จดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ทรัพย์สินใส่ชื่อสามีคนเดียว ทะเลาะกันไล่ออกจากบ้านต้องทำอย่างไร|จดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ทรัพย์สินใส่ชื่อสามีคนเดียว ทะเลาะกันไล่ออกจากบ้านต้องทำอย่างไร

จดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ทรัพย์สินใส่ชื่อสามีคนเดียว ทะเลาะกันไล่ออกจากบ้านต้องทำอย่างไร

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

จดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ทรัพย์สินใส่ชื่อสามีคนเดียว ทะเลาะกันไล่ออกจากบ้านต้องทำอย่างไร

  • Defalut Image

อยู่กับสามีมานานเกือบ 6 ปีจดทะเบียน 3ปีกว่า ตอนนี้ทะเลาะกัน เขาหาเรื่องตลอด

บทความวันที่ 2 ธ.ค. 2562, 13:49

มีผู้อ่านทั้งหมด 522 ครั้ง


จดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ทรัพย์สินใส่ชื่อสามีคนเดียว ทะเลาะกันไล่ออกจากบ้านต้องทำอย่างไร

            แฟนเพจทนายคลายทุกข์สอบถามมาว่า อยู่กับสามีมานานเกือบ 6 ปีจดทะเบียน 3ปีกว่า  ตอนนี้ทะเลาะกัน  เขาหาเรื่องตลอด  แต่หนูเสียเปรียบตรงที่หาเงินมาได้เท่าไหร่  ก็ช่วยปิดบ้านหนี้สินจากเมียเก่าเขาที่เขามีก่อนมาเจอเรา   และทุกวันนี้ช่วยซื้อของเข้าบ้าน ก็เป็นเงินเราที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงเรา  และอีกอย่างชื่อบ้านที่อยู่ตอนนี้ ก็ชื่อบ้านเขา  ไม่มีอะไรเป็นของหนูเลย  มีแต่เงินที่มาช่วยเขาจ่าย เท่านั้น  เวลาทะเลาะกันเขาก็ไล่เราออกบ้าน เวลาที่เราหาเงินไม่ทัน  และบางครั้งก็ทำร้ายเรา ทั้งกายวาจาใจ โดยไม่นึกว่าเราเป็นเมียร่วมทุกข์มากับเขา  ตอนนี้หนูไม่ได้ทำงานมา เกือบ 3เดือนแล้ว แต่หนูก็ยังช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านอยู่ เงินส่วนตัวที่มีในบัญชีเงินเก็บของตัวเองมาช่วยอยู่ หนูมาขาดเงินตอนหนูไม่ได้ทำงานเท่านั้นเขาไล่ให้ออกจากบ้าน  
           สอบถามว่า ถ้าหนูขอหย่าหนูควรทำอย่างไรบ้าง เงินที่หนูจ่ายออกไป เขาก็บอกว่าเงินเขาทั้งหมด  และก็ด่าว่าหนูไม่เคยช่วยอะไรเลย  หนูควรทำอย่างไร เรียกร้องอะไรได้บ้างค่ะ

คำแนะนำสำนักงานทนายความ ทนายคลายทุกข์
    หากต้องการจะฟ้องหย่าท่านสามารถฟ้องหย่าได้  ส่วนทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างสมรส ถือว่าเป็นสินสมรส แม้จะมีชื่อเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งก็ตามก็ต้องแบ่งกันละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474

ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1474 
สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน
(1) ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส
(2) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
(3) ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว
ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

มาตรา 1516   เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ
อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง  ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือนร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง  ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(10) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกายทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก