วิเคราะห์คดีเล่าต๋า ศาลยกฟ้อง|วิเคราะห์คดีเล่าต๋า ศาลยกฟ้อง

วิเคราะห์คดีเล่าต๋า ศาลยกฟ้อง

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

วิเคราะห์คดีเล่าต๋า ศาลยกฟ้อง

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวเกี่ยวกับศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องคดีเล่าต๋า แสนลี่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า

บทความวันที่ 17 พ.ย. 2550, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9698 ครั้ง


 

 

                                                วิเคราะห์คดีเล่าต๋า ศาลยกฟ้อง

              

        หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวเกี่ยวกับศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องคดีเล่าต๋า แสนลี่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เคยเป็นเลขานุการส่วนตัวให้กับขุนส่า เนื้อหาของข้อเท็จจริงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มีข้อเท็จจริงดังนี้

            ศาลฎีกายกฟ้อง ?เล่าต๋า แสนลี่? กับบุตรชาย ที่ห้องพิจารณาคดี 609 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.00. วันที่ 16.. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดียาเสพติด ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 70 ปี กับบุตรชาย นายวิจารณ์ แสนลี่ อายุ 31 ปี และนายสุขเกษม แสนลี่ อายุ 27 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับ

ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดฐานครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และ 3 มีความผิดฐานครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต 4 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสาม ในฐานความผิด สมคบกันตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดฐานมีวิทยุสื่อสารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นฎีกาขอศาลลงโทษจำเลยตามความผิด ส่วนจำเลยยื่นฎีกาขอให้ศาลยกฟ้อง

            ตามโจทก์ฟ้องสรุป ว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.. 46 นายสมศักดิ์ หรือดำ พิมพิมาย จำเลยในคดีค้ายาเสพติดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ให้การซัดทอดถึงจำเลยทั้งสามว่า มีส่วนร่วมในการสมคบค้าเฮโรอีนหนัก 336 กรัม คิดเป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์ 280.455 กรัม ต่อมาเจ้าหน้าที่บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จึงขออนุมัติหมายจับจากศาล เมื่อวันที่ 12 มิ.. และนำกำลังเข้าจับกุมจำเลยทั้งสาม ได้ที่บ้าน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน เครื่องวิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง โทรศัพท์ มือถือ 1 เครื่อง และกล้องส่องทางไกล

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ เป็นพยานแวดล้อม ไม่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ เบิกความมีพิรุธน่าสงสัยหลายประการ อาทิ เรื่องเงินจำนวน 200,000 บาท ที่ใช้ในการล่อซื้อ ไม่มีหลักฐานการเบิกจ่ายจากหน่วยงาน ต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ และพยานโจทก์เองก็ไม่ทราบว่าผู้บังคับบัญชาจะส่งเงินให้กับสายลับโดยตรงหรือไม่ และนำเงินจากที่ใดไปมอบให้ เป็นเหตุให้สงสัยว่าจะมีการล่อซื้อยาเสพติดจริงหรือไม่ อีกทั้งคำให้การของพยานโจทก์ปากนายสมศักดิ์ เป็นคำให้การในลักษณะซัดทอด อาจเกิดจากการถูกจูงใจของพนักงานสอบสวนกันไว้เป็นพยานและสั่งไม่ฟ้อง

โจทก์ไม่นำสายลับมาเบิกความในถึงเหตุการณ์ขณะล่อซื้อยาเสพติด รวมทั้งจากการตรวจค้นบ้านพักของจำเลยทั้งสามไม่พบยาเสพติดหรืออุปกรณ์การเสพแต่อย่างใด อีกทั้งจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด เห็นว่าพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังให้ลงโทษจำเลยได้ ที่ศาล อุทธรณ์ที่พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษา ยืนให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสาม

       จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายเล่าต๋า แสนลี่ ไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเล่าต๋า เป็นจำเลยในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยการจ้างวาน ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 610 โดยในคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องไปเมื่อวันที่ 16 พ.. 2548 ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นฎีกาขอให้ศาลลงโทษ ส่วนจำเลยยื่นฎีกาขอให้ศาลยกฟ้อง

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า พยานในคดีนี้ยังมีความน่าสงสัยตามสมควรว่าเบิกความไปตามจริงหรือไม่ เนื่องจากการเบิกความของพยานโจทก์ปากนายสมศักดิ์ หรือดำ พิมพิมาย เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ว่ารู้จักกับจำเลย แต่ไม่มีหลักฐานใดพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ของพยานและจำเลยในเรื่องยาเสพติด และจำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนายสมศักดิ์ เป็นเพียงพยานบอกเล่า เพราะไม่รู้ เห็นเหตุการณ์ในการกระทำผิดของจำเลย โจทก์ไม่มีหลักฐานอื่นมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยทำผิดตามฟ้องที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืนให้ ยกฟ้องจำเลย

            ภายหลังทราบคำพิพากษานายเล่าต๋า พร้อมลูกชายและญาติเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยืนชูมือให้ช่างภาพ ถ่ายรูป ก่อนเปิดเผยความรู้สึกว่า ดีใจที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องทั้งสองคดี ที่ผ่านมาไม่รู้สึกเครียดแต่อย่างใด เพราะแน่ใจว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุมตน ต่อข้อถามว่ารู้จัก กับขุนส่า ราชายาเสพติดหรือไม่ นายเล่าต๋า ยิ้มก่อนกล่าวว่า รู้จักแต่ในทีวีที่ดูข่าว ส่วนหลังจากนี้จะกลับไปทำไร่พริก ไร่กาแฟ ใช้ชีวิตตามปกติ

ด้านนายวิจารณ์ แสนลี บุตรชายนายเล่าต๋า กล่าวว่า อยากติงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในการจับกุมผู้กระทำผิดคดีต่างๆนั้น ควรดำเนินคดีเฉพาะบุคคลที่กระทำความผิด ไม่ใช่จับกุมเหมารวมทั้งครอบครัวเช่นนี้ ทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องได้รับความเดือดร้อน โชคดีที่ลูกตนอายุเพียง 3 ขวบ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกจับกุมไปด้วย

            ด้านนายเริ่ม ชาวอ่างทอง ทนายความจำเลย กล่าวว่า เมื่อศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องทั้งสองสำนวนถือว่าคดีสิ้นสุดแล้ว แต่อย่างไรก็ตามนายเล่าต๋าและบุตรชายคงไม่มีสิทธิ์ที่ได้รับการชดเชยในการถูกจับกุมคุมขังเพราะเป็นคดียาเสพติด ไม่ใช่คดีอาญา ถือว่าเป็นเคราะห์กรรมของนายเล่าต๋าและบุตรชาย ซึ่งจะเป็นบทเรียนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมผู้บริสุทธิ์เพื่อต้องการสร้างผลงาน ซึ่งนายเล่าต๋าคงจะไม่ฟ้องกลับแต่อย่างใด

            ทนายคลายทุกข์ขอวิเคราะห์คดีนี้ว่า ทำไมศาลฎีกาจึงพิพากษายืน

 

1.   คดีนี้มีโทษถึงขั้นประหารชีวิต การรับฟังพยานหลักฐานของศาล จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยยึดหลักปล่อยคนผิดร้อยคน ดีกว่าลงโทษคนผิดเพียงหนึ่งคน

 

2.   พยานหลักฐานที่จะใช้ยืนยันว่ามีการสมคบกันกระทำความผิดจะต้องเป็นพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์โดยตรง ที่เรียกว่า ประจักพยาน

 

3.   คดีนี้โจทก์ไม่มีประจักพยานมายืนยันว่า จำเลยสมคบกันตั้งแต่สองคนกระทำความผิดจริงหรือไม่ คดีจึงไม่มีความน่าเชื่อถือพยานหลักฐานโจทก์

 

4.   พยานหลักฐานของตำรวจ ไม่น่าเชื่อถือ เป็นพยานบอกเล่าและพยานแวดล้อม ซึ่งห่างไกลกับเหตุการณ์เกินกว่าที่จะนำมาโยงว่าจำเลยในคดนี้กระทำความผิด

 

5.   พยานโจทก์ที่นำมาเบิกความเป็นลักษณะพยานซัดทอด ซึ่งคนที่ซัดทอดก็เป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเหมือนกัน แต่ที่เบิกความซัดทอดจำเลยในคดีนี้นั้นเกิดจากการได้รับการจูงใจจากพนักงานสอบสวนว่ากันไว้เป็นพยานหรือไม่สั่งฟ้อง คำเบิกความพยานพวกนี้ศาลมักไม่รับฟัง เพราะมีส่วนได้เสียในการกระทำความผิด

 

6.   ของกลางคือยาเสพติดที่ถูกกล่าวหา ไม่ได้อยู่กับตัวจำเลยหรือในบ้านพักของจำเลย

 

7.   และที่แย่กันไปใหญ่ อ้างว่ามีสายลับไปล่อซื้อ โดยใช้เงินสดถึงสองแสนบาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก แต่ไม่มีหลักฐานในการเบิกจ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐต้นสังกัด ผิดวิสัยการล่อซื้อ และพยานที่เกี่ยวข้องการล่อซื้อยังไม่ทราบเลยว่า ผู้บังคับบัญชาส่งเงินให้สายลับโดยตรงหรือนำเงินมาจ่ายที่ใด แสดงให้เห็นว่าไม่มีการล่อซื้อจริง น่าจะเป็นพยานเท็จ

 

8.   ความสัมพันธ์ระหว่างขุนส่ากับจำเลยในเรื่องการค้ายาเสพติด ตำรวจเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีพยานหลักฐานใดพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ดังกล่าว คำเบิกความของตำรวจจึงไม่มีความน่าเชื่อถือเลย

 

9.   คดีนี้เป็นบทเรียนของตำรวจ ปปส.และตำรวจไทย ในการจะสืบสวนจับกุมหรือยัดข้อหาใคร ควรจะหาพยานหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อน มิใช่จับกุมเหมารวมทั้งครอบครัว ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยากที่ตำรวจไทยจะแก้ไขในมุมมองของทนายคลายทุกข์

 

            ?อย่าขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิด โดยอาศัยความเชื่อหรือสายข่าวของตัวเอง โดยจับกุมปราศจากพยานหลักฐาน

               บาปกรรมจะตกอยู่กับตำรวจเอง?

 

ขอขอบคุณเนื้อหาของคดีความจากเวปไซด์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เพื่อประโยชน์ให้ความรู้ทางกฎหมายกับประชาชน

               

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14

 ตำรวจแย่งผลงานกันเองทำให้พยานหลักฐานอ่อน(ทำงานเอาหน้า)คนบริสุทธิเดือดร้อน

โดยคุณ Jana'j 19 พ.ย. 2556, 19:00

ความคิดเห็นที่ 13

 เลาต๋า เป้นคนบ้านเราเอง  เห็นด้วยกันทุกวัน

เค้าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง  ทำงานไร่กาแฟ

ทุกวันเลย ขยันมาก  เก่งครับพี่

โดยคุณ 27 ส.ค. 2555, 19:38

ความคิดเห็นที่ 12

ที่อำเภอหนึ่งมีคำขวัญว่า

รักในหลวงห่วงเล่าต๋าร่วมกันค้ายาเสพติด

เด็กมันเขียนเล่นสงสัยไม่รู้เรื่องแต่ก้อสร้างรอยยิ้มให้ผมเลยทีเดียว

โดยคุณ องการะพินทุกังชาตัง 9 มิ.ย. 2555, 14:58

ความคิดเห็นที่ 11

เขาเคยมีเงินถึง 2000 ล้านบาท ทำการค้าอะไร ได้มาอย่างไร นี่ก็เป็นปัญหา เงินจำนวนนี้มากนะครับ แต่อย่างไรก็ต้องเคารพการตัดสินของศาลครับ เพียงแต่มันคาใจเท่านั้นเอง

โดยคุณ ป้อมเพชร 24 เม.ย. 2555, 17:25

ความคิดเห็นที่ 10

ศาลทำถูกต้องที่สุดแล้ว เป็นกำลังใจให้คุณเล่าต๋าด้วยคนที่ไม่มีหลักฐานแล้วกล่าวหาคนอื่นคุณนั่นแหละเลวกว่าเขาอี

โดยคุณ กุหลาบขาว 5 เม.ย. 2555, 11:20

ความคิดเห็นที่ 9

อ่าส์ !เค้านอนห้องเดียวก่ะพี่หนูเลยค่ะ แต่พี่หนูเค้าหลุดออกมาแล้ว

โดยคุณ PloyRii 14 ก.พ. 2555, 17:38

ความคิดเห็นที่ 8

ทำไมละ

โดยคุณ 16 มี.ค. 2554, 22:07

ความคิดเห็นที่ 7

เล่าต๋ามีฉายาว่าราชายาเสพติตโลก  แต่ก็ยังหลุดจากคดีต่างๆ

โดยคุณ Name 6 พ.ย. 2553, 21:38

ความคิดเห็นที่ 6

ขอบคุญมาก

โดยคุณ 21 ก.ย. 2553, 13:29

ความคิดเห็นที่ 5

เค้าเคยโดนจับหลายครั้ง

จนนับม่ายไหวจะเคลียร์เลยล่ะ

แต่เขาก้อออกาดัยทุกครั้ง

และเค้าม่ายเคยเอายาไว้ที่บ้านหรอ

คิดดูดิ ถ้าคุณเปณเค้า

คุณจะเอาไว้ที่บ้าน

รอหัยคุกมาหาคุณหรืองัยครับบบ

โดยคุณ ผู้ก่อการดี 28 ส.ค. 2553, 14:18

ความคิดเห็นที่ 4

เขาค้ายามานานแล้ววว

แต่ก้อม่ายมีคัยกล้าทำเค้า

ตำรวจนั่นนะ

รู้เกือยทุกคนแหละ

ว่าเค้าค้ายานรก

แต่มิอาจทำรัยดัย

เพราะเค้ามีเส้นสาย

โดยคุณ ผู้ก่อการดี 28 ส.ค. 2553, 14:15

ความคิดเห็นที่ 3

เล่าตาค้ายาเสพติดมา40ปีไม่เคยมีคดีใหนที่เล่าต๋าไม่หลุด

โดยคุณ หนุ่ม 26 ม.ค. 2553, 21:44

ความคิดเห็นที่ 2

ยอมรับว่าตำรวจคือต้นธารแห่งความยุติธรรมแต่.....สายธารที่ไหลมาจากต้นธารนั้นบางครั้งมิได้เป็นสีสดใสบริสุทธิ์ยุติธรรมเสมอไปดอก.......กล้ายืนยันเพราะครอบครัวผมเจอมาแล้ว..พี่กะน้องนอนในเรือนจำ 1 ปีเต็มเดือดร้อนกันหมด หมดเงินทองมากมายทั้งที่ไม่ค่อยมีจะกิน..แต่ความยุติธรรมยังมีอยู่รอดมาได้...นอนฟรี 1 ปีไม่สบายนะ(อยากให้คนทำเข้าไปนอนดูบ้าง..นรกมีจริง)

โดยคุณ คนกุลา 6 ม.ค. 2553, 20:45

ความคิดเห็นที่ 1

นี่ถ้าเป็นชาวบ้านตาดำ ๆ คงนอนคุกไปแล้ว ทั้งเงินถึงทนายเก่งทำให้รอด ดูอย่างลูกนักการเมืองในคดียิงตำรวจตายในพลับถ้าเป็นลูกชาวนาเรียบร้อยแล้ว ...
โดยคุณ คนความรู้น้อย 30 พ.ย. 542, 00:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก