ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง|ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2563

บทความวันที่ 6 ม.ค. 2564, 11:40

มีผู้อ่านทั้งหมด 586 ครั้ง


ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2563
            ความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร  ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกในแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งที่จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษให้จำเลยในความผิดทั้งสองฐาน เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว
             ฎีกาของจำเลยที่ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพเป็นการขอแก้ไขคำให้การจากที่ให้การปฏิเสธเป็นให้การรับสารภาพซึ่งไม่อาจกระทำได้เพราะการแก้ไขคำให้การจะต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา 163 วรรคสอง แต่การที่จำเลยยื่นฎีกาขอให้การรับสารภาพในชั้นฎีกาถือว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริง โดยไม่โต้แย้งข้อที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน และฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นนี้  ดังนี้ คดีฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานดังกล่าวตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 1

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก