จำเลยดึงโทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ตัวผู้เสียหายโยนทิ้งเพราะความโกรธ ไม่ถือเป็นการเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต |จำเลยดึงโทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ตัวผู้เสียหายโยนทิ้งเพราะความโกรธ ไม่ถือเป็นการเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต 

จำเลยดึงโทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ตัวผู้เสียหายโยนทิ้งเพราะความโกรธ ไม่ถือเป็นการเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต 

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

จำเลยดึงโทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ตัวผู้เสียหายโยนทิ้งเพราะความโกรธ ไม่ถือเป็นการเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต 

  • Defalut Image

คำพิพากษาฎีกาที่ 112/2554

บทความวันที่ 20 ม.ค. 2566, 09:33

มีผู้อ่านทั้งหมด 25 ครั้ง


จำเลยดึงโทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ตัวผู้เสียหายโยนทิ้งเพราะความโกรธ ไม่ถือเป็นการเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต 
คำพิพากษาฎีกาที่ 112/2554

          จำเลยดึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายที่เหน็บไว้ในกระเป๋ากระโปรง แล้วโยนทิ้งที่ชานพักบันไดเพราะเกิดจากอารมณ์โกรธที่ได้ยินเสียงผู้ชายโทรศัพท์เข้ามา ยังไม่พอฟังว่าจำเลยเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายไปโดยมีเจตนาทุจริต เพื่อต้องการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายมาเป็นของตนอันจะเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ แต่การโยนโทรศัพท์เคลื่อนที่ลงไปที่ชานพักบันได ย่อมเล็งเห็นได้ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายอาจเกิดความเสียหายได้ เมื่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายไม่เสียหายสการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามทำให้เสียทรัพย์
ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 336
ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
          ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
         ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
         ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท
#ทนายคลายทุกข์ #ทำให้เสียทรัพย์ #วิ่งราว #ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
#ปรึกษาคดี โทร.02-9485700, 081-6161425, 081-8217470, 081-6252161 

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก