย้อนตามจำเลยมาอีกพร้อมกับพูดว่า พวกมึงแน่สักแค่ไหนกูรู้ไต๋อยู่ แล้วผู้ตายวิ่งเข้ามาใกล้จำเลยจำเลยยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด และวิ่งหนีผู้ตาย ผู้ตายยังวิ่งไล่กับได้ร้องด่าด้วย ดังนี้พฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมฉะนั้น การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย จึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ควรลงโทษจำเลยให้น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72
12.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1713/2511
การที่จำเลยมีครรภ์กับผู้เสียหาย แล้วไปต่อว่าผู้เสียหายเรื่องที่ไม่ไปสู่ขอเลี้ยงดูเป็นภรรยา.ผู้เสียหายพูดโต้ตอบว่า 'มึงยอมให้กูเล่นมึงทำไม'.ดังนี้ ย่อมเป็นการกระทำที่ข่มเหงน้ำใจจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม. เพราะเกียรติยศชื่อเสียงอนาคตของลูกผู้หญิงเช่นจำเลย. มิใช่เป็นอันขาดลงด้วยการปฏิเสธเฉยๆของผู้เสียหายเท่านั้น.แต่ผู้เสียหายได้กล่าวถ้อยคำเย้ยหยันทับถมหาว่าจำเลยเป็นคนใจง่ายเข้าด้วย. อันเป็นการข่มเหงน้ำใจอย่างไร้ศีลธรรม. กรณีต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ที่ศาลจะลงโทษจำเลยให้น้อยลงกว่าอัตราที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้. ในเมื่อจำเลยได้กระทำลงไปทันใดเพราะการบันดาลโทสะ.
13.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1787/2511
จำเลยใช้เท้าถีบฝาเรือนใส่หน้าบิดา. เป็นการกระทำที่บุตรไม่น่าจะทำต่อบิดาก็จริง. แต่บิดาก็เป็นฝ่ายผิดอยู่มากที่เอามีดดาบขนาดใหญ่เข้าไปจะแทงจำเลย. เป็นการใช้สิทธิความเป็นบิดาเกินควร. ถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม. จำเลยตีมีดดาบหลุดจากมือบิดาไปแล้วก็หยิบมีดดาบนั้นมาทำร้ายบิดาในเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดติดกันนั่นเอง. ถือได้ว่ากระทำลงโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72.

แม้จำเลยให้การรับสารภาพและไม่ได้ยกเรื่องบันดาลโทสะขึ้นต่อสู้. เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่ามีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยจะได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ. ศาลก็ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้.
14.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2512
จำเลยเป็นหญิงมีภาระต้องเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงน้องให้ได้รับการศึกษาชั้นมหาวิทยาลัย และส่งเงินเลี้ยงบิดามารดา.จำเลยรักใคร่ได้เสียกับผู้ตายจนจำเลยตั้งครรภ์ ผู้ตายก็ตีตนออกห่าง ไม่ยอมพบ. จำเลยโทรศัพท์ไปหลายครั้งก็ไม่ยอมพูดด้วย. วันเกิดเหตุจำเลยได้ไปคอยพบผู้ตายและพูดเรื่องที่จำเลยมีครรภ์. ผู้ตายว่าจำเลยว่า บอกให้เอาออกก็ไม่เอาออก. ผู้ตายไม่ยอมรับว่าเป็นพ่อเด็ก.ทั้งยังว่าจำเลยว่า อยากหน้าด้านไปหาผู้ตายเองและว่าพ่อแม่จำเลยไม่สั่งสอนให้ดี. อันเป็นการดูถูกเหยียดหยามกดขี่ข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม. จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายในขณะนั้น เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72.
15.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2514
จำเลยเกิดปากเสียง ด่าทอแล้วใช้มือผลักซึ่งกันและกันกับพวกคนหนึ่งของผู้ตาย ผู้ตายเข้าห้ามให้แยกกันและใช้มือตบหน้าจำเลยไป 1 ที โดยมิได้แสดงอาการว่าจะทำร้ายจำเลยด้วยอาวุธอะไรต่อไปอีก จำเลยได้ชักมีดออกแทงผู้ตายไปทันทีถูกผู้ตายเป็นแผลฉกรรจ์ถึง 3 แผล ถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยจะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันตนเองให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึงหาได้ไม่และการที่ผู้ตายใช้มือตบหน้าจำเลยก่อนเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยแทงทำร้ายผู้ตายไปในขณะนั้น จึงเป็นการกระทำความผิดด้วยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72
16.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 551/2514
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ตายเคยหลอกล่วงเกินจำเลยทางประเวณีมาก่อน แล้วผู้ตายยังด่าว่าใส่ความจำเลยหาว่าจำเลยเป็นคนชั่วช้าในทางประเวณีต่อหน้าสามีของจำเลยอีก เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายไปในขณะนั้น 6 นัดถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นด้วยบันดาลโทสะ
17.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048 - 1049/2514
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจออกตรวจท้องที่ไปพบพวกผู้ตายหลายคนถือไม้และท่อนเหล็กจับกลุ่มกันในเวลาวิกาล จำเลยจึงเข้าไปสอบถามพร้อมกับแจ้งว่าเป็นตำรวจ และเมื่อจำเลยเอื้อมมือจะเอาไม้หรือเหล็กจากพวกผู้ตาย พวกผู้ตายก็เข้ากลุ้มรุมตีจำเลยจนศีรษะแตก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้มิใช่เป็นการที่จำเลยสมัครใจวิวาทกับผู้ตายและพวกจำเลยจึงมีสิทธิป้องกันตัวได้ แต่เมื่อจำเลยถูกผู้ตายกับพวกรุมทำร้ายจนล้มลงแล้ว จำเลยได้ชักปืนออกมา ผู้ตายกับพวกก็วิ่งหนี จำเลยจึงยิงไปทางพวกผู้ตายที่กำลังวิ่งหนี กระสุนถูกผู้ตายเข้าทางด้านหลัง2 แผลถึงแก่ความตายทันทีห่างจากจุดที่เกิดตีกัน 19.90 เมตร เช่นนี้แสดงให้เห็นว่าภยันตรายที่จะเกิดแก่จำเลยได้ผ่านพ้นไปแล้ว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นป้องกัน

การที่จำเลยถูกผู้ตายกับพวกเข้ากลุ้มรุมทำร้ายเอาก่อน ถือได้ว่าจำเลยได้ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยจึงยิงผู้ข่มเหงในขณะนั้นถึงตาย เข้าลักษณะการกระทำโดยบันดาลโทสะ
18.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2515
จำเลยเห็นผู้ตายกำลังชำเราภริยาจำเลยถึงในห้องนอนแม้จะไม่ใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่กินกันมา 13 ปี และเกิดบุตรกับจำเลย 6 คน จำเลยจึงใช้มีดพับเล็กที่หามาได้ในทันทีทันใด แทงผู้ตาย 2 ที และแทงภริยา 1 ที ดังนี้ เป็นการกระทำความผิดเพราะบันดาลโทสะ
19.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2515
ผู้ตายเคยลวนลามภรรยาจำเลยมาแล้วครั้งหนึ่ง วันเกิดเหตุจำเลยกลับจากเก็บถั่วขึ้นไปห้างไร่ของจำเลย เห็นผู้ตายกำลังกอดรั้งตัวภรรยาจำเลยอยู่ จำเลยเกิดโทสะพอจำเลยร้องว่าผู้ตาย ผู้ตายก็ผละออกกระโดดหนีลงจากห้างไร่จำเลยคว้าได้ปืนยาวที่พิงไว้ข้างฝาลงบันไดตามไปยิงผู้ตายที่พื้นดิน ซึ่งขณะนั้นเดินออกไปห่างจากห้างไร่ 3 วากระสุนปืนถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ด้วยความบันดาลโทสะ
20.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2792/2515
จำเลยกับนาง ก. ผู้ตายเป็นสามีภรรยากันประมาณ 16 ปีโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน 3 คน อยู่กินร่วมเรือนเดียวกันจนถึงวันเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุ 2 ปี ผู้ตายกับ ท. สนิทสนมกันชอบไปเล่นการพนันด้วยกันและเป็นชู้กัน เวลาจำเลยไม่อยู่บ้าน ท.มาหลับนอนในห้องเดียวกับผู้ตายที่บ้านจำเลย บุตรจำเลยก็เห็นคนอื่นก็เล่าลือกัน จำเลยเคยขอร้องทั้งผู้ตายและ ท. ไม่ให้เกี่ยวข้องกันก็ไม่มีใครเชื่อ ยังนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กันไปมาเสมอเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจของจำเลยเป็นอย่างยิ่งจำเลยมิใช่คนดุร้าย วันเกิดเหตุ ท. ให้ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปส่งบ้านจำเลยแลเห็นจำเลยขณะจำเลยกำลังเดินไปตามซอยทางเข้าบ้านก็มิได้ส่งผู้ตายลงตรงนั้นกลับขับขี่รถผ่านจำเลยไปห่างเพียง 1 วา ด้วยความทระนงองอาจปราศจากความยำเกรงจำเลยผู้เป็นสามีเป็นการเย้ยหยันสบประมาทอย่างร้ายแรง พฤติการณ์เช่นนี้นับได้ว่าเป็นการกระทำที่กดขี่ข่มเหงในทางจิตใจของจำเลยอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เมื่อจำเลยพบเห็นภาพดังกล่าวโดยบังเอิญโดยมิได้คาดคิดไม่สามารถอดกลั้นโทสะไว้ได้จึงใช้ปืนยิงผู้ตายกับ ท. ไปในทันทีทันใด ดังนี้ กรณีต้องด้วยมาตรา 72 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 38/2515)
21.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 550/2517
ผู้ตายเมาสุรามาด่าจำเลยโดยไม่ออกชื่อ แล้วเข้าบ้านไปถือมีดดาบมาท้าทายจำเลยอีก จำเลยถือไม้ไผ่ด้ามพลั่วอันหนึ่งเดินไปหาผู้ตาย ต่างพูดท้าทายกัน แล้วผู้ตายใช้มีดดาบฟันจำเลยก่อน จำเลยหลบทันและล้มลงยังพื้นดินแล้วจำเลยลุกขึ้นใช้ไม้ไผ่ที่ถือมานั้นตีผู้ตายถึงแก่ความตาย การที่จำเลยถือไม้เดินไปหาผู้ตาย เป็นการแสดงความสมัครใจจะต่อสู้กับผู้ตาย จำเลยจะอ้างการป้องกันไม่ได้ แต่การที่ผู้ตายมาด่าจำเลย แล้วกลับไปเอามีดดาบมาท้าทายจำเลยอีก และยังเป็นฝ่ายลงมือฟันจำเลยก่อนด้วย เช่นนี้ เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ต้องถือว่าที่จำเลยตีผู้ตายไปในขณะนั้น เป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ

ปรึกษาข้อกฎหมายสอบถาม 02-948-5700 หรือ 081-616-1425 หรือ 081-625-2161, 081-821-7470


 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก