คดีอาญา อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่ง ถ้าศาลสั่งจำคุกและได้ประกันตัว ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์|คดีอาญา อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่ง ถ้าศาลสั่งจำคุกและได้ประกันตัว ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์

คดีอาญา อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่ง ถ้าศาลสั่งจำคุกและได้ประกันตัว ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คดีอาญา อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่ง ถ้าศาลสั่งจำคุกและได้ประกันตัว ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์

  • Defalut Image

คำพิพากษาฎีกาที่ 5633/2562

บทความวันที่ 16 ธ.ค. 2563, 10:57

มีผู้อ่านทั้งหมด 299 ครั้ง


คดีอาญา อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่ง ถ้าศาลสั่งจำคุกและได้ประกันตัว ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 5633/2562

     แม้อุทธรณ์ของจำเลยมิใช่อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นความผิด        แต่เป็นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาแก่จำเลยก็ตาม ก็ต้องอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 32) พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วในขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ที่บัญญัติว่า “ในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้นและจำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์” ดังนี้การที่จำเลยต้องคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้รับโทษจำคุกและไม่ได้ถูกคุมขังยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาโดยไม่ได้แสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลจึงเป็นการไม่ชอบ

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก