ต้องประพฤติชั่วร้ายแรงเพียงใดจึงฟ้องหย่าได้|ต้องประพฤติชั่วร้ายแรงเพียงใดจึงฟ้องหย่าได้

ต้องประพฤติชั่วร้ายแรงเพียงใดจึงฟ้องหย่าได้

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ต้องประพฤติชั่วร้ายแรงเพียงใดจึงฟ้องหย่าได้

  • Defalut Image

ปัจจุบันสามีภริยาทะเลาะกัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจกัน

บทความวันที่ 2 ส.ค. 2564, 10:01

มีผู้อ่านทั้งหมด 596 ครั้ง


ต้องประพฤติชั่วร้ายแรงเพียงใดจึงฟ้องหย่าได้

           ปัจจุบันสามีภริยาทะเลาะกัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจกัน โต้เถียงกัน มีพฤติกรรมประพฤติชั่วร้ายแรงจนถึงขั้นฟ้องหย่ากัน  ทนายคลายทุกข์จึงขอนำตัวอย่างคำพิพากษาศาลฏีกาเกี่ยวกับเหตุฟ้องหย่าอันเนื่องมาจากความประพฤติของคู่สมรส เพื่อใช้เป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันโดยสันติสุข ดังนี้

พฤติการณ์ที่เป็นการประพฤติชั่ว ฟ้องหย่าได้
1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2529
แม้การที่จำเลยใช้กำลังกายปลุกปล้ำและทำร้ายท.ลูกจ้างโดยส่อเจตนาว่าจะใช้กำลังบังคับข่มขืนใจให้ท.ยินยอมให้จำเลยร่วมประเวณีนั้นจะเกิดขึ้นภายในบ้านไม่มีบุคคลภายนอกรู้เห็นก็ตามแต่ก็ถือได้ว่าจำเลยประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นภริยาได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงต่อท.ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์จึงฟ้องหย่าจำเลยได้
2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2543
          เดิมโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยาจดทะเบียนสมรสกันมีบุตรด้วยกัน 1 คนต่อมาจดทะเบียนหย่าแล้วจดทะเบียนสมรสกันอีก ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์จำเลยแยกกันอยู่ โดยโจทก์กับบุตรอยู่ในประเทศไทย ส่วนจำเลยพักอาศัยอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาตามลำพัง โจทก์พาบุตรเดินทางไปเยี่ยมจำเลยตามปกติพบชายอื่นพักอาศัยอยู่ร่วมห้องกับจำเลยในอพาร์ตเมนต์ของจำเลย โจทก์จำเลยมีปากเสียงกันหลังจากนั้นประมาณ 3 ปี โจทก์พาบุตรเดินทางไปพบจำเลยเนื่องจากต้องการให้จำเลยลงชื่อให้ความยินยอมในการขายตึกแถวสินสมรส โจทก์ก็พบจำเลยพักอาศัยอยู่ร่วมห้องกับชายอื่นอีกคนหนึ่งในอพาร์ตเมนต์ของจำเลยอีก โจทก์จำเลยมีปากเสียงกันเช่นเคย เมื่อจำเลยเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกามาที่ประเทศไทย จำเลยก็มากับชายอื่นและเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ด้วยกัน แทนที่จำเลยจะพักอยู่บ้านโจทก์ผู้เป็นสามีพฤติการณ์ของจำเลยจึงเป็นการประพฤติชั่วอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ทั้งเป็นการทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นภริยาอย่างร้ายแรง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องหย่าได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516(2)(ก)(ข) และ (6) แม้ในระหว่างที่จำเลยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ โจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่น และให้ความอุปการะเลี้ยงดูด้วยซึ่งเป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยก็ชอบที่จำเลยจะยกขึ้นว่ากล่าวเอาความกับโจทก์ตามสิทธิที่มีอยู่ กรณีหาเป็นเหตุทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์สิ้นไปไม่
3.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2547
         ภริยาถูกศาลพิพากษาให้จำคุกในข้อหาเป็นเจ้าของผู้ดูแลและผู้จัดการาสถานการค้าประเวณีและข้อหาขายหรือให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์เป็นข้อหาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและเสื่อมเสียศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นการประพฤติชั่ว สามีฟ้องหย่าได้
4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13082/2558
         สามีดื่มสุราเป็นอาจิณ กลับบ้านดึก เมาสุรากลับมาจะด่าภริยาและมารดาภริยาด้วยถ้อยคำหยาบคาย เคยถือมีดขู่และเตรียมสากะเบือจะทำร้ายภริยา ภริยาให้โอกาสสามีกลับตัวหลายปีแต่ก็ไม่กลับตัว  เป็นการประพฤติชั่วเป็นเหตุให้ภริยาเสียหาย เดือดร้อนเกินควร ภริยาฟ้องหย่าได้

พฤติการณ์ที่ไม่เป็นประพฤติชั่ว ฟ้องหย่าไม่ได้
1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2533

         จำเลยเป็นภรรยาโจทก์ การที่จำเลยไม่ยอมพูดกับโจทก์ หากมีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือกันจำเลยจะเขียนจดหมายแทนการพูดกับโจทก์ก็เนื่องจากความผิดของโจทก์ที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงอื่นและทำร้ายร่างกายจำเลย ทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้บุตรได้ยินการทะเลาะกันระหว่างโจทก์กับจำเลย การกระทำของโจทก์เป็นเหตุอันสมควรที่จะทำให้จำเลยแสดงอาการดูถูกเกลียดชังโจทก์และไม่พูดคุยกับโจทก์ได้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติชั่ว และถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงอันจะเป็นเหตุหย่า มารดาของโจทก์เป็นลมเนื่องจากทะเลาะกับจำเลย เพราะจำเลยต้องการพาบุตรชายไปเที่ยวนอกบ้านแต่มารดาไม่ยอม เหตุดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามบุพการีโจทก์อย่างร้ายแรง.
2.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2321/2537
          การที่จำเลยสืบทราบว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหญิงอื่นจึงเสพสุรา สูบบุหรี่ ทะเลาะวิวาท และติดตามควบคุมโจทก์ในวิทยาลัยที่โจทก์ทำงานอยู่นั้น แม้พฤติการณ์ของจำเลยจะก่อให้โจทก์เกิดความเบื่อหน่ายอับอายในหมู่เพื่อนอาจารย์และนักศึกษา แต่ก็เกิดจากความรักหึงหวงหวาดระแวงของจำเลยตามวิสัยสตรีเพศที่เป็นภริยาซึ่งอาจปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้ถ้าโจทก์ไม่แสดงความรำคาญใจและฝักใฝ่ในสตรีอื่นให้ปรากฏ ทั้งจำเลยเองก็ไม่สมัครใจหย่าตัดความสัมพันธ์ฉันสามีภริยากับโจทก์ พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยจึงยังไม่ถึงขั้นประพฤติชั่วที่เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงหรือได้รับความดูถูกเกลียดชังเดือดร้อนเกินควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยได้
3.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3102/2541
         ภริยาร้องเรียนให้สามีจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่ตนและบุตรไม่เป็นการประพฤติชั่ว สามีฟ้องหย่าไม่ได้
4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1581/2542
         การที่จำเลยไปเที่ยวกับผู้ชายในเวลากลางคืน โดยไม่ได้รับความชัดว่าจำเลยประพฤติตนเช่นนั้นเป็นปกติวิสัยหรือไม่ ชายที่จำเลยไปด้วยมีความสัมพันธ์กับจำเลยเกินกว่าปกติธรรมดาหรือไม่ และจำเลยไปกับชายดังกล่าวเพียงลำพังสองต่อสองหรือไม่  จึงไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยประพฤติชั่วอันเป็นเหตุหย่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(2)
5. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2702/2546
        สามีดื่มสุรามาก ไม่หาเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากกลุ้มใจที่มีอุบัติเหตุทำให้เสียดวงตาไป 1 ข้าง และภริยาแจ้งว่ามีสามีใหม่แล้ว ยังไม่เป็นการประพฤติชั่ว

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก