งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ทนายขอถอนตัวในชั้นศาล
กรณีทนายความจะขอถอนตัวหรือถอนตนจากการแต่งตั้งของจำเลยหรือคู่ความนั้น
ต้องแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่า ได้แจ้งให้ตัวความทราบแล้ว
เว้นแต่จะหาตัวความไม่พบ
ในทางปฏิบัติเมื่อทนายความจำเลยขอถอนตัวและจำเลยให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
ศาลจะอนุญาตให้ถอนตัวและให้จัดตั้งทนายความคนใหม่มาดำเนินคดีแทน แต่ในคดีของ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ทนายความถอนตัว
คดีนี้เป็นกรณีศึกษาโดยศาลมองว่าจำเลยได้หลบหนีถือว่าสละสิทธิ์ในการดำเนินคดี
และการขอถอนตัวของทนายเป็นการใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อให้ศาลไม่สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปได้
ถึงแม้จำเลยจะไม่ประสงค์จะให้ทนายความว่าความให้กับจำเลยต่อไป
ศาลก็ไม่อนุญาตให้ถอนตัว เนื่องจากขัดต่อเจตนารมณ์ในการจัดตั้งศาลฎีกา
แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
คดีนี้คงเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์กฎหมายไทยที่ศาลไม่อนุญาตให้ทนายถอนตัว
และคงเป็นบรรทัดฐานในคดีการเมืองต่อไป การถอนตัวของทนายเป็นไปตาม ป.วิแพ่ง มาตรา
65
การแต่งตั้งทนายความต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อตัวความและทนายความ
และใบแต่งทนายให้ใช้ได้เฉพาะคดีเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น ตาม ป.วิแพ่ง มาตรา 61
อำนาจของทนายความมีอำนาจในการว่าความแทนคู่ความ
แต่ไม่มีอำนาจในการถอนฟ้อง หรือจำหน่ายสิทธิ
หากคู่ความต้องการให้ทนายความมีอำนาจเป็นพิเศษ ให้ระบุไว้ในใบแต่งทนาย
ให้ชัดแจ้งตามมาตรา 62
ตัวความหรือผู้แทนจะปฏิเสธหรือแก้ไขข้อเท็จจริงที่ทนายความได้กล่าวด้วยวาจาต่อหน้าตนในศาล
ในขณะนั้นก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น จำเลยต้องการสู้คดี แต่ทนายความจำเลยบอกกับศาลว่า
จำเลยจะให้การรับสารภาพ ซึ่งไม่เป็นความจริง จำเลยจึงมีสิทธิที่จะแจ้งกับศาลว่า
ตนมีความประสงค์สู้คดี ไม่จำเป็นต้องทำตามที่ทนายบอก