WebBoard :กฎหมาย|ฟ้องเรียกค่าส่วนต่างรถจักรยาน

ฟ้องเรียกค่าส่วนต่างรถจักรยาน

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

ฟ้องเรียกค่าส่วนต่างรถจักรยาน

  • 126
  • 1
  • post on 28 ส.ค. 2566, 17:44

สวัสดีค่ะ เราอยากสอบถามและปรึกษาคะคือเราออกรถกับทางบริษัทลิสซึ่งมาใช่ไหมคะทีนี้ออกรถมาได้5เดือนรถก็มีปัญหาคะแบตไม่ดีแบตเสื่อมคะซึ่งปกติแล้วมันต้องมีการใช้งานมาอบ่างต่ำ1ปีถึงจะเริ่มเข้าเสื่อมสภาพเราพิมพ์ถูกไหมคะทีนี้พอผ่านไปได้3เดือนเราก็ไม่ได้จ่ายงวดรถไปคะเพราะไม่มีเงินตอนนั้นตกงานคะยังไม่ได้หางานทำเพราะช่วยแม่ดูแลคนชราคะทีนี้ทางบริษัทก็โทรมาเพื่อที่จะทวงค่างวดรถแต่เราไม่มีเงินจ่ายเค้าจึงยื่นข้อเสนอใฟ้เราคืนรถหรือยึดรถนำรถไปขายที่ตลาดเราลังเลมากคะเพราะแฟนก็ไม่อยากให้คืนแต่เราไม่มีเงินจ่ายค่างวดรถแล้วเราจึงจำใจคืนรถเค้าไปแล้วนำมันไปขายท่่ตลาดประมูลทีนี้ผ่านไปได้เดือนกว่าเค้าก็โทรมาค่ะแจ้งกับเราเรื่องให้จ่ายค่าส่วนต่างเค้าจะให้เราจ่าย30,000แต่เราไม่มีเงินก้อนเลยเค้าเลยแจ้งว่าถ้างั้นให้ผ่อนชำาะแบบง่วงแต่จ่ายงวดล่ะ7,500ซึ่งเงินเดือนเรามีไม่ถึงขนาดนั้นคะ(อันนี้เราพึ่งได้งานมาแต่เงินเดือนมันน้อย)เราเลยบอกเค้าว่ามีไม่ถึงขนาดนั้นเค้าเลยแจ้งว่างั้นผ่อนเดือนล่ะ2,000แต่เป็นแบบดึงบัญชีไว้กับทางบริษัทซึ่งเราไม่ยอมคะเราไม่อยากเสี่ยงบัญชีเงินมันสำคัญกับเรามากเลยพยายามคุยเจรจาทุกทางก็ไม่ได้ผลคะเค้าจะให้เราจ่ายเป็นก้อนรึจ่ายแบบดึงบัญชีอย่างเดียวเลยเค้าทักไลน์ในข้อความมาประมาณนี้คะ" หรือจะผ่อนจ่ายเดือนละ2000บาทขั้นต่ำในการดึงบัญชีไว้ไม่ให้ส่งฟ้อง ผ่อนเข้ามาทุกเดือนจนกว่าจะมีเงินก้อนเจรจาถ้าส่งฟ้องศาลคุณอาจต้องจ่ายเป็นเงินก้อนหรือไม่ก็ไม่สามารถขอส่วนลดใด้เลย คุณรู้ใช่ไหม ลองศึกษาดูดีๆครับสร้างหนี้ได้แต่ต้องจ่ายตามกฎหมาย" ประมาณนี้ค่ะ(ข้อความนี้เราคัดลอกมาจากทางไลน์ที่ได้คุยกัน)เราจะทำยังไงคะตันไปหมด

โดยคุณ Faiisuga (xxx) 28 ส.ค. 2566, 17:44

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

การเช่าซื้อ


 ดังที่คุณประสบอยู่  เมื่อมีปัญหาส่งงวดไม่ได้  และคืนไป เมื่อมีขายฯรถ ก็คงอ้างว่ายังไม่คุ้มราคา  ก็จะเรียกร้องส่วนต่างจากผู้เช่าซื้อ...เมื่อมาถึงจุดนี้ ก็มีทางเดียวคือใช้การเจรจาต่อรองขอผ่อนจ่ายไปตามที่เหมาะสม...ถ้าไม่จ่าย  อาจจะมีการฟ้อง เป็นคดี ผบ.(คดีผู้บริโภค)  ศาลก็จะนัดให้เจรจากันอีก  ถ้าการเจรจาไม่สามารถตกลงกันได้  ศาลก็จะพิพากษาไปตามรูปคดี  เท่าที่พบมา  การที่เรานำรถไปคืน  ศาลจะมีการหักกลบลบหนี้  ค่อนข้างละเอียด  อาจจะลดหนี้ลงค่อนข้างมาก  อาจเหลือ 40-50 % คือเหลือประมาณ หมื่นสองหมื่น  ก็ยังมีช่องทางเจรจากันได้อีก   แต่ถ้าการเจรจาไม่เป็นผล  เจ้าหนี้ก็คงติดตามยึดทรัพย์ของลูกหนี้ มาขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้ตามคำพิพากษาได้  ถ้าคุณไม่มีทรัพย์สินใดๆให้ยึด  ก็ไม่มีความผิดอะไร  เพราะเป็นเรื่องทางแพ่ง   เจ้าหนี้ก็ทำได้เพียงรอการบังคับคดีไป  10 ปี  นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งในความเป็นจริง คงไม่ใครไปรอนานปานนั้น  ก็คงแทงบัญชีเป็นหนี้สูญ   แม้คุณไม่ความผิดใดๆ แต่ก็ย่อมเสียเครดิต   ติดแบล็คลิส  อาจจะทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินลำบาก....สิ่งสำคัญเมื่อมีหมายศาลมาที่บ้านควรรับไว้ และอ่านให้เข้าใจ  และไปตามวันเวลาที่  นัด การไปเจรจาที่ศาลอาจจะมีทางออกที่เหมาะสมได้...อย่าไปเชื่อผิดๆว่า เมื่อมีหมายศาลมา เราไม่ต้องรับ  คือไม่รับก็ไม่ผิดอะไร  แต่กฎหมายก็มีกระบวนปิดหมาย  และพิจารณาลับหลังจำเลยได้  ซึ่งคงต้องใช้หนี้เต็มตามฟ้อง   แต่ถ้าไปศาล มีการเจาจรต่อรอง คงลดภาระลงอาจเป็นครึ่งก็ได้   ด้วยความปรารถนาดี ครับ

โดยคุณ มโนธรรม เจษฎาสาธุชน 29 ส.ค. 2566, 14:31

แสดงความเห็น