แอบถ่ายนักเรียนมีเซ็กส์ และเรียกเงินบังคับให้ออรัลเซ็กส์|แอบถ่ายนักเรียนมีเซ็กส์ และเรียกเงินบังคับให้ออรัลเซ็กส์

แอบถ่ายนักเรียนมีเซ็กส์ และเรียกเงินบังคับให้ออรัลเซ็กส์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

แอบถ่ายนักเรียนมีเซ็กส์ และเรียกเงินบังคับให้ออรัลเซ็กส์

  • Defalut Image

การกระทำดังกล่าวมีความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338

บทความวันที่ 1 ธ.ค. 2564, 11:55

มีผู้อ่านทั้งหมด 898 ครั้ง


แอบถ่ายนักเรียนมีเซ็กส์ และเรียกเงินบังคับให้ออรัลเซ็กส์


          การกระทำดังกล่าวมีความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338 เพราะเป็นการข่มขู่จะเปิดเผยความลับและเรียกเงิน โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
          การกระทำ คือ “ข่มขืนใจผู้อื่น” มีลักษณะเช่นเดียวกับความผิดฐานกรรโชก แต่มีข้อแตกต่างตรงที่ว่า มาตรานี้เป็นการข่มขืนใจโดยการขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับ เช่น ขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับเรื่องที่ผู้เสียหายถูกร้องเรียน (ฎีกาที่ 662/2548)  ขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับเรื่องการร่วมประเวณีของผู้เสียหาย (ฎีกาที่ 1896/2536)  ขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับเรื่องที่ห้างหุ้นส่วนฯ หลักเลี่ยงภาษี ผิดฐานรีดเอาทรัพย์ (ฎีกาที่ 1945/2514) “ให้ยอมให้ หรือยอมให้ตนหรือผู้อื่น” ความหมายทำนองเดียวกันกับความผิดฐานกรรโชก “ได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน” ทำนองเดียวกับความผิดฐานกรรโชก ถ้าประโยชน์ทั่วไปที่มิใช่ประโยชน์ในลักษณะเป็นทรัพย์สิน ก็ไม่ผิดฐานรีดเอาทรัพย์ แต่ผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ (ฎีกาที่ 1447/2513) “โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย” ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ อธิบายว่า ความลับที่จะเปิดเผยอาจเป็นความลับของผู้ถูกขู่เข็ญเองหรือความลับของบุคคลที่สามก็ได้ และบุคคลที่สามจะเป็นใครก็ได้ ความสำคัญอยู่ที่ผู้กระทำได้ประโยชน์ตามที่ขู่เข็ญไปหรือไม่
        ความลับ
        ศาลฎีกาอธิบายว่า ความลับ หมายถึง เหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่ไม่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไป และเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าของความลับประสงค์จะปกปิดไม่ให้บุคคลอื่นรู้ความลับจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือผิดศีลธรรมอันดีของประชาชน หากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและเจ้าของข้อเท็จจริงประสงค์ปกปิดไม่ให้บุคคลอื่นรู้ก็ถือว่าเป็นความลับแล้ว (ฎีกาที่ 12685/2558) ถ้าสิ่งที่ขู่เข็ญไม่ใช่ความลับ (เพราะไม่มีข้อเท็จจริงใดที่ต้องปกปิด) ไม่เป็นความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ แต่ก็เป็นความผิดฐานกรรโชกเพราะเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชื่อเสียงของผู้เสียหายเอง (ฎีกาที่ 10843/2553)

ที่มา : หนังสือกฎหมายอาญา หลักและคำพิพากษา โดย สหรัฐ กิติ ศุภการ ผู้พิพากษา

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก