ข้อตกลงของผู้ค้ำประกันทำกับสหกรณ์ยินยอมให้หักเงิน หากลูกหนี้ผิดนัด บังคับได้ตามกฎหมาย|ข้อตกลงของผู้ค้ำประกันทำกับสหกรณ์ยินยอมให้หักเงิน หากลูกหนี้ผิดนัด บังคับได้ตามกฎหมาย

ข้อตกลงของผู้ค้ำประกันทำกับสหกรณ์ยินยอมให้หักเงิน หากลูกหนี้ผิดนัด บังคับได้ตามกฎหมาย

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ข้อตกลงของผู้ค้ำประกันทำกับสหกรณ์ยินยอมให้หักเงิน หากลูกหนี้ผิดนัด บังคับได้ตามกฎหมาย

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1678/2569

บทความวันที่ 28 ส.ค. 2569, 09:44

มีผู้อ่านทั้งหมด 98 ครั้ง


ข้อตกลงของผู้ค้ำประกันทำกับสหกรณ์ยินยอมให้หักเงิน หากลูกหนี้ผิดนัด บังคับได้ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1678/2569
                โจทก์ทั้งสองสมัครใจทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้ โดยมีข้อตกลงยอมรับผิดกับผู้กู้อย่างลูกหนี้ร่วม ยินยอมให้ผู้ให้กู้หักเงินรายได้จากหน่วยงานต้นสังกัดชำระหนี้ได้ทันที เมื่อผู้กู้ผิดนัดผิดสัญญา สละสิทธิ์ที่จะยกประโยชน์แห่งเงื่อนไขเวลาขึ้นต่อสู้ กับยอมสละสิทธิเกี่ยงให้ผู้กู้ชำระหนี้ก่อนตาม ป.พ.พ.มาตรา 688, 689,690 ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2556 ก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ.2557 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558       
              ข้อตกลงดังกล่าวไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและมีผลผูกพันคู่สัญญาโดยชอบ และเมื่อพิจารณาหนังสือยินยอมหักเงินได้ตามความในมาตรา 42/1 แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553 ที่โจทก์ทั้งสองทำให้จำเลยไว้ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2556 เช่นกัน ระบุว่า     
              โจทก์ทั้งสองขอแสดงเจตนายินยอมให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานของรัฐที่โจทก์ทั้งสองปฏิบัติหน้าที่อยู่หักเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือเงินอื่นใดที่ถึงกำหนดจ่ายแก่โจทก์ทั้งสอง เพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อจำเลยให้แก่จำเลยตามที่จำเลยแจ้งไปจนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไป ข้อความดังกล่าวมีความหมายที่แสดงถึงเจตนาของคู่สัญญาว่า โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้ค้ำประกันตกลงยินยอมให้จำเลยแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดของโจทก์ทั้งสองหักเงินที่ถึงกำหนดจ่ายให้แก่จำเลยเพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อจำเลย อันเป็นการตกลงยินยอมตามบทบัญญัติในมาตรา 42/1 แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สหกรณ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 โจทก์ทั้งสองย่อมต้องถูกผูกพันตามข้อตกลงในหนังสือยินยอมดังกล่าว  จึงไม่อาจอ้างสิทธิเกี่ยงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อยกเว้นข้อผูกพันที่ได้ยินยอมไว้ได้ และพ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้แตกต่างจากบทบัญญัติใน ป.พ.พ.มาตรา 686(ใหม่)การที่จำเลยจะมีสิทธิแจ้งให้ต้นสังกัดของโจทก์ทั้งสองหักเงินของโจทก์ทั้งสองได้หรือไม่ จึงต้องพิจารณาเงื่อนไขไปตามพ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 วรรคหนึ่ง ผู้กู้ที่โจทก์ทั้งสองค้ำประกันเริ่มผิดนัดครั้งแรกและมิได้ชำระหนี้แต่ละงวดจนครบตั้งแต่ก่อนปี 2560 และก่อนที่จำเลยจะเริ่มหักเงินเดือนจากโจทก์ทั้งสองในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 จึงถือว่าโจทก์ทั้งสองมีหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่ก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยในการแจ้งต้นสังกัดให้หักเงินโจทก์ทั้งสอง ตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 วรรคหนึ่งแล้ว ประกอบกับมาตรา 42/1 มิได้บัญญัติว่าการแจ้งให้หักเงินเพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นจำเลยต้องบอกกล่าวไปยังโจทก์ทั้งสองก่อนจำเลยจึงไม่ต้องบอกกล่าวแจ้งให้โจทก์ทั้งสองทราบก่อนที่จะแจ้งให้ต้นสังกัดของโจทก์ทั้งสองหักเงิน ดังนั้น จำเลยย่อมอาศัยข้อตกลงตามหนังสือยินยอมหักเงินได้แจ้งให้ต้นสังกัดของโจทก์ทั้งสองหักเงินของโจทก์ทั้งสองเพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันตามการค้ำประกันได้ การหักเงินของจำเลยจึงเป็นการหักเงินไว้โดยมีมูลอันจะอ้างตามกฎหมาย ไม่ใช่ลาภมิควรได้ที่โจทก์ทั้งสองจะฟ้องเรียกคืนได้

ปรึกษาข้อกฎหมายสอบถาม 02-948-5700 หรือ 081-616-1425 หรือ 081-625-2161, 081-821-7470

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก