งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
เสริมแต่งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้าไปใหม่อันเป็นการใส่ความ ผิดฐานหมิ่นประมาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 655/2567
ป.อ. มาตรา 326 บัญญัติว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท" สำหรับคำว่า "ใส่ความ" นั้น ป.อ. มิได้นิยามศัพท์ไว้ว่ามีความหมายว่าอย่างไร แต่ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอธิบายว่า หมายถึง พูดหาเหตุร้าย กล่าวหาเรื่องร้ายให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย โจทก์ที่ 1 ได้รับเอกสารหมาย จ.7 จากเจ้าของบ้านที่โจทก์ที่ 1 เช่า โจทก์ที่ 1 ตรวจดูแล้วมีข้อความในเอกสารเพียงบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่โจทก์ที่ 1 บอกแก่จำเลยว่าได้พาโจทก์ที่ 2 ไปพบแพทย์เกี่ยวกับอาการป่วยของโจทก์ที่ 2 เท่านั้น ส่วนข้อความอื่นไม่ใช่บทสนทนาระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลย การที่จำเลยลงข้อความในเอกสารหมาย จ.7 ที่มีลักษณะที่บิดเบือนทำให้ผิดแผกไปจากข้อเท็จจริงเดิมที่โจทก์ที่ 1 เล่าให้จำเลยฟัง มีการเสริมแต่งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้าไปใหม่อันเป็นการใส่ความโจทก์ทั้งสองต่อบุคคลที่สาม ซึ่งจะทำให้บุคคลที่สามเชื่อว่าหรือเข้าใจว่าโจทก์ที่ 2 เป็นโรคออทิสติกอย่างรุนแรง เป็นคนอันตรายมีพฤติกรรมทำร้ายเด็กผู้หญิงจนถูกโรงเรียนไล่ออกและเข้าถึงอาวุธปืนที่จะเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่อาศัยใกล้บ้านได้ และโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นบิดาปล่อยปละละเลยการกระทำที่เป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นของโจทก์ที่ 2 ย่อมทำให้วิญญูชนทั่วไปดูถูกและเกลียดชังโจทก์ทั้งสอง โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์ทั้งสองเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง การกระทำดังกล่าวจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตาม ป.อ. มาตรา 329 (1) ได้
ปรึกษาข้อกฎหมายสอบถาม 02-948-5700 หรือ 081-616-1425 หรือ 081-625-2161, 081-821-7470