ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 5 ปี \"โกวิท ประวาลพฤกษ์|ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 5 ปี \"โกวิท ประวาลพฤกษ์

ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 5 ปี \"โกวิท ประวาลพฤกษ์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 5 ปี \"โกวิท ประวาลพฤกษ์

ศาลฎีกาพิพากษายืน สั่งจำคุก 5 ปี \"โกวิท ประวาลพฤกษ์ \" อดีตเลขาฯคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

บทความวันที่ 5 พ.ย. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 10489 ครั้ง


ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 5 ปี "โกวิท ประวาลพฤกษ์" อดีตเลขาฯศช. รับเงินเอื้อบ.เอกชน

 

          ทนายคลายทุกข์ขอนำรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน เกี่ยวกับศาลฎีกาพิพากษายืน สั่งจำคุก 5 ปี "โกวิท ประวาลพฤกษ์ " อดีตเลขาฯคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ทุจริตรับเงินกว่า 2 แสน บริษัทเอกชน จัดซื้อสื่อการเรียนการสอน ส่วนเจ้าตัวหนีฟังคำพิพากษา

รายละเอียดรายงานข่าว
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีหมายเลขดำที่ 3423/44 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายโกวิท ประวาลพฤกษ์  อายุ 58 ปี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (ศช.) กระทรวงศึกษาธิการ (ขณะนั้น) เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจัดซื้อสื่อการเรียนการสอนโดยทุจริต

ฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2544 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่าเมื่อระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน2539 – 2 กรกฎาคม2540 ต่อเนื่องกัน จำเลย ได้ทุจริตต่อหน้าที่โดยสั่งซื้อสื่อการเรียนการสอนโรงเรียนเอกชนการกุศล ระดับอนุบาลจากบริษัท โฟรเบล เอ็ดดูเคชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด  รวม 3 รายการ เป็นเงิน 1,991,850 บาท โดยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 23 (6)   อ้างว่า บริษัท โฟรเบลฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย อันเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทโฟรเบลฯ ทั้งที่จำเลยรู้อยู่แล้วว่า การจัดซื้อครั้งนี้ไม่อยู่ในเงื่อนไขการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ

การกระทำของจำเลยเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนต้องจ่ายเงินงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมจำนวน 680,627 บาท โดยจำเลยได้ค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 256,445 บาท  ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,151,157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4  และมาตรา28 จำเลยให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า จำเลยไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง  อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง เป็นความผิดกรรมเดียวผิด กฎหมาย หลายบทให้ลงโทษบทหนักสุดตามมาตรา 151 พิพากษากลับให้จำคุกจำเลยไว้ 5ปี จำเลยยื่นฎีกา และใช้เงินสดจำนวน 5 แสนบาทประกันตัวไประหว่างฎีกา  

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ข้อต่อสู้จำเลยเป็นข้ออ้างลอย ๆ ไม่หลักฐานอื่นมาสนับสนุน มีข้อพิรุธไม่มีน้ำหนักมาหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เป็นการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลยตามกฎหมาย   เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาศาลอาญา ได้นัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่จำเลยไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับ ปรับนายประกัน และนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้อีกครั้ง

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก