ทุจริตคอรัปชั่น/สตช.|ทุจริตคอรัปชั่น/สตช.

ทุจริตคอรัปชั่น/สตช.

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ทุจริตคอรัปชั่น/สตช.

ค้นคฤหาสน์\"อดีตผอ.สำนักงบฯ-พ.ต.อ.รวมนคร

บทความวันที่ 26 พ.ย. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 13473 ครั้ง


ทุจริตคอรัปชั่น/สตช.

           ทนายคลายทุกข์ขอนำรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน คดีทุจริตคอรัปชั่น  ค้นคฤหาสน์"อดีตผอ.สำนักงบฯ-พ.ต.อ.รวมนคร" เอี่ยวโกงหลายโครงการรัฐนับหมื่นล้าน ปูดบิ๊กตร.พัวพันอื้อ  ตำรวจกองปราบบุกค้นบ้านอดีต ผอ.สำนักงบฯ-พ.ต.อ.รวมนคร ลุยสางปมทุจริตจัดซื้อจยย.สายตรวจ ยึดหลักฐานเอกสาร พร้อมออกหมายเรียกให้ปากคำ เผยพบข้อมูลภาคเอกชน-จนท.รัฐหาผลประโยชน์ไม่ชอบหลายโครงการนับหมื่นล้าน แฉมีนายตำรวจระดับสูงพัวพันหลายนาย

รายละเอียดรายงานข่าว
ผบก.ป.ลุยทุจริตซื้อ จยย. ในตร.

          พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รรท.รอง ผบช.ก.) พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนารถ รอง ผบก.ป. รักษาราชการแทน ผู้บังคับการปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) นำกำลังตำรวจกองปราบปรามทั้งใน และนอกเครื่องแบบกว่า 50 นาย กระจายกำลังกันเข้าตรวจค้นกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 4 จุด ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน กรณีมีการร้องทุกข์ให้สอบสวนดำเนินคดีฐานฉ้อโกงกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจ จำนวน 19,147 คัน มูลค่า 1,144,990,600 บาท ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าตรวจค้นจุดแรก พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ และ พ.ต.ท.อภิรักษ์ สิทธิสมบูรณ์ สว.กก.ปพ.บก.ป. นำกำลังไปบ้านเลขที่ 161/9 ซอยติวานนท์ 24 แยกซอยเทพพนม 1/7 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ในเนื้อที่หลายไร่ ปิดล้อมด้วยรั้วสูงทึบ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายบัณฑูร สุภัควณิช อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เพื่อส่งหมายเรียกให้มาสอบปากคำในคดีที่ถูกร้องทุกข์ เนื่องจากเบื้องต้นพบว่าสำนักงบประมาณมีส่วนเกี่ยวพันกับการจ่ายงบฯในการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายแห่ง แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดออกมาเปิดประตูให้กับตำรวจ

หมายเรียกอดีตผอ.งบฯ-ค้นบ้าน

          ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อไม่พบนายบัณฑูรที่บ้านหลังดังกล่าว พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์จึงนำกำลังไปที่บ้านพักอีกแห่งหนึ่งของนายบัณฑูร เลขที่ 7/348 ซอยวิภาวดีรังสิต 36 แขวง และเขตจตุจักร กทม. พบว่าบ้านปิดเงียบเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงกดสัญญาณเรียก สักครู่เจ้าของบ้านได้เปิดประตูไฟฟ้าพร้อมกับให้เด็กภายในบ้านออกมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่พร้อมรับหมายเรียกนายบัณฑูรกับเจ้าหน้าที่ ก่อนนำเข้าไปเซ็นรับเอกสารและนำเอกสารกลับมาคืนให้เจ้าหน้าที่ ทาง พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์จึงนำกำลังกลับไปที่กองปราบปราม

         ส่วนการตรวจค้นจุดที่สอง พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. พร้อมกำลัง 10 นาย เข้าตรวจค้นที่บริษัท มิลเลนเนี่ยม มอเตอร์ จำกัด ถนนพุทธรักษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ยี่ห้อไทเกอร์ เพื่อหาหลักฐานเอกสารต่างๆ รวมทั้งหลักฐานที่บันทึกไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับการซื้อขายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อดังกล่าวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ค้นคฤหาสน์ "พ.ต.อ.รวมนคร"

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่สาม พ.ต.อ.สุพิศาล พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 บก.ป. พร้อมกำลัง 20 นาย นำหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 5/55 หมู่บ้านคฤหาสน์ทายาท ถนนติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นคฤหาสน์หรูทรงยุโรปสองชั้น ปลูกอยู่ในเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ซึ่งเป็นบ้านพักของ พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงไชย อดีตนายตำรวจชื่อดัง ผู้บริหาร บริษัท อาร์เอ็นที จำกัด เมื่อไปถึงมีคนงานภายในบ้านออกมาพบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นของศาลอาญาให้ดู แต่คนงานยังไม่ยอมให้เข้าไปภายในอ้างว่าต้องแจ้งให้เจ้าของบ้านรับทราบก่อน

           สักครู่มีหญิงสาวคนหนึ่งอ้างว่าเป็นภรรยาของ พ.ต.อ.รวมนคร ออกมาแสดงตัว ตำรวจจึงแสดงหมายค้นให้ดูอีกครั้ง แต่หญิงคนดังกล่าวไม่ยอมเปิดประตูให้ ระบุว่า เจ้าของบ้านไม่อยู่ต้องประสานงานกันก่อน พ.ต.อ.สุพิศาลจึงติดต่อกับ พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรานนท์ รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ให้มาที่หน้าบ้านดังกล่าว เมื่อมาถึงจึงได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับ พ.ต.อ.รวมนครพบว่ายังอยู่ภายในบ้านพร้อมยอมให้เข้าตรวจค้น แต่ให้ตำรวจกองปราบปรามเข้าค้นร่วมกับตำรวจพื้นที่ และมีเงื่อนไขไม่ให้ตำรวจกระจายกันตรวจค้น แต่ต้องรวมกันค้นเป็นจุดภายในบ้านเท่านั้น เบื้องต้นยึดเอกสารจากภายในบ้านจำนวนหนึ่ง และเอกสารภายในรถยนต์มาตรวจสอบต่อไป

บิ๊กสีกากีบางคนพยายามเบรก

           ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นที่บ้านพักของ พ.ต.อ.รวมนครนั้น ได้มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงหลายนายโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายตำรวจระดับสูงของกองปราบปราม รวมทั้งยังติดต่อไปยังนายตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางด้วย ทั้งนี้ เพื่อขอทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น เนื่องจากคดีนี้ถูกสืบสวนในทางลับมาเป็นเวลานาน ขณะที่นายตำรวจระดับสูงบางคนยังพยายามที่จะยับยั้งการเข้าตรวจค้น แต่เจ้าหน้าที่กองปราบปรามยืนยันที่จะดำเนินการต่อไป

          สำหรับจุดสุดท้าย พ.ต.อ.ชัยทัต บุญขำ ผกก.ปพ.บก.ป. นำหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้นบริษัทอีกแห่งหนึ่งที่เช่าพื้นที่อยู่ด้านบนอาคารของโชว์รูมบริษัท อีซูซุ สยามซิตี้ จำกัด เลขที่ 2 ซอย ลาดพร้าว 21 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. โดยเจ้าหน้าที่ยึดเอกสารจำนวน 13 ลัง ตู้เอกสาร 3 ชั้น 1 ตู้ เครื่องย่อยเอกสารอีก 1 เครื่อง เครื่องซีพียูคอมพิวเตอร์ รวม 6 เครื่องมาตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วย สำหรับการเข้าตรวจค้นจุดนี้เนื่องจากสืบสวนพบว่ามีเอกสารการซื้อขายรถยนต์ที่บริษัทแห่งนี้และเกี่ยวโยงกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งกับผู้บริหารของบริษัทเอกชน

ชี้มี เอกชน-จนท.รัฐ ร่วมมือกัน

         ต่อมา พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์เปิดเผยการเข้าตรวจค้นใหญ่ในครั้งนี้ว่าสืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มอบอำนาจให้ พล.ต.ต.วารินทร์ แก้วชมพู ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทนท.ตรวจสอบภายใน) ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ น.ส.รัชนก แจ๊ะซ้าย ในฐานะกรรมการ บริษัท คาร์แทร็กกิ้ง จำกัด และนายปิติ มโนมัยพิบูลย์ ในฐานะกรรมการ บริษัท ไทเกอร์มอเตอร์ จำกัด ในฐานะส่วนตัว ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย

          พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวพบว่าประเด็นที่สำนักตำรวจแห่งชาติตรวจสอบพบและได้แจ้งความร้องทุกข์นั้น เป็นเพียงข้อเท็จจริงที่พบจากการตรวจสอบด้วยวิธีปกติเท่านั้น แต่เบื้องลึกหรือเบื้องหลังที่แท้จริงแล้วผู้กระทำผิดลักษณะนี้ยังมีอีกหลายกลุ่ม ได้ดำเนินการมาแล้วหลายโครงการ สร้างความเสียหายต่อหน่วยราชการนับหมื่นล้านบาท โดยได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีถึงพฤติกรรมของบุคคลและกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีทั้งข้าราชการหลายหน่วยงานตั้งแต่ระดับกลางถึงชึ้นผู้ใหญ่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่แฝงตัวในคราบนักธุรกิจร่วมมือกันส่อทุจริตในลักษณะที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำและมีวิธีการที่ซับซ้อน ปกปิดอำพรางเชิดตัวแทนขึ้นมาดำเนินการ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์กล่าว

          "นอกจากกรณีดังกล่าวยังพบมีการกระทำอื่นๆ ที่ผ่านมาตลอดจนการเตรียมการในอนาคตอีกหลายเรื่องและในหลายหน่วยงานของทางราชการ ในหลายกระทรวง กรม คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมกันพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จึงยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลอาญาและศาลอนุญาตออกหมายค้นสถานที่ต่างๆ ดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย" พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ระบุ

รอรวมหลักฐานยังไม่แจ้งข้อหา

          พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องหลายคนที่มีทั้งภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ได้เข้าข่ายการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ อันเป็นการกระทำความผิดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความผิดต่อหน้าที่ราชการ ซึ่งการสืบสวนขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เบื้องต้นออกหมายเรียกตัวให้ผู้เกี่ยวข้อง คือ นายบัณฑูร มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม

         พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์กล่าวว่า นอกจากนายบัณฑูร แล้วยังออกหมายเรียกให้ นางปราณี ศุกระศร รักษาการแทน ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนด้วย เนื่องจากพบว่าเกี่ยวพันกันในบางประเด็น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับใคร เพียงแต่ต้องการเรียกมาสอบสวนก่อนเท่านั้น การเข้าตรวจค้นและยื่นหมายเรียกครั้งนี้กระทำตามกฎหมาย เพื่อหาข้อมูลและพยานหลักฐาน ก่อนที่จะรวบรวมสิ่งที่ได้ทั้งหมดเสนอต่อศาล เพื่อออกหมายจับผู้กระทำความผิด ตนถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก เนื่องจากเป็นการรวมตัวกันเป็นขบวนการเพื่อโกงงบประมาณของรัฐ เป็นเรื่องที่ต้องเร่งคลี่คลายโดยเร็ว

เผยมีนายตำรวจระดับสูงพัวพัน

          รายงานข่าวแจ้งว่า คดีนี้กองปราบปรามใช้เวลาสืบสวนมานาน เนื่องจากเป็นคดีที่พาดพิงไปถึงนายตำรวจระดับสูงหลายนายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งที่เกษียณอายุราชการไปแล้วและที่ยังรับราชการอยู่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการคลัง และหน่วยงานรัฐหลายแห่ง เบื้องต้นมีรายงานด้วยว่ามีการออกหมายเรียก นายบัณฑูร และนางปราณี มาให้ปากคำในวันที่ 2 ธันวาคมแล้ว นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกนายตำรวจระดับสูงยศ  "พล.ต.ท."  อักษรย่อ "ป."  ซึ่งปัจจุบันยังรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาสอบปากคำด้วย

         "ชุดสืบสวนระบุด้วยว่าคดียังอาจจะสาวไปถึงนายตำรวจยศ  "พล.ต.อ." คนหนึ่ง เนื่องจากพบว่ามีความเกี่ยวพันในการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่โปร่งใสระหว่างบริษัทเอกชนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายกรณีในสมัยที่ พล.ต.อ. คนดังกล่าวดำรงตำแหน่งในระดับผู้บัญชาการ"  รายงานข่าวระบุ

          รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับหลักฐานที่ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังรวบรวมเบื้องต้นมีพยานเอกสารมากมายที่พบเกี่ยวข้องกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการซื้อขายรถยนต์ที่สงสัยว่าเป็นการให้สินบนกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและบริษัทเอกชน นอกจากนี้ ยังมีเอกสารการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศของครอบครัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งที่เดินทางด้วยเครื่องบินชั้นเฟิร์ต์สคราสไปกับบริษัทเอกชน นอกจากนี้ ยังมีเอกสารที่อดีตนายตำรวจระดับนายพลคนหนึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจรับสินค้า ในขณะเดียวกันก็เป็นกรรมการบริษัทของบริษัทเอกชนที่ขายสินค้านั้นให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย และจากการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานในวันนี้คาดว่าจะทำให้ออกหมายเรียกให้ผู้กระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหาได้ในเร็ววันนี้

ที่มา : คดีฉ้อโกง จัดซื้อรถจักรยานยนต์สีกากี 19,147 คัน มูลค่า "1.1พันล้าน"

          สืบเนื่องจากกรณี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบอำนาจให้ พล.ต.ต.วารินทร์ แก้วชมพู ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทนท.ตรวจสอบภายใน) มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้ทำการสอบสวนดำเนินคดีกับ บริษัท คาร์แทรคกิ้ง จำกัด โดยนางสาวรักชนก แจ๊ะซ้าย (ผู้จัดการ) ให้ความผิดฐาน "ฉ้อโกง" กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจ จำนวน 19,147 คัน โดยวิธีการประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ผลปรากฏว่า บริษัท คาร์แทรคกิ้งฯ โดย น.ส.รักชนกฯเป็นผู้ชนะการประมูล ในราคา 1,144,990,600 และมีการทำสัญญาจนมีการชำระเงินตามสัญญาให้ผู้ถูกกล่าวหาแล้ว

          แต่ต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับศูนย์ซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ของผู้ถูกกล่าวหา ที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดคือ ต้องมีศูนย์ซ่อมบำรุง 76 จังหวัด ทำให้ ตร.ได้รับความเสียหาย จึงร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ทำการสอบสวนและดำเนินการไปส่วนหนึ่งแล้ว

         ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2552 พล.ต.ต.วารินทร์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.ทำการสอบสวนดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก และนายปิติ มโนมัยพิบูลย์ กรรมการ บริษัท ไทเกอร์ มอเตอร์ จำกัด ในฐานะส่วนตัว ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย กรณี น.ส.รักชนกกับพวกตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ของบริษัท ไทเกอร์ฯ ได้ยื่นซองประกวดราคาโดยมีข้อความรับรองว่า มีตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และบริการซ่อมบำรุงตามมาตรฐานทั่วประเทศ รวม 140 แห่ง ครบ 76 จังหวัด

          บก.ป.ได้แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการและมีการขยายผลถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขณะนี้

เส้นทางนายตำรวจนักธุรกิจคนดัง "พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงไชย"

           พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงไชย อดีตนายตำรวจชื่อดัง ผู้บริหาร บริษัท อาร์เอ็นที จำกัด เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 42 ที่รู้จักกันดีว่าเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งคนหนึ่ง ที่ทำธุรกิจประมูลงานกับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะงานประมูลที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปัจจุบัน มีตำแหน่งเป็นซีอีโอของบริษัทใหญ่สามแห่ง ประกอบด้วย บริษัท ไทย ลองสเตย์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว บริษัท เอ็นจีวี กรุ๊ป จำกัด ดำเนินธุรกิจปั๊มแก๊สเอ็นจีวี และ บริษัท อาร์.เอ็น.ที. เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ผลิตและเช่าเวลารายการสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง

           เป็นคนหัวดีตั้งแต่เด็กสอบเอ็นทรานซ์ติดในระดับอุดมศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ และสอบติดทั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน แต่เลือกเรียนตำรวจ ด้วยความที่เป็นคนรู้จักคนเยอะ จึงทำให้มีคอนเนกชั่นทั้งในวงการตำรวจและทหาร รับราชการเป็นตำรวจตามโรงพักในกรุงเทพฯ หลาย สน. เป็นเวลา 12 ปี

          ต่อมามีโอกาสทางธุรกิจจากคำแนะนำของนายทหารผู้อำนวยสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 คนหนึ่ง ให้เข้ามาทำธุรกิจผลิตรายการสำหรับสถานีโทรทัศน์โกลบอลเน็ตเวิร์ค จึงเปิดบริษัทอาร์.เอ็น.ทีฯ และต่อมา ยังได้สัมปทานโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมจากการกรมประชาสัมพันธ์

           ล่าสุด ที่ทำให้ พ.ต.อ.รวมนครเป็นที่รู้จักมากขึ้น คือการเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท ทราฟฟิก คอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่มีธุรกิจทั้งเช่าเวลารายการโทรทัศน์ โดยเฉพาะลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และสิ่งพิมพ์อีกด้วย

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.matichon.co.th

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

GOOD   ชอบเพราะเป้นความเข้าใจอย่างหนึ่ง      และเพื่อดูแลประชาชนของเราให้เป็นสุขและดูดียิ่งขึ้น    เเละเพื่อไม่ให้มีความขัดแย้งกัน

โดยคุณ อ้อ 24 มิ.ย. 2553, 13:41

ตอบความคิดเห็นที่ 5

รักนะ

โดยคุณ นายวัตชัย ปานนิล 24 มิ.ย. 2553, 13:50

ตอบความคิดเห็นที่ 5

LOVE  PEOPLE

โดยคุณ ผม Q 3/3 24 มิ.ย. 2553, 13:53

ความคิดเห็นที่ 4

รักนะ

โดยคุณ นายวัตชัย ปานนิล 24 มิ.ย. 2553, 13:50

ความคิดเห็นที่ 3

LOVE  PEOPLE

โดยคุณ ผม Q 3/3 24 มิ.ย. 2553, 13:53

ความคิดเห็นที่ 2

ข่าวนี้จะจบอย่างไรนะ

โดยคุณ normallady 9 ธ.ค. 2552, 03:39

ความคิดเห็นที่ 1

ร้อยรัดดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น

โดยคุณ วินัย 27 พ.ย. 2552, 07:44

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก