รถยนต์ที่อยู่ในระหว่าง ที่ผู้ครอบครองผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ หากได้ภัยพิบัติจนเสียหายสิ้นเชิงโดยเหตุสุดวิสัย เช่นอุทกภัย ผู้เช่าซื้อยังมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อหรือต้องรับผิดประการอื่นหรือไม่เพียงใด|รถยนต์ที่อยู่ในระหว่าง ที่ผู้ครอบครองผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ หากได้ภัยพิบัติจนเสียหายสิ้นเชิงโดยเหตุสุดวิสัย เช่นอุทกภัย ผู้เช่าซื้อยังมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อหรือต้องรับผิดประการอื่นหรือไม่เพียงใด

รถยนต์ที่อยู่ในระหว่าง ที่ผู้ครอบครองผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ หากได้ภัยพิบัติจนเสียหายสิ้นเชิงโดยเหตุสุดวิสัย เช่นอุทกภัย ผู้เช่าซื้อยังมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อหรือต้องรับผิดประการอื่นหรือไม่เพียงใด

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

รถยนต์ที่อยู่ในระหว่าง ที่ผู้ครอบครองผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ หากได้ภัยพิบัติจนเสียหายสิ้นเชิงโดยเหตุสุดวิสัย เช่นอุทกภัย ผู้เช่าซื้อยังมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อหรือต้องรับผิดประการอื่นหรือไม่เพียงใด

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2558

บทความวันที่ 7 ต.ค. 2569, 09:12

มีผู้อ่านทั้งหมด 3 ครั้ง


รถยนต์ที่อยู่ในระหว่าง ที่ผู้ครอบครองผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ หากได้ภัยพิบัติจนเสียหายสิ้นเชิงโดยเหตุสุดวิสัย เช่นอุทกภัย ผู้เช่าซื้อยังมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อหรือต้องรับผิดประการอื่นหรือไม่เพียงใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2558 เป็นคดีบรรทัดฐานสำคัญเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ที่พังเสียหายจากภัยธรรมชาติ (คลื่นสึนามิ) ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยวางแนวทางกฎหมายไว้ว่า สัญญาเช่าซื้อระงับลงทันทีเมื่อทรัพย์สินพังเสียหายจนใช้การไม่ได้ด้วยเหตุสุดวิสัย โดยผู้เช่าซื้อไม่ต้องผ่อนค่างวดกุญแจเปล่า
รายละเอียดของคำพิพากษามีสาระสำคัญดังนี้ครับ:
1. ข้อเท็จจริงในคดี
• ต้นเหตุ: รถยนต์ที่เช่าซื้อได้รับความเสียหายอย่างย่อยยับจากภัยพิบัติคลื่นสึนามิ (เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547) ถูกคลื่นซัดไปปะทะกับต้นไม้ พลิกตะแคงจมอยู่กับเศษวัสดุจนใช้การไม่ได้
• การผ่อนชำระ: ผู้เช่าซื้อเพิ่งผ่อนชำระไปได้เพียง 8 งวด จากทั้งหมด 48 งวด
• ข้อพิพาท: บริษัทไฟแนนซ์ (โจทก์) ได้ยื่นฟ้องผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน (จำเลย) เพื่อเรียกให้ชำระค่างวดที่เหลือทั้งหมดพร้อมค่าเสียหาย
2. ประเด็นคำวินิจฉัยของศาลฎีกา
• สัญญาเช่าซื้อระงับทันที: ศาลวินิจฉัยว่าการที่รถยนต์พังเสียหายยับเยินจากสึนามิ ถือเป็น "เหตุสุดวิสัย" ที่ไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ เมื่อทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหายหรือเสียหายจนสิ้นสภาพ สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับลงทันที (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567 ประกอบมาตรา 572)
• ไม่ต้องจ่ายค่างวดที่เหลือ: เมื่อสัญญาระงับลงแล้ว ไฟแนนซ์จะฟ้องเรียกให้ผู้เช่าซื้อผ่อนค่างวดที่ยังไม่ถึงกำหนด หรือเรียกค่าเช่าซื้อค้างชำระหลังจากวันเกิดเหตุไม่ได้
• หน้าที่ในการคืนซากรถ: รถไม่ได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยแต่ยังมีซากอยู่ ไฟแนนซ์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์จึงมีสิทธิติตามเอาซากรถคืน ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ส่งมอบ "ซากรถตามสภาพจริง" คืนให้แก่ไฟแนนซ์ (ไม่ต้องซ่อมแซมให้ดีก่อนคืน) หากซากรถสูญหายไปและไม่สามารถนำมาคืนได้ ต้องชดใช้เงินแทนตามราคาประเมินของซากรถ ซึ่งในคดีนี้ศาลฎีกากำหนดไว้เป็นเงิน 20,000 บาท
• ค่าเสียหายส่วนกำไร: แม้ว่าไฟแนนซ์จะเรียกค่างวดเต็มชำระไม่ได้ แต่ศาลเห็นว่าหากสัญญาดำเนินไปจนสิ้นสุด ไฟแนนซ์ย่อมได้รับผลประโยชน์หรือผลกำไรจากการนี้ ศาลฎีกาจึงกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายส่วนกำไรที่ไฟแนนซ์ควรจะได้รับตามสมควรแก่พฤติการณ์ เป็นเงิน 37,400 บาท
สรุปหลักกฎหมายบรรทัดฐาน
หากรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการผ่อนไฟแนนซ์ พังเสียหายโดยสิ้นเชิงหรือจมน้ำเสียหายยับเยินจากภัยธรรมชาติที่ป้องกันไม่ได้ สัญญาจะระงับลงทันที ผู้เช่าซื้อไม่ต้องผ่อนต่อ แต่มีหน้าที่ต้องคืนซากรถ (หรือชดใช้ราคาซากหากไม่มีคืน) และจ่ายค่าชดเชยส่วนต่างหรือผลกำไรตามที่ศาลจะพิจารณาเห็นสมควร

​ปรึกษาข้อกฎหมายสอบถาม 02-948-5700 หรือ 081-616-1425 หรือ 081-625-2161, 081-821-7470

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก