กลโกงพนักงานแบงก์ กลไกจรรยาบรรณวิชาชีพอ่อนแอ|กลโกงพนักงานแบงก์ กลไกจรรยาบรรณวิชาชีพอ่อนแอ

กลโกงพนักงานแบงก์ กลไกจรรยาบรรณวิชาชีพอ่อนแอ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

กลโกงพนักงานแบงก์ กลไกจรรยาบรรณวิชาชีพอ่อนแอ

ทนายคลายทุกข์ขอนำบทความจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเกี่ยวกับการวิเคราะห์กลโกงพนักงานแบงก์

บทความวันที่ 6 ต.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 36862 ครั้ง


กลโกงพนักงานแบงก์ กลไกจรรยาบรรณวิชาชีพอ่อนแอ

         ทนายคลายทุกข์ขอนำบทความจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเกี่ยวกับการวิเคราะห์กลโกงพนักงานแบงก์  ในยุคสมัยแห่งวัตถุและการบริโภคนิยม ข่าวการทุจริตคอร์รัปชั่นดูคล้ายเรื่องปกติธรรมดาที่เห็นกันดาษดื่นจนชาชิน ตั้งแต่คนธรรมดาระดับล่างไปจนถึงบุคคลระดับผู้บริหารประเทศ การฉ้อโกงกับคนไทยจึงไม่ต่างอะไรจากไข้หวัดเรื้อรังที่รักษาไม่หาย หากมีใครสักคนหยิบยกหัวข้อการทุจริตมาพูด คงฟังอาจเพียงแค่ยักไหล่...ก่อนหันไปเมาท์เรื่องดาราต่อไป (ดีกว่า)
      
       แต่ล่าสุด ริชาร์ด พาร์กินสัน ผู้จัดการบริษัทมีเมนโต ภาคพื้นยุโรปและเอเชียแปซิฟิค ได้เปิดเผยถึงผลการสำรวจระบุว่า อีก 2-3 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มว่าอาชีพพนักงานแบงก์ หรือคนที่ทำงานธนาคารและสถาบันการเงินของไทยจะทุจริตมากยิ่งขึ้น ข่าวนี้คงทำให้หลายคนสะดุดหูหยุดฟัง เพราะคราวนี้ไม่ใช่เงินภาษีหรือเงินคงคลังของชาติ แต่อาจหมายถึงเงินออมและสตางค์ในกระเป๋าของคุณด้วย
       
       แกะรอยกลโกง
       
       คดีพนักงานแบงก์โกงเงินธนาคารนั้น ที่ผ่านมาก็มีกรณีเช่นนี้เกิดกับธนาคารอื่นๆ เป็นระยะๆ แต่ที่เหมือนกันทุกคนก็คือ จุดจบของพวกเขาเหล่านั้น ออกจะไม่สวยงามสักเท่าไร ลองมาไล่เรียงดูสิว่ามีกลโกงการทุจริตในรูปแบบใดบ้าง
      
       เริ่มจากเบาะๆ มูลค่าเงินไม่เท่าไหร่ อย่างคดีของ นายวิชัย ศรีอุทมาลย์ อดีตพนักงานบัญชี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาอ่างทอง ซึ่งเขาคนนี้ได้ทำการยักยอกเงินของลูกค้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาอ่างทอง ไปจำนวนทั้งสิ้น 677,185 บาท ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2548 และหลบหนีไป แต่สุดท้ายก็โดนจับได้ในที่สุด แม้ในเบื้องต้นผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ
      
       ผู้ต้องหาคนต่อไปคือ นายอานนท์ สำเร็จ อายุ 42 ปี พนักงานธนาคารทหารไทย สาขานครนายก ซึ่งทำงานที่นี่มาเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่เนื่องจากชอบเล่นหวย และเกิดหนี้สินจากหวยจำนวนมาก จึงทำให้ตัดสินใจยักยอกเงินของธนาคารมาตั้งแต่ต้นปี 2547 โดยที่ครั้งแรก เริ่มต้นที่ 6 หมื่นบาท และขยับยอดขึ้นมาเรื่อยๆ จนเป็นครั้งละแสน และหลายแสนบาท จนถูกจับได้
      
       การโกงและยักยอกเงินของธนาคารและลูกค้านั้น ถึงแม้ว่าจะดูไม่หนักหนาสาหัสเท่าการเอาปืนไปฆาตกรรมคนอื่น ทว่า เมื่อศาลพิพากษาโทษออกมา ก็พบว่ามีความสาหัสสากรรจ์ไม่แพ้โทษของอาชญากรฆ่าคน
      
       อย่างกรณีของ น.ส.ศุภรัศมิ์ พิพิธทวีวงษ์ อดีตพนักงาน ธนาคารกรุงเทพ สาขาสี่แยกบางนา ที่ถูกศาลสั่งจำคุกถึง 492 ปี (จำนวนรวมจากหลายๆ ข้อหา) และสั่งให้ชดใช้เงินอีก 65 ล้านบาท จากความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ ปลอมตั๋วเงิน ใช้เอกสารสิทธิปลอม
      
       ทว่ากับบางคน ไม่ต้องรอให้ตำรวจจับได้หรือให้ศาลพิจารณาโทษ ก็ชิงลงโทษตัวเองไปเสียก่อน
      
       เมื่อวันที่ 26 มกราคม ปี 2551 พบศพ นายพิภพ รัตนติสร้อย เจ้าหน้าที่แคชเชียร์ ธนาคารทหารไทย สาขาเทพารักษ์ ยิงตัวตายภายในห้องเบอร์ 308 โรงแรมสตาร์อินน์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งในขณะนั้น เขากำลังโดนทางธนาคารตรวจสอบในข้อหายักยอกจำนวนกว่า 8 ล้านบาทอยู่ เนื่องจากความเครียด พนักงานธนาคารคนนี้จึงตัดสินใจลาโลกไปก่อนวัยอันควร
      
       นอกจากคดีที่กล่าวมาข้างต้น การโกงและยักยอกเงินธนาคาร ยังมีอีกหลายกรณี ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับธนาคารและลูกค้า เริ่มตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงระดับร้อยล้าน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ น.ส.รุจิรา ดาวเรือง เจ้าหน้าที่ธนาคารธนชาต สาขาอุบลราชธานี (รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท), นายทัฬดนัย วัฒนวงศ์ อดีตพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานวมินทร์ (รวมมูลค่ากว่า 56 ล้านบาท), นายสงกรานต์ แผลงสูงเนิน พนักงานตรวจนับเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา (รวมมูลค่ากว่า 84 ล้านบาท), น.ส.วรรณา พงษ์สุภาพ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคาร กรุงศรีอยุธยา สาขาวังน้อย (รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท) ฯลฯ
      
       แต่การทุจริตใช่ว่าจะมีเฉพาะแต่พนักงานธนาคารระดับล่างหรือระดับกลางที่เกี่ยวข้องกับการเงินโดยตรงเท่านั้น เช่น กรณีของ นายสมเกียรติ ปัญญาวรคุณเดช พนักงานธนาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ทุจริตเงินของธนาคารเป็นมูลค่ารวมถึงกว่า 499 ล้านบาท!!
      
       นายสมเกียรติมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร จึงสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคารที่ติดตั้งใหม่ ทำการปลอมสลิปเพื่อถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้า และยักยอกเงินจากฐานข้อมูลธนาคาร การโกงของเขานับว่าเป็นคดีที่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของแวดวงธนาคารอย่างร้ายแรงในประวัติศาสตร์การทุจริตสถาบันการเงินของไทย
       
       เมื่อเงินทองเป็นของล่อใจ
       
       กับคนที่ทำงานใกล้ชิดเงินทองจำนวนมากอย่างพนักงานธนาคารที่ไม่คิดจะเอาเงินที่ไม่ใช่ของตัวเอง ข่าวคราวทำนองนี้ไม่ได้กระทบกระทั่งพวกเขามากนัก มีบ้างก็คงเป็นความรู้สึกไม่ค่อยดี เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของธนาคาร
      
       ถามว่าพนักงานธนาคารที่รับผิดชอบส่วนไหนมีโอกาสโกงเงินลูกค้าได้มากที่สุด เราลองพูดคุยกับคนทำงานแบงก์ 2 คน ก็ตอบไม่ตรงกัน
      
       นุ่น (ขอสงวนนามจริง) สาวพนักงานแบงก์ที่มีหน้าที่รับ-ฝากเงินของลูกค้า เล่าว่าเท่าที่เคยได้ยินมาส่วนใหญ่พวกที่โกงจะเป็นฝ่ายสินเชื่อเพราะมีช่องทางมากกว่า
      
       “อย่างงานที่ทำอยู่ รายการทุกอย่างที่ทำระบบมันชัดเจนเวลารับเงิน ส่งเงิน สมมติว่าเรื่อง Statement มันไม่ได้เป็นการคีย์รายการ ดังนั้น เราจะรับเงินจากลูกค้ามาลอยๆ ถ้าเราจะโกง คือเราก็ไม่คีย์เข้าหัวค่ารายได้ เท่ากับเงินในระบบ ก็ยังไม่มีเงินตัวนี้ แต่ความเป็นจริงตัวเงินสดมันมี แต่การตรวจสอบก็เน้นเรื่องนี้มากขึ้น ตอนนี้ออกรายงานอะไร ก็ขึ้นรายงานหมด สุดท้าย ทุกอย่างมันตรวจสอบได้” นุ่นอธิบาย
       แต่ธเนศ ฉันทังกูล ซึ่งทำงานฝ่ายกฎหมายของธนาคารมองว่า พนักงานรับ-ฝากเงินคือคนที่มีโอกาสมากที่สุด
      
       “คนที่มีโอกาสสูงที่จะโกงเงินธนาคาร ผมว่าน่าจะเป็นพนักงานที่ทำหน้าที่คีย์ข้อมูลเข้าไปในระบบ อย่างพวกรับฝากเงิน เพราะเขาจะมีอำนาจในการคีย์เงินเข้าไปในระบบ สมมติลูกค้าฝากร้อยหนึ่ง แต่อาจจะคีย์จริงแค่ห้าสิบ อีกห้าสิบตัวเองเอาไปหมุนก่อน ที่เคยได้ยินก็อย่างพนักงานปลอมลายเซ็นลูกค้า แต่เขาก็ต้องดูก่อนล่ะครับว่าเป็นลูกค้าประเภทเงินฝากเยอะและยอดเงินไม่ค่อยเคลื่อนไหว เพราะพนักงานส่วนนี้สามารถเข้าไปตรวจสอบบัญชีของลูกค้าได้ แต่ถ้าลูกค้าที่เงินหมุนตลอดก็ยาก เพราะเขาจะเห็นความเคลื่อนไหวของเงินตลอด ปลอมลายเซ็นแล้วก็ถอนออกมา ทำเอง ชงเอง กินเอง”
      
       เราลองถามนุ่นว่า ทำงานอยู่กับเงินเยอะๆ มีชั่ววูบของอารมณ์หรือไม่ที่จะโกง เธอตอบว่า“บอกตรงๆว่าไม่เคย เพราะมันเห็นจนชิน โกงก็ไม่รอดหรอก ไม่คุ้มกัน”
       เหมือนกับฝั่งของธเนศที่แม้จะไม่ได้ทำงานจับเงินเหมือนเพื่อนพนักงานคนอื่น แต่เขาก็เคยถามไถ่เพื่อนๆ ด้วยคำถามนี้ ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่ออกมาในทำนองว่า เฉยๆ กับเงินมากๆ ที่ผ่านมือในแต่ละวัน เพราะถึงที่สุดแล้วมันก็ไม่ใช่ของของเรา
       แต่ธเนศบอกว่าข่าวพนักงานธนาคารโกงเงิน ถ้าเทียบกับการโกงของระดับผู้บริหารแล้ว เปรียบกันไม่ได้
      
       “ที่เห็นเป็นข่าวๆ ก็คือพนักงานโกง ที่จริงอาจจะไม่เยอะก็ได้นะถ้าเทียบกับระดับผู้บริหาร อันนั้นเขาโกงกันล้ำลึกกว่า ผมก็ไม่ค่อยรู้นะ มันจับยาก ไม่มีหลักฐาน แต่อย่างเวลามาขอสินเชื่อ การให้ใต้โต๊ะกัน แล้วก็สั่งเจ้าหน้าที่ว่าปล่อยกู้รายนี้นะ ทั้งๆ ที่หลักทรัพย์ หลักประกันอาจจะน้อยกว่าตัวนี้ แล้วก็ถูกยึด สุดท้าย ตัวเองก็ได้เงินก้อนไปแล้ว”
      
       สิ่งยืนยันถึงการโกงระดับบิ๊ก ต้องย้อนกลับไปวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 บรรดานักการเงิน นักการธนาคารทั้งหลายที่ไร้ธรรมาภิบาลและล้มบนฟูกคงเป็นหลักฐานได้ว่า เวลาคนกลุ่มนี้โกง... ‘ใหญ่’ และ ‘เนียน’ กว่าแค่ไหน
       
       พลาดที่ ‘คน’ หรือ ‘ระบบ’
       
       แม้จะมีความพยายามแก้ไขและกอบกู้ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของธนาคารกลับคืนมา โดยสมาชิกสมาคมแบงก์ไทยได้รวมตัวก่อตั้ง ชมรมตรวจสอบและป้องกันทุจริต ขึ้น แต่ความคลางแคลงใจที่สังคมมีต่อความซื่อสัตย์ของพนักงานแบงก์ก็ยังไม่หมดสิ้น
      
       แหล่งข่าวที่เป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินธนาคารของรัฐแห่งหนึ่งเปิดเผยว่า การทุจริตหรือแอบยักยอกเงินของพนักงานที่ปรากฏนั้น ขึ้นอยู่กับระบบควบคุมภายในธนาคารแต่ละแห่ง ว่าจะมีมาตรการเข้มงวดและระบบการตรวจสอบที่ละเอียดรอบคอบหรือไม่
      
       ตามปกติแล้ว เวลาสิ้นวัน ธนาคารจะมีการนำเงินเก็บเข้าเซฟ และจะมีพนักงานธนาคาร 3 คนเป็นผู้ถือกุญแจตู้เซฟคนละดอก คือ ผู้จัดการธนาคาร, สมุห์บัญชี และฝ่ายการเงิน ซึ่งแต่ละคนจะช่วยกันตรวจนับจำนวนเงินว่าครบถ้วนหรือไม่ ก่อนจะปิดเซฟในแต่ละวัน และในตอนเช้าพนักงานทั้งสามก็จะทำหน้าที่นำเงินออกจากตู้เซฟเพื่อนำไปเตรียมเบิกถอนแก่ลูกค้า ซึ่งนับว่าระบบการทำงานดังกล่าวนี้จะมีพนักงานธนาคารทั้งสามฝ่ายเป็นผู้เก็บรักษาเงินร่วมกัน
      
       แต่ปัญหาการทุจริตจะเกิดจากช่องว่างในความไว้วางใจระหว่างพนักงาน เพราะในบางครั้งผู้จัดการและสมุห์บัญชีจะมอบกุญแจให้กับพนักงานอีกคน เป็นผู้คอยจัดการนำเงินเก็บเข้าเซฟคนเดียว โดยไม่มีการตรวจทานจำนวนเงินให้ตรงกันก่อนเพราะความไว้ใจ เท่ากับว่าพนักงานอีกคนนั้นเป็นผู้รักษาเงินคนเดียว โอกาสตรงจุดนี้จะนำมาสู่การทุจริตยักยอกเงินของพนักงานธนาคารที่แอบนำเงินไปหมุนก่อน ตอนเช้าหรือวันอื่นๆ ค่อยนำจำนวนเงินเท่ากับที่แอบยักยอกไปมาใส่เซฟคืนทีหลัง ซึ่งจะไม่มีทางตรวจรู้ว่าเงินบางส่วนหายไปเพราะพนักงานผู้นั้นเป็นผู้ถือกุญแจตู้เซฟคนเดียว
      
       “แบบนี้ถือว่าการควบคุมภายในไม่รัดกุม หน้าที่ถือกุญแจของกรรมการทั้งสามคน ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง คือเชื่อใจแต่ไม่ไว้วางใจ”
      
       ตัวอย่างการทุจริตอีกรูปแบบหนึ่งที่ปรากฏ คือในส่วนของพนักงานนับเงิน หรือ เทลเลอร์ ที่ทำหน้าที่รับฝาก ถอนเงิน ชำระค่าบริการต่างๆ ที่เคาน์เตอร์ ซึ่งในบางครั้งพนักงานจะรู้ความเคลื่อนไหวทางบัญชีของลูกค้า เช่น ทราบว่าลูกค้าคนนี้ไม่มาติดต่อธนาคาร นานๆ ถึงจะมาปรับบัญชีที ก็จะมีการถ่ายโอนเงินจากบัญชีของลูกค้ารายนั้นไป โดยที่เจ้าของบัญชีไม่ทราบ กว่าจะรู้ก็สูญเงินไปจำนวนไม่น้อย
      
       อีกกรณี คือพนักงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบไปรับเงินลูกค้าจากข้างนอก ต้องมีการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร แต่บางธนาคารมีลูกค้าเก่าแก่ที่ติดต่อเชื่อถือกันมานาน ก็จะไว้ใจให้พนักงานธนาคารนำเงินฝากเข้าบัญชีให้ทุกเดือน เช่น ร้านขายของชำรายหนึ่งที่เปิดบัญชีกับธนาคารและให้พนักงานไปรับเงินกับร้านนี้เป็นประจำทุกเดือน แต่กลับปรากฏว่าพนักงานไม่ได้นำเงินเข้าบัญชีให้ทุกเดือน แต่แอบยักยอกเงินลูกค้ามาโดยตลอด
      
       “ทุกอาชีพต้องมีจรรยาบรรณ ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ต้องมีคนที่ทุจริตต่ออาชีพของตัวเองอย่างน้อย 1-2 เปอร์เซ็นต์ เราแค่รักในอาชีพและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เดี๋ยวนี้พนักงานแบงค์ต้องมีจรรยาบรรณและความรับผิดชอบ ก่อนจะเข้ามาทำงานต้องมีการสอนเรื่องจรรยาบรรณก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ทางวิชาชีพอย่างเดียวเท่านั้น” พนักงานธนาคารคนดังกล่าวทิ้งท้าย
      
       เพราะถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าระบบจะรัดกุมแค่ไหน ถ้าผู้ใช้ระบบขาดคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ ระบบก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก สุดท้ายก็ขึ้นอยู่ที่ตัวคน

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการหรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.manager.co.th
      
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13

ขอเรียนถามผู้รู้ด้วยครับ ลูก กับพ่อบังเกิดเกล้า ไปร่วมกู้เงินธนาคารมาเพื่อนำมาใช้หนี้ ศาล โดยพ่อเอาที่บ้าน ที่ดินไปคำ้ประกันกัยธนาคาร พอใด้เงินมาแล้วพ่อนำไปใช้หนี้ ศาลที่บังคับมา ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่ง ลูกผู้ร่วมกู้ ขอเอาไปทำทุน 250.000  บาท และบอกกับพ่อว่าไม่ต้องเป็นห่วงเงินที่เอาไปนี้ ลูกจะส่งมาใช้หนี้ธนาคารทุกๆเดือน ปรากฎว่าได้เงินไปแล้ว ลูกผู้กู้ร่วมกันส่งเงินมาใช้หนี้ธนาคารเพียง 2 เดือนเท่านั้น  หลังจากนั้นหายตัวไปเลยไม่ติดต่อมาและพ่อติดต่อไปก็ไม่ได้ ประมาณ  3  ปี กว่า พ่อไม่รู้เป็นหรือตาย ปล่อยให้พ่อ ชึ่งเป็นคนพิการทางหู และเป็นอัมพฤกษ อายุก็มากกว่า75 ปีแล้วหาเงินส่งให้ธนาคารคนเดียว และต่อมาในปีนี้ คือวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 พ่อจำเป้นจะต้องขายบ้านและขายหอพัก เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ธนาคาร พ่อก็ได้ติดต่อน้องชาย ของคนนี้ว่าให้ติดตามพี่สาวมาเซ็นชื่อให้หน่อยพ่อจะขายบ้านบ้าน ลูกสาวคนนี้กว่าจะมาเซ็นชื่อให้ใช้เวลาไป หนึ่งเดือนเต็ม มีข้อต่อรองมากมาย

และหลังจากขายได้แล้ว ได้เงินส่วนแบ่งจากพ่อไปคนละ ล้านบาท ก่อนรับเงินส่วนแบ่ง บอกว่ามีเงินแล้วจะเอามาใช้หนี้พ่อ 250.000  บาท  แต่พ่อรับเงินเอาเข้าบัญชีไปแล้วทำเป็นคนไม่รู้จักพ่อ ลุกหนีพ่อไปต่อหน้าต่อตา เหตุการนี้มีพยานรู้เห็นมากมายรวมถึงพี่น้องร่วมท้องเดียวกันด้วยอีกสามคนและพยานทางธนาคารก็มี สุดท้ายนี้อยากจะถามผู้รู้ว่า เงิน 250.000  บาท ทำอย่างไรพ่อจึงจะได้ และเงินที่รับไปสดๆ หนึ่งล้าน จะเรียกร้องเอาคืนได้ไหม และคนอย่างนี้จะไม่ให้ใช้นามสกุลของพ่อจะได้ไหมครับ ขอความกรุณาคนมีความรู้น้อยด้วยครับ

โดยคุณ นายมรดกน้อย 73 15 ส.ค. 2558, 10:38

ความคิดเห็นที่ 12

 ปัญหามีอยู่ว่า

1.มีหนังสือทวงหนี้แม่ 3หมื่นกว่าบาท(แม่ไปใช้หนี้ ที่ธกส.แล้ว1หมื่น หนี้ต้องเหบือ 2หมื่นกว่าบาท)

2.แม่มาใช้หนี้...แต่ไม่ได้ใบเสร็จ (2ตายาย บ้านนอก ตาสีตาสา)

3.จำวันไม่ได้ ว่าเป็นวันใหน

4.จำไม่ได้ว่าจ่ายกับใคร...

เงิน10,000บาท ถือว่า เยอะมากๆสำหรับคนบ้านนอก ที่ไม่มีรายได้ต่อเดือน แม่เอาแต่โทษตัวเอง ที่ไม่รอบครอบ รู้เท่าไม่ถึงการ

พอดิฉันมาซักไซ้ไร่เรียงดูแล้ว..แม่เอาตังค์ที่ใหนไปจ่าย..แม่บอกเงิน ไร่ละพัน ..เลยถามต่อว่าได้แล้วจ่ายเลย หรือว่า กลับบ้านก่อน แม่:จำได้คร่าวๆว่าน่าจะรับเงินแล้วก็มาจ่ายเลย...ก็น่าจะเป็นวันเดียวกันกับที่มารับเงิน ไร่ละ1000  ดิฉันจึงประติดประต่อเรื่องได้ว่า

แม่ไปรับเงินช่วยเหลือเกษตรกร ไร่ละ1000บาทเงินที่ ธกส. แห่งหนึ่ง พอรับเงินเสร็จ ถือว่า..พอมีเงินในกระเป๋า พ่อเลยบอกว่าให้จ่ายหนี้ กองทุนเงินล้านเลย หนี้จะได้ลดลง( เดิมมีหนี้กองทุนเงินล้าน 3 หมื่นกว่าบาท) แม่เลยเดินไปหยิบบัตรคิวแล้วเข้าพบเจ้าหน้าที่..เค้าเตอร์ถัดจากที่รับเงิน เจ้าหน้าที่ถามมาทำอะไร แม่ตอบมาจ่ายหนี้กองทุนเงินล้าน ชื่ออะไรแม่ก็ตอบไป... จนท.ถามจ่ายเท่าใหร่ หมื่นหนึ่ง แม่หยิบเงินแล้วให้เจ้าหน้าที่ แม่ก็นั่งรอ..แล้ว จนท.ก็นับเงิน...แล้วเดินมาบอกแม่ว่าเรียบร้อยแล้ว เรียบร้อยแล้วยายจัดการให้แล้วกลับบ้านได้..แม่ขอบคุณแล้วก็กลับบ้าน...

ประมาณ 4เดือนต่อมา มีเอกสารแจ้งหนี้จากกองทุนเงินล้านมา แจ้งหนี้3หมื่นกว่าๆ พร้อมดอก...แม่ตกใจ..ในเมื่อไปชำระหนี้ ที่ธกส.แล้ว ทำไมหนี้ถึงเป็น3หมื่นอีก..จึงได้ไปคิดต่อกับ ธกส. แม่:ยายมาสอบถามเรื่องหนี้กองทุนเงินล้าน คือยายเอามาจ่ายที่ธกส.แล้ว ทำไมหนี้ยายยังเท่าเดิมอีก จนท.เช็คยอด ยายไม่มีหนี้กับธกส.นะ  (แม่เป็นหนี้กองทุนเงินล้าน ที่จับกลุ่มกันในหมู่บ้าน 4-5คนเพื่อนำเงินไปลงทุน ซึ่งไม่เกี่ยวกับเงินหนี้ ธกส. การชำระหนี้ จ่าย ปีละครั้ง นำเงินที่จะชำระหนี้ของทุกคนรวมกันแล้วไปจ่ายเป็นก้อน ก้อนเดียว แม่คิดว่าจ่ายที่ ธกส.เลยก็ได้ ซึ่งความจริง มันคนละก้อนกับเงินหนี้ ธกส. ซึ่งแม่ไม่ได้เป็นหนี้ ..แต่ทำไมถึงรับเงินคนแก่ไป..ทั้งๆที่ไม่มีหนี้ ที่ต้องชำระ)  แม่บอกพอดียายเอาเงินมาจ่ายหนี้ ที่นี่ไปหมื่นหนึ่ง แล้วเงินยายหายไปใหน..เจ้าหน้าที่ เช็คให้...ไม่มีรายการจ่ายหนี้..ไม่มีรายละเอียด..จนท:แล้วยายมีใบเสร็จใหม...แม่:ไม่มี จนท.เขารับเงินยายไปแล้วนับ แล้วก็บอกเรียบร้อยแล้ว กลับบ้านได้ 

จนท.อารมย์ไม่ดี หาว่าแม่อยากได้ตัง ธกส. แม่บอก..ยายไม่ได้อยากได้ ยายอยากไเงินยายคืน ยายไม่รู้ ยายจ่ายเงินไปแล้ว ยายไม่ได้โทษใคร ยายอยากรู้ว่าเขาเอาเงินยายไปไว้ที่ใหน  จนท.:หลักฐานก็ไม่มี ใบเสร็จก็ไม่มี แล้วบอกว่ามาจ่ายท่ ธกส.  แม่:ยายผิดเอง..ที่ไม่ตรวจสอบให้แน่ใจ เห็นว่าเรียบร้อยแล้ว จัดการให้แล้ว กลับบ้านได้ ก็ไม่ได้คิดถึงใบเสร็จ..จนท.คนหนึ่ง บอกว่า มีทางเดียว คือเปิดกล้องวงจรปิดดู  จำได้ใหม ว่ามาวันใหน แม่จำไม่ได้ มันผ่านมา3-4เดือน จนท.:จ่ายตังกับใคร จำได้ใหม แม่:จ่ายกับผู้หญิง จำไม่ได้ว่าคนใหน...แม่:ถ้าจะดูกล้องต้องทำงัยคุณนาย..(แม่เป็นคนบ้านนอกอายุ 60กว่าปี จบ ป.4..เรียก จนท.ว่า คุณนาย) จนท.บอกต้องเสียเงิน 200 ถึงจะดูได้..แต่แม่จำไม่ได้ว่าวันใหนที่มาจ่ายตัง

วันนั้นแม่ก็กลับบ้านแบบซึมๆ

ดิฉันต้องไปติดต่อ ธกส. เพื่อดูรายละเอียดว่าแม่มารับเงินช่วยเหลือเกษตรกร ไร่ละ1000วันใหน แล้วขอดูกล้องวงจรปิด เพื่อยืนยันว่า หลังจากนั้น แม่ได้ทำการจ่ายเงินให้ จนท.คนหนึ่ง จริง ถูกต้องใหมคะ ดิฉัน ควรจะไปแจ้งความ หรือไม่ต้องแจ้งดีคะ แล้วจ่ายเงิน 200บาท เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด อย่างที่ มี จนท.แนะนำ พอถึงเวลาที่เราจะขอดูจริงๆ ธกส.จะยอมให้เราดูใหมคะ ไม่ทราบว่า ข้อมูลในกล้องวงจรปิด จะบันทึกไว้ กี่เดือน หรือ เดือนต่อเดือน..

ดิฉันและแม่ทำอย่างไรดีคะ

โดยคุณ tookky happy 28 ก.ค. 2558, 21:49

ความคิดเห็นที่ 11

 ปัญหามีอยู่ว่า

1.มีหนังสือทวงหนี้แม่ 3หมื่นกว่าบาท(แม่ไปใช้หนี้ ที่ธกส.แล้ว1หมื่น หนี้ต้องเหบือ 2หมื่นกว่าบาท)

2.แม่มาใช้หนี้...แต่ไม่ได้ใบเสร็จ (2ตายาย บ้านนอก ตาสีตาสา)

3.จำวันไม่ได้ ว่าเป็นวันใหน

4.จำไม่ได้ว่าจ่ายกับใคร...

เงิน10,000บาท ถือว่า เยอะมากๆสำหรับคนบ้านนอก ที่ไม่มีรายได้ต่อเดือน แม่เอาแต่โทษตัวเอง ที่ไม่รอบครอบ รู้เท่าไม่ถึงการ

พอดิฉันมาซักไซ้ไร่เรียงดูแล้ว..แม่เอาตังค์ที่ใหนไปจ่าย..แม่บอกเงิน ไร่ละพัน ..เลยถามต่อว่าได้แล้วจ่ายเลย หรือว่า กลับบ้านก่อน แม่:จำได้คร่าวๆว่าน่าจะรับเงินแล้วก็มาจ่ายเลย...ก็น่าจะเป็นวันเดียวกันกับที่มารับเงิน ไร่ละ1000  ดิฉันจึงประติดประต่อเรื่องได้ว่า

แม่ไปรับเงินช่วยเหลือเกษตรกร ไร่ละ1000บาทเงินที่ ธกส. แห่งหนึ่ง พอรับเงินเสร็จ ถือว่า..พอมีเงินในกระเป๋า พ่อเลยบอกว่าให้จ่ายหนี้ กองทุนเงินล้านเลย หนี้จะได้ลดลง( เดิมมีหนี้กองทุนเงินล้าน 3 หมื่นกว่าบาท) แม่เลยเดินไปหยิบบัตรคิวแล้วเข้าพบเจ้าหน้าที่..เค้าเตอร์ถัดจากที่รับเงิน เจ้าหน้าที่ถามมาทำอะไร แม่ตอบมาจ่ายหนี้กองทุนเงินล้าน ชื่ออะไรแม่ก็ตอบไป... จนท.ถามจ่ายเท่าใหร่ หมื่นหนึ่ง แม่หยิบเงินแล้วให้เจ้าหน้าที่ แม่ก็นั่งรอ..แล้ว จนท.ก็นับเงิน...แล้วเดินมาบอกแม่ว่าเรียบร้อยแล้ว เรียบร้อยแล้วยายจัดการให้แล้วกลับบ้านได้..แม่ขอบคุณแล้วก็กลับบ้าน...

ประมาณ 4เดือนต่อมา มีเอกสารแจ้งหนี้จากกองทุนเงินล้านมา แจ้งหนี้3หมื่นกว่าๆ พร้อมดอก...แม่ตกใจ..ในเมื่อไปชำระหนี้ ที่ธกส.แล้ว ทำไมหนี้ถึงเป็น3หมื่นอีก..จึงได้ไปคิดต่อกับ ธกส. แม่:ยายมาสอบถามเรื่องหนี้กองทุนเงินล้าน คือยายเอามาจ่ายที่ธกส.แล้ว ทำไมหนี้ยายยังเท่าเดิมอีก จนท.เช็คยอด ยายไม่มีหนี้กับธกส.นะ  แม่บอกพอดียายเอาเงินมาจ่ายหนี้ ที่นี่ไปหมื่นหนึ่ง แล้วเงินยายหายไปใหน..เจ้าหน้าที่ เช็คให้...ไม่มีรายการจ่ายหนี้..ไม่มีรายละเอียด..จนท:แล้วยายมีใบเสร็จใหม...แม่:ไม่มี จนท.เขารับเงินยายไปแล้วนับ แล้วก็บอกเรียบร้อยแล้ว กลับบ้านได้ 

จนท.อารมย์ไม่ดี หาว่าแม่อยากได้ตัง ธกส. แม่บอก..ยายไม่ได้อยากได้ ยายอยากไเงินยายคืน ยายไม่รู้ ยายจ่ายเงินไปแล้ว ยายไม่ได้โทษใคร ยายอยากรู้ว่าเขาเอาเงินยายไปไว้ที่ใหน  จนท.:หลักฐานก็ไม่มี ใบเสร็จก็ไม่มี แล้วบอกว่ามาจ่ายท่ ธกส.  แม่:ยายผิดเอง..ที่ไม่ตรวจสอบให้แน่ใจ เห็นว่าเรียบร้อยแล้ว จัดการให้แล้ว กลับบ้านได้ ก็ไม่ได้คิดถึงใบเสร็จ..จนท.คนหนึ่ง บอกว่า มีทางเดียว คือเปิดกล้องวงจรปิดดู  จำได้ใหม ว่ามาวันใหน แม่จำไม่ได้ มันผ่านมา3-4เดือน จนท.:จ่ายตังกับใคร จำได้ใหม แม่:จ่ายกับผู้หญิง จำไม่ได้ว่าคนใหน...แม่:ถ้าจะดูกล้องต้องทำงัยคุณนาย..(แม่เป็นคนบ้านนอกอายุ 60กว่าปี จบ ป.4..เรียก จนท.ว่า คุณนาย) จนท.บอกต้องเสียเงิน 200 ถึงจะดูได้..แต่แม่จำไม่ได้ว่าวันใหนที่มาจ่ายตัง

วันนั้นแม่ก็กลับบ้านแบบซึมๆ

ดิฉันต้องไปติดต่อ ธกส. เพื่อดูรายละเอียดว่าแม่มารับเงินช่วยเหลือเกษตรกร ไร่ละ1000วันใหน แล้วขอดูกล้องวงจรปิด เพื่อยืนยันว่า หลังจากนั้น แม่ได้ทำการจ่ายเงินให้ จนท.คนหนึ่ง จริง ถูกต้องใหมคะ ดิฉัน ควรจะไปแจ้งความ หรือไม่ต้องแจ้งดีคะ แล้วจ่ายเงิน 200บาท เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด อย่างที่ มี จนท.แนะนำ พอถึงเวลาที่เราจะขอดูจริงๆ ธกส.จะยอมให้เราดูใหมคะ ไม่ทราบว่า ข้อมูลในกล้องวงจรปิด จะบันทึกไว้ กี่เดือน หรือ เดือนต่อเดือน..

ดิฉันและแม่ทำอย่างไรดีคะ

โดยคุณ tookky happy 28 ก.ค. 2558, 21:37

ความคิดเห็นที่ 10

มีคำถามจะสอบถามว่ามีคนรู้จักทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ทำเกี่ยวกับเงินเือนของคนงานแต่เขาสองคนไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป้นคนงานของบริษัทนี้เลย ได้รับการว่าจ้างเป็นวันๆไป แต่พอมาวันหนึ่งเขาให้เข้าไปทำบัญชี เงินเดือนให้กับคนงานต่างด้าวโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทางบริษัทออกแบบมาเองโดยที่เราทำตามที่เขาได้ให้ทำทุกประการตามคำแนะนำทุกอย่างแต่มาบังเกิดว่างานที่ทำเกิดความผิดพลาดโดยที่ระบบของเขาเองผิดพลาดไมใช้เราเป็นผู้กระทำแต่ทางเขาบอกว่าเราเป็นผู้กระทำ จึงทำให้มีเงินจำนวนหนึ่งหายไป และเขาให้ทางพนักงานเป้นคนรับผิดชอบค่าเสียหาย แต่ทุกครั้งก่อนออกเงินเดือนให้กับคนงานทางหัวหน้างานจะตรวจสอบเองทุกครั้งและผ่านไปได้ด้วยดีทุกครั้ง

จึงอยากสอบถามว่าเราผิดหรือเปล่าแล้วจำเป้นจะต้องเสียเงินให้กับทางบริษัทหรือไม่ และทางบริษัทก็ได้โอนเงินที่จะจ่ายให้กับคนงานผ่านบัญชีของข้าพเจ้าด้วยเราจะผิดมัยค่ะ ทุกครั้งก่อนจ่ายเงินจะมีหัวหน้างานอยู่ด้วยเสมอค่ะ ตอบด่วนนะค่ะ

โดยคุณ 7 ธ.ค. 2556, 21:38

ความคิดเห็นที่ 9

# แม่เอาเงินไปฝากที่ ธ.กรุงเทพ สาขาต่างจังหวัด นับเงินเรียบร้อยไปจากบ้าน 5แสน (จำนวนสมมติ) ไปถึงธนาคารผู้จัดการธนาคารออกมาต้อนรับเพราะฝากเงินเยอะพูดดีมาก ผู้จัดการหยิบเงินมา1 แสนขอถ่ายรูปกับแม่ ..กลับไปนับเงินต่อยอดที่ได้ คือ 4 แสน แม่เลยท้วงว่าเป็นไปได้ยังงัยนับมาจากบ้านอย่างดียอดมัน 5 แสนชัดๆ ผู้จัดการธนาคารตีเนียน บอก 5 แสนได้งัยก็เห็นอยู่นี่มันนับได้ 4 แสน ...เท่านั้นแหล่ะ แม่ขอดูกล้องวงจรปิด แตกตื่นกันทั้ง ธนาคารบอกว่าอย่าให้เรื่องถึงผู้จัดการใหญ่เลย..ซักแป๊บ เจ้าหน้าที่อีกคนร้องว่า "นี่เงิน 1 แสน ของใครเนี่ยะ" มาอยู่ตรงนี้ได้งัย...ทำเป็นกระบวนกวนแหล่ะแบบนี้ # แม่บอกว่านี่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกหายไป 4,000 บาท ก็เลยตามเลย ครั้งนี้เล่นแรงจะเอาเป็นแสน สุดท้ายผู้จัดการไหว้ขอโทษใหญ่ เข้าหน้าแม่ไม่ติด...ทำกันได้อุตส่าห์ไว้ใจ ฝากไว้ให้เป็นอุทาหรณ์ ระวังตัวกันด้วยค่ะ

โดยคุณ กลโกงแบงค์ คนในครอบครัวโดนมาแล้ว +++ 26 มิ.ย. 2556, 16:22

ความคิดเห็นที่ 8

เคยขอสินเชื่อ ของธนาคารหนึ่ง เป็นสินเชื่อ SME  ประเภทใช้เงินฝากค้ำประกัน เช่น ต้องการกู้ 100,000 กู้ได้ 300,000 บาท กู้ผ่าน แต่จ่ายเงินไม่ครบ เช่นกู้ 300,000 ได้มาแค่ 50,000 หมื่น

โดยเป็นเงินโอนเข้ามา 50000 ที่เหลือ ออกมาเป็น เช็คให้ แต่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ เป็นเช็คเด้ง

แก้ไขโดยการ  ทางธนาคารออกเช็คให้ใหม่ แต่ก็ยังเด้งอีก ทั้งหมดเช็คเด้ง ออกเช็คมาทั้งหมด 4 ครั้ง เด้งทุกครั้ง หลังจากนั้นเกิดคดี ฟ้องร้องกัน ทางธนาคารพยายาม สร้างหลักฐานเท็จ     ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ผมฟ้องไปหลายคดี ทั้งทางเพ้ง อาญา ยัดยอกทรัพย์ 

ใครที่เคยเจอให้ระวังไว้นะ

โดยคุณ คนที่เคยโดนโกง 10 พ.ย. 2554, 21:49

ความคิดเห็นที่ 7

พวกแบงค์ก็แบบนี้แหละ  เชื่อถือไม่ได้

โดยคุณ sam 15 มิ.ย. 2554, 13:33

ความคิดเห็นที่ 6

เราฝากเงินไว้จำนวนมาก แต่พอดีบัญชีเรามีปัญหาโดนอายัติจากผู้ประสงค์ร้ายตอนจะยกเลิกอายัติทางแบงค์ก็กว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ใช้ระยะเวลานานมาก

แต่พอเราทำเรื่องเสร็จแล้ว รอเตรียมที่จะโอนเปลี่ยนบัญชีซึ่งทางแบงค์ตกลงกะเราว่าจะได้วันนั้นวันนี้ จนสุดท้ายเราไม่ได้ เราได้ทวงถามไปที่แบงค์ แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่า บัญชีของเราได้มีพนักงานระดับสูง 2-3 คน ได้ดึงเงินเราออกไปใช้หมุน จึงทำให้เราไม่ได้รับเงิน ความรับผิดชอบของแบงค์เหมือนจะมีอยู่สูง แต่เค้ารับปากเราทุกอย่างจะทำให้เราได้เงินเร็วที่สุด นัดแล้วนัดอีก การโอนเงินไม่ผ่านซักที ทำไมเราต้องมานั่งรอเค้าทำเอกสารทุกครั้งที่เราผิดนัดเรา เราควรจะต้องไปรับผิดชอบในส่วนที่พนักงานเค้าทำไว้อย่างนั้นหรอ เค้าควรที่จะจัดการคืนเงินให้เราอย่างเร็วที่สุดไม่ใช่หรอ แล้วจึงค่อยไปจัดการเรื่องของเค้า ตั้งแต่ 3-4 เดือนที่แล้ว จนถึงวันนี้ เรายังไม่ได้เงินออกมาใช้ซักกะบาท ตอนที่เรากะลังนั่งพิมพ์กระทู้นี้อยู่ เราก็ยังนั่งรอเพราะทางแบงค์บอกเราว่ากะลังรอเอกสารเสร็จแล้วจึงโอนเงินให้เรา นี่ความรับผิดชอบของแบงค์ที่มี่ต่อลูกค้างั้นหรอ

เราได้สอบถามพนักงานระดับผู้จัดการที่เรารู้จัก เค้าบอกเราว่า การยักยอกเงินของลูกค้า มีทุกเดือน มีปัญหาตลอด

ซึ่งเหมือนกะที่เราได้เจออยู่นี้ แต่ ทำไม แบงค์ไม่สามารถจะออกมารับผิดชอบต่อการกระทำของพนักงานของเค้าได้อย่างเต็มที่ คำตอบคงจะเป็นว่า เค้าคงไม่ต้องการลูกค้าที่จะไปใช้บริการของแบงค์เค้าอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนเท่าที่เรารู้จัก เค้าเลิกใช้บริการของธนาคารนี้ไปแล้ว รวมทั้งเรา ได้เงินคืนเมื่อไหร่ เราก็จะปิดบัญชีเมื่อนั้น

บอกให้เอาไหมว่าธนาคารอะไร (ธนาคารกรุงเทพ) สาขาสีลม

โดยคุณ 25 ก.พ. 2554, 10:42

ความคิดเห็นที่ 5

พอดีผมทำงานมูลนิธิฯช่วยเหลือแรงงาน มีพระภิกษุเชื้อสายมอญ เป็นคนราชบุรี มีบัตรคนบนพื้นที่สูง ไปฝากเงินกับธนาคารชื่อดังในจังหวัดราชบุรี ถูกพนักงานโกงเงินไป ๑.๕ แสนบาท ผมก็ดำเนินการช่วยเหลือท่าน ด้วยการร้องเรียนไปที่สำนักงานใหญ่ ปัญหาคือตอนที่พระท่านฝากเงินนั้น พนักงานธนาคารไม่ทำรายการให้ ไม่ปรับสมุดเงินฝากให้ และพระท่านก็ไม่มีเอทีเอ็ม ด้วยความเชื่อใจพนักงานก็เลยไม่สงสัย ประกอบกับท่านก็พูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ ปรากฎว่าเงินหายไป ๑.๕ แสน แล้วจะทำไงดีครับ เขาไม่ลงระบบให้ ยอดเงินไม่ขึ้นในบัญชี และผ่านมาครึ่งปีแล้ว วงจรปิดก็ถูกลบแล้ว ที่สำคัญท่านไปฝากเงินคนเดียว มีเพียงใบแจ้งความเทานั้น ผมควรจะหาพยานหลักฐานจากไหนดีครับ เปอินก็คงถูกทำลาย ตอนนี้มืดแปดด้าน วอนผู้มีคสามรู้ประสบการณืแนะนำด้วยครับ เพราะเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินญาติโยมบริจาคเพื่อบูรณะวัดที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

โดยคุณ ฟ้าสาง...กลางป่า 7 ม.ค. 2554, 14:52

ความคิดเห็นที่ 4

เรียนสอบถามคุณทนาย เนื่องจากเราเป็นผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายเท่าไหร่นัก  ซึ่งเกิดปัญหาการทุจริตภายในหน่วยงานเช่นกัน ซึงได้มีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้รับทราบแล้วจนเวลาล่วงเลยไปเกือบ 2 เดือนแต่ยังไม่สามารถเอาผิดกับพนักงานผู้นั้นได้ เนื่องจากฝ่ายที่ดำเนินการตรวจสอบแจ้งว่าอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน  จนบัดนี้ได้หลักฐานแล้วก็ยังไม่สามารถดำเนินการใดได้ เพราะฝ่ายกฎหมายอ้างว่าไม่มีผู้ไปแจ้งความ (ซึ่ง caseนี้ไม่ได้ทุจริตจากบัญชีลูกค้า) ประมาณว่าไม่มีเจ้าทุกข์ (ลูกค้า) ก็ว่าได้  จึงขอเรียนถามเพื่อเป็นความรู้ว่าผู้ใดต้องเป็นผู้ดำเนินการแจ้งความ  (ผู้ที่ตรวจสอบพบการกระทำดังกล่าว หรือ พนักงานที่ได้รับมอบอำนาจ) หรือหากไม่มีการแจ้งความ  พนักงานผู้นั้นก็จะไม่ถูกดำเนินคดีหรือไม่อย่างไร  เพราะขณะนี้เหตุการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อจิตใจของพนักงานภายในหน่วยงานนั้นเป็นอย่างมาก รบกวนตอบคำถามในข้อข้องใจดังกล่าวด้วย จะเป็นพระคุณมาก

โดยคุณ ผู้สงสัย 15 ต.ค. 2553, 22:54

ความคิดเห็นที่ 3

น่าตกใจ เอกชน ราชการก็มีการคอรับชั่น โรเงรีนหาเงินกับเด็ก แบ่งให้ผูบริหาร หัวหน้าที่เขต มือใครยาว เส้นใครใหญ่ ไม่มีใครสนใจถ้าไม่ใช้เงินจ้าง  จ้างทนายฟ้อง จ้างตำรวจให้จับ จ้างครูให้สอน จ้างหมอให้ดูแล จ้าง ๆๆๆ ภาษีไม่พอ

โดยคุณ eak 25 ธ.ค. 2552, 16:44

ความคิดเห็นที่ 2

การโกงของคนในแบงค์ โปรดสังเกตุข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์พนักงานทีที่ยักยอกเงินจำนวนมากในแต่ละครั้งเป็นพนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไป แล้วเราก็เคยโดนมากะตัว เราฝากเงินไว้จำนวนมาก แต่พอดีบัญชีเรามีปัญหาโดนอายัติจากผู้ประสงค์ร้ายตอนจะยกเลิกอายัติทางแบงค์ก็กว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ใช้ระยะเวลานานมาก เนื่องจากผู้ประสงค์ร้ายกะเราเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับคนระดับผู้จัดการและรองกรรมแต่ยัง่ดีที่ยังมีคุณชาติสิริเข้ามาช่วยแก้ไขไล่พนักงานคนนั้นออกไป แต่พอเราทำเรื่องเสร็จแล้ว รอเตรียมที่จะโอนเปลี่ยนบัญชีซึ่งทางแบงค์ตกลงกะเราว่าจะได้วันนั้นวันนี้ จนสุดท้ายเราไม่ได้ เราได้ทวงถามไปที่แบงค์ แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่า บัญชีของเราได้มีพนักงานระดับสูง 2-3 คน ได้ดึงเงินเราออกไปใช้หมุน จึงทำให้เราไม่ได้รับเงิน ความรับผิดชอบของแบงค์เหมือนจะมีอยู่สูง แต่เค้ารับปากเราทุกอย่างจะทำให้เราได้เงินเร็วที่สุด นัดแล้วนัดอีก การโอนเงินไม่ผ่านซักที ทำไมเราต้องมานั่งรอเค้าทำเอกสารทุกครั้งที่เราผิดนัดเรา เราควรจะต้องไปรับผิดชอบในส่วนที่พนักงานเค้าทำไว้อย่างนั้นหรอ เค้าควรที่จะจัดการคืนเงินให้เราอย่างเร็วที่สุดไม่ใช่หรอ แล้วจึงค่อยไปจัดการเรื่องของเค้า ตั้งแต่ 3-4 เดือนที่แล้ว จนถึงวันนี้ เรายังไม่ได้เงินออกมาใช้ซักกะบาท ตอนที่เรากะลังนั่งพิมพ์กระทู้นี้อยู่ เราก็ยังนั่งรอเพราะทางแบงค์บอกเราว่ากะลังรอเอกสารเสร็จแล้วจึงโอนเงินให้เรา นี่ความรับผิดชอบของแบงค์ที่มี่ต่อลูกค้างั้นหรอ

เราได้สอบถามพนักงานระดับผู้จัดการที่เรารู้จัก เค้าบอกเราว่า การยักยอกเงินของลูกค้า มีทุกเดือน มีปัญหาตลอด

ซึ่งเหมือนกะที่เราได้เจออยู่นี้ แต่ ทำไม แบงค์ไม่สามารถจะออกมารับผิดชอบต่อการกระทำของพนักงานของเค้าได้อย่างเต็มที่ คำตอบคงจะเป็นว่า เค้าคงไม่ต้องการลูกค้าที่จะไปใช้บริการของแบงค์เค้าอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนเท่าที่เรารู้จัก เค้าเลิกใช้บริการของธนาคารนี้ไปแล้ว รวมทั้งเรา ได้เงินคืนเมื่อไหร่ เราก็จะปิดบัญชีเมื่อนั้น

โดยคุณ โดนแบงค์กรุงเทพโกง 6 ธ.ค. 2552, 20:09

ความคิดเห็นที่ 1

ขอพระองค์ทรงมีพลานามัย สมบูรณ์แข็งแรง อยู่คู่ประเทศไทยสืบไป ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

โดยคุณ วินัย 27 พ.ย. 2552, 07:47

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก