ขอคืนของกลางในคดีไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก่อนคดีถึงที่สุด|ขอคืนของกลางในคดีไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก่อนคดีถึงที่สุด

ขอคืนของกลางในคดีไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก่อนคดีถึงที่สุด

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ขอคืนของกลางในคดีไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก่อนคดีถึงที่สุด

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2563

บทความวันที่ 27 พ.ค. 2565, 11:32

มีผู้อ่านทั้งหมด 195 ครั้ง


ขอคืนของกลางในคดีไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก่อนคดีถึงที่สุด
ลองอ่านฎีกาใหม่และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  เอาไปใช้ประโยชน์ได้นะครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2563
    แม้ขณะจำเลยกระทำความผิด ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อจะยังไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถกระบะของกลาง ผู้ร้องได้ชำระราคาเช่าซื้อครบถ้วนแล้วและได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในรถกระบะของกลางแก่ผู้ร้องแล้วก็ตามแต่เป็นเวลาภายหลังศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบรถกระบะของกลาง และคดีถึงที่สุดแล้วโดยไม่มีคู่ความฝ่ายในอุทธรณ์ฎีกา ดังนั้น กรรมสิทธิ์ในรถกระบะของกลางตกเป็นของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 35 แล้ว ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถกระบะของกลางอีก

ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 35
ทรัพย์สินซึ่งศาลพิพากษาให้ริบให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่ศาลจะพิพากษาให้ทำให้ทรัพย์สินนั้นใช้ไม่ได้หรือทำลายทรัพย์สินนั้นเสียก็ได้
มาตรา 36 ในกรณีที่ศาลสั่งให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓ หรือ มาตรา ๓๔ ไปแล้ว หากปรากฏในภายหลังโดยคำเสนอของเจ้าของแท้จริงว่า ผู้เป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ก็ให้ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินนั้นยังคงมีอยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงาน แต่คำเสนอของเจ้าของแท้จริงนั้นจะต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด    
     
#ปรึกษาคดี โทร.02-9485700, 081-6161425, 081-8217470,081-6252161 
#ขอคืนของกลาง #ของกลาง #ริบทรัพย์
#ทนายคลายทุกข์

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก