ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาไม่ชอบ ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคา|ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาไม่ชอบ ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคา

ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาไม่ชอบ ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคา

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาไม่ชอบ ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคา

  • Defalut Image

ปัจจุบันคดีเช่าซื้อมีปัญหามากในชั้นศาล ปัญหาที่ผู้เช่าซื้อทะเลาะกับไฟแนนซ์

บทความวันที่ 8 ก.พ. 2562, 09:52

มีผู้อ่านทั้งหมด 73 ครั้ง


ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาไม่ชอบ ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคา

    ปัจจุบันคดีเช่าซื้อมีปัญหามากในชั้นศาล ปัญหาที่ผู้เช่าซื้อทะเลาะกับไฟแนนซ์คือเรื่องการบอกเลิกสัญญาชอบหรือไม่ ถ้าการบอกเลิกสัญญาไม่ชอบ แต่ผู้เช่าซื้อกลับนำรถไปคืนไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์ก็ไม่ว่าอะไร รับรถคืน หลังจากนั้นนำรถไปขายทอดตลาด มีส่วนขาดทุน หรือค่าขาดราคารถ ไม่สามารถไปเรียกเอากับผู้เช่าซื้อได้ เพราะศาลถือว่าทั้งสองฝ่ายสมัครใจเลิกสัญญา จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย เรียกได้แต่ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ตัวอย่างคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาฎีกาที่ 2735/2561 
               โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2555 จำเลยเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน ฮฉ 3427 กรุงเทพมหานคร จากโจทก์ แล้วผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์บอกเลิกสัญญาต่อมาจำเลยนำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาดได้เงิน 519,626.17 บาท การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียหายขาดราคาตามสัญญา 732,093083 บาท และขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์ 86,800 บาท ข้อให้บังคับจำเลยชำระเงิน 818,893.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
            จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
            ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 86,800 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 มกราคม 2558) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี ส่วนค่าทนายความและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
             โจทก์อุทธรณ์
             ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์เป็นเงิน 386,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
            จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา
             ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า “ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติตามที่คู่ความไม่ฎีกาว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2555 จำเลยเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน ฮฉ 3427 กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา 1,477,440 บาท กำหนดชำระค่าเช่าซื้อจำนวน 72 งวด งวดละหนึ่งเดือน ทุกวันที่ 19 ของเดือน เป็นเงินรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วงวดละ 20,520 บาท ชำระงวดแรกวันที่ 19 ตุลาคม 2555 งวดถัดไปทุกวันที่ 19 ของเดือนจนกว่าจะครบ มีข้อตกลงว่าหากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อสามงวดติดต่อกัน และโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชำระหนี้ที่ค้างชำระเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันแล้วจำเลยไม่ชำระ โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์เอกสารหมายจ.7 จำเลยชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์รวม 11 งวด เป็นเงิน 225,720 บาทและผิดนัดตั้งแต่งวดที่ 12 ประจำวันที่ 19 กันยายน 2559 เป็นต้นมา ต่อมาวันที่ 1 เมษายน 2557 โจทก์ได้รับมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจากนายสุวรรณ จำคำ ตัวแทนของจำเลยตามหนังสือแสดงเจตนาส่งมอบทรัพย์สินคืน บันทึกการส่งมอบรถยนต์ ภาพถ่ายรถยนต์ และต้นฉบับใบรับรถ เอกสารหมายจ.10 โจทก์ขายตลาดรถยนต์ที่เช่าซื้อได้เงิน 519,626.17 บาทตามสำเนาใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีเอกสารหมาย จ.12
              มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยต้องรับผิดชำระค่าขาดราคาแก่โจทก์หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า หลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2557 จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์ โดยโจทก์มิได้โต้แย้งถือได้ว่าโจทก์และจำเลยสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยาย จำเลยต้องรับผิดเฉพาะค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์เท่านั้น เห็นว่า ค่าขาดราคาเป็นค่าเสียหายที่โจทก์อาจเรียกร้องได้ในกรณีจำเลยผิดสัญญาและโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว  คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานมาแสดงประกอบว่าโจทก์ได้ส่งหนังสือขอให้ชำระหนี้และบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยโดยชอบแล้ว  กรณียังฟังไม่ได้ว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว  โจทก์ไม่ฎีกา ข้อเท็จจริงย่อมฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคว่า โจทก์ยังไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแก่จำเลย  สัญญาเช่าซื้อจึงยังไม่เลิกกัน  แต่การที่โจทก์ยอมรับรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจากจำเลยเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2557 โดยไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านถือว่าคู่สัญญาสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยายตั้งแต่วันที่โจทก์ได้รับรถคืน อันเป็นการเลิกสัญญาเช่าซื้อเพราะเหตุอื่นมิใช่เหตุที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยข้อตกลงในสัญญาหรือโดยผลแห่งกฎหมาย ทั้งตามสัญญาเช่าซื้อไม่มีข้อตกลงโดยชัดแจ้งให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าขาดราคากรณีจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อและนำรถยนต์ที่เช่าซื้อมาคืน  โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าขาดราคาจากจำเลยได้  คงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นค่าใช้ทรัพย์หรือค่าขาดประโยชน์ระหว่างจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อถึงวันที่จำเลยส่งมอบรถคืนแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า  เป็นกรณีจำเลยแสดงเจตนาเลิกสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 และยังคงให้จำเลยรับผิดในค่าขาดราคานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภค ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
อนึ่ง จำเลยเป็นผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งปวง จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 7,836 บาท แก่จำเลย
             พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระแต่เฉพาะค่าขาดประโยชน์ จำนวน 86,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 มกราคม 2558) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภค คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 7,836 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก