โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว จึงเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาโจทก์|โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว จึงเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาโจทก์

โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว จึงเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาโจทก์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว จึงเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาโจทก์

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2984/2569

บทความวันที่ 2 ก.ย. 2569, 11:08

มีผู้อ่านทั้งหมด 61 ครั้ง


โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว จึงเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2984/2569
                 โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ.มาตรา 1627  จึงเป็นทายาทโดยธรรม ซึ่งสิทธิได้รับมรดกของบิดาโจทก์ตามมาตรา 1629(1) ในขณะที่บิดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยนั้น บิดาโจทก์ยังเป็นคู่สมรสของ ส.ซึ่งต้องห้ามตาม ป.พ.พ.มาตรา 1452 และเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 แต่เมื่อยังไม่มีคำพิพากษาของศาลแสดงว่าการสมรสของบิดาโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ ต้องถือว่าการสมรสระหว่างบิดาโจทก์กับจำเลยยังมีอยู่ จำเลยจึงมีฐานะเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทโดยธรรมของบิดาโจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1629 วรรคสอง จำเลยย่อมมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของบิดาโจทก์ ซึ่งจำเลยใช้สิทธิดังกล่าวในการยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาโจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1713 จนศาลมีคำสั่งอนุญาต ดังนั้น ตราบใดที่จำเลยยังมีฐานะเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ ย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ในกองมรดกของบิดาโจทก์ลดลง เพราะจำเลยจะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่า ตนเป็นทายาทชั้นบุตรตาม ป.พ.พ.มาตรา 1635(1)  อันเป็นผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิของโจทก์ในการรับมรดกของบิดาโจทก์นับแต่บิดาโจทก์จึงแก่ความตายอันเป็นระยะเวลาก่อนโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ ประกอบกับการสมรสที่เป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 1452 ไม่ทำให้คู่สมรสเกิดสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1499 วรรคสอง เมื่อโจทก์เป็นผู้ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์ในกองมรดกของบิดาโจทก์จากการมีจำเลยอยู่ในฐานะภริยาชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ โจทก์จึงเป็นบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสของบิดาโจทก์กับจำเลยที่ฝ่าฝืน ป.พ.พ.มาตรา 1452 เป็นโมฆะได้ตามมาตรา 1497
                 
ปรึกษาข้อกฎหมายสอบถาม 02-948-5700 หรือ 081-616-1425 หรือ 081-625-2161, 081-821-7470

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก