ยกฟ้องสนธิ-คุกปราโมทย์|ยกฟ้องสนธิ-คุกปราโมทย์

ยกฟ้องสนธิ-คุกปราโมทย์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ยกฟ้องสนธิ-คุกปราโมทย์

บทความวันที่ 25 มี.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 438 ครั้ง


ยกฟ้องสนธิ-คุกปราโมทย์

ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดี

                 มาตรา 78 เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ไม่ว่าจะได้มีการเพิ่มหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมาย อื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควร จะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษ ที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นก็ได้
http://www.lawyerthai.com/images/icon1.gifเหตุบรรเทาโทษนั้น ได้แก่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้โฉดเขลาเบา ปัญญาตกอยู่ในความทุกข์อย่างสาหัส มีคุณความดีมาแต่ก่อน รู้สึก ความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้น ลุแก่โทษต่อ เจ้าพนักงานหรือให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นผลประโยชนแก่การพิจารณา หรือเหตุอื่นที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะทำนองเดียวกัน

                มาตรา 328 ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท
*หมายเหตุ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2535

รายงานข่าวจากเวปไซด์โพสต์ทูเดย์

สนธิไปศาลอาญารับฟังคำพิพากษาคดีทักษิณฟ้องหมิ่นปฎิญาณฟินแลนด์

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณาคดี 812 เวลา 09.30 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่อ. 1747/2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคไทยรักไทย มอบอำนาจให้ทนายความเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ และบริษัทแมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)กับพวกรวม5คนเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ,ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา กรณีจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันตีพิมพ์ และเผยแพร่โฆษณาบทความ ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์ : แผนการเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย?”ลงในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน และเว็บไซต์www.manager.co.th เมื่อระหว่างวันที่ 17-25 พ.ค. 2549 ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคไทยรักไทย ได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้คนเข้าใจว่าพรรคไทยรักไทยขณะนั้นปกครองประเทศ โดยไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย

นอกจากนี้วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 704 เวลา 09.30 น.ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่อ.1818/2549 พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคไทยรักไทย มอบอำนาจให้ทนายความเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับพวกรวม11คน เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และดูหมิ่นด้วยการโฆษณา กรณีจำเลยได้ร่วมกันจัดเสวนาเรื่องปฎิญญาฟินแลนด์ยุทธศาสตร์ครองเมืองของไทยรักไทยซึ่งถ่ายทอดสดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ASTV และเว็บไซต์ผู้จัดการ เมื่อวันที่ 24 -28 พ.ค.49 พวก อันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ให้ผู้อื่นเข้าใจผิดคิดว่า โจทก์ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปสู่การปกครองในระบอบทักษิณโดยมุ่งหมายเข้าบริหารประเทศตามปฏิญญาฟินแลนด์

ก่อนหน้านี้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลได้พิพากษาให้จำหน่วยคดี และยกฟ้อง น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟู บมจ.แมเนเจอร์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10 ออกจากสารบบความ เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร และมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1-9 และ 11 จากนั้นศาลได้นัดสืบพยานโจทก์และจำเลยจนกระทั่งนัดฟังคำพิพากษาวันนี้

ยกฟ้องสนธิ

ล่าสุด ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่พ.ต.ท.ทนายส่งทนายความยืนฟ้องนายสธิ กับพวกรวม11คน กรณีจัดเสวนาเรื่องปฎิญญาฟินแลนด์ยุทธศาสตร์ครองเมืองของไทยรักไทย เนื่องจากเห็นว่าจำเลยทำตามหน้าที่โดยสุจริตในฐานะสื่อมวลชน

"คดีนี้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้บริหารประเทศ ขณะที่โจทก์ที่ 2 เป็นพรรคการเมืองใหญ่เป็นรัฐบาล มีอำนาจในการออกนโยบายในการบริหารประเทศและถือเป็นบุคคลสาธารณะ จึงเป็นปกติที่ประชาชนมีการติดตามการทำงาน ในการเสวนาจำเลยที่ 1,2,3และ4 ซึ่งเป็นนักคิดนักวิชากการ และสื่อสารมวลชน ได้แสดงความคิดเห็นว่า การดำเนินนโยบายของโจทก์อาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แม้จะมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติตามสิทธิที่ประชาชนพึ่งมี การกระทำของจำเลยที่ 1-4 จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท และเมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ไม่เป็นการหมิ่นประมาท จำเลยที่ 5-9 และ 11 จึงไม่มีความผิดด้วย"คำพิพากษาระบุ   

คุกปราโมทย์-บก.ผจก.

สำหรับคดีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งทนายความยืนฟ้องนายปราโมทย์ และบริษัทแมเนเจอร์ มีเดียกรุ๊ปจำกัด(มหาชน)ศาลพิพากษาให้จำคุกนายปราโมทย์ และนายขุนทอง ลอเสรีวานิช บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ผู้จัดการรายวัน เป็นเวลา1ปี ปรับ1แสนบาท แต่ให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 2ปี

การกระทำของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 เป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เนื่องจากว่าจำเลยที่ 1 เขียนบทความรวม 5ตอนต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นการหมิ่นประมาทให้โจทก์ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง จากประชาชนที่อ่านบทความดังกล่าว พิพากษาให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 1 แสนบาท แต่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียง ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นนักหนังสือพิมพ์ ศาลเห็นว่าจำเลยทั้ง 2 เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์และทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วัน ส่วนจำเลยที่ 2 และ 5 ศาลให้ยกฟ้องเพราะเห็นว่าไม่มีส่วนในการกระทำดังกล่าว และจำเลยที่ 3 ศาลได้ยกฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว

แกนนำพธม.มอบตัวคดีหน้ารัฐสภา

นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ตนและแกนนำพันธมิตรฯ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีก่อความวุ่นวายที่หน้ารัฐสภาว่าในวันที่ 30มี.ค. แกนนำทั้ง 20คนจะเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน และยืนยันว่าจะไม่มีการนำประชาชนไปปะทะกันเพราะเชื่อว่าการชุมนุมของเสื้อแดงน่าจะยุติลงก่อนวันที่ 30 มี.ค.        

ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดตั้งพรรคการเมือง นายสนธิกล่าวว่า ตอนนี้เป็นแค่การโยนหินถามทาง โดยล่าสุดได้สอบถามจากกลุ่มพันธมิตรที่อเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดตั้งพรรคการเมือง โดยในวันที่ 24 พ.ค.จะมีการหารือและข้อสรุปกันอีกครั้ง         

ด่าแม้วโยนขี้วงข้าว

ส่วนเรื่องการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีการพาดพิงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง นายสนธิกล่าวว่า "เป็นการโยนขี้เข้ามาในวงข้าว"และเป็นยุทธวิธีในการใส่ร้ายป้ายสีเก่าๆของอดีตนายกรัฐมนตรี.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจากเวปไซด์โพสต์ทูเดย์

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก