ฟ้องคดีผู้บริโภคโดยไม่ต้องมีทนายทำได้จริงหรือ|ฟ้องคดีผู้บริโภคโดยไม่ต้องมีทนายทำได้จริงหรือ

ฟ้องคดีผู้บริโภคโดยไม่ต้องมีทนายทำได้จริงหรือ

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ฟ้องคดีผู้บริโภคโดยไม่ต้องมีทนายทำได้จริงหรือ

  • Decha Image Slide

ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551

บทความวันที่ 2 ก.ค. 2558, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 5388 ครั้ง


ฟ้องคดีผู้บริโภคโดยไม่ต้องมีทนายทำได้จริงหรือ

            ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับ ทำให้มีคดีผู้บริโภคขึ้นสู่ศาลเป็นจำนวนมาก คดีเล็กคดีน้อยสารพัดเรื่องสารพัดราว ทั้งที่เป็นผู้บริโภคตัวจริงและผู้บริโภคตัวปลอม ที่พยายามหาช่องว่างของกฎหมายเล่นงานผู้ประกอบธุรกิจ เรียกค่าเสียหายจำนวนสูงเกินจริง โดยเอาชื่อเสียงของผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวประกัน เพราะผู้ประกอบธุรกิจถ้าถูกผู้บริโภคฟ้อง ผู้บริโภคก็มักจะนำคำฟ้องมาประชาสัมพันธ์ทางสื่อสารมวลชน เช่น ทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เนื่องจากมีกฎหมายคุ้มครองให้ทำได้ ถ้าเป็นการเผยแพร่โดยสุจริตไม่ได้ให้สัมภาษณ์นอกเหนือจากคำฟ้องของตนเอง เพื่อจะทำลายชื่อเสียงของผู้ประกอบธุรกิจ ก็สามารถกระทำได้ มีผู้ประกอบธุรกิจหลายรายที่ตกเป็นข่าวทางสื่อสารมวลชนที่ถูกผู้บริโภคดำเนินคดีเกี่ยวกับการขายสินค้าหรือให้บริการ
            ทนายคลายทุกข์ ซึ่งรับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับคดีผู้บริโภคในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ขอนำเสนอในมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินคดีผู้บริโภคในชั้นศาล เนื่องจากการดำเนินคดีผู้บริโภคในชั้นศาลกฎหมายให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องสำคัญ
            1. ต้องรวดเร็ว
            2. ต้องประหยัด
            3. ต้องมีประสิทธิภาพ
            การฟ้องคดีทำได้ 2 แบบ แบบแรกคำฟ้องเป็นหนังสือ ซึ่งโดยทั่วไปต้องใช้ผู้ที่เป็นทนายความมีใบอนุญาตว่าความเท่านั้น การฟ้องแบบเป็นหนังสือ จึงไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะมีทนายความเป็นคนดำเนินการสืบพยานในชั้นศาลจนเสร็จคดี แต่การฟ้องคดีผู้บริโภคแบบที่สองเรียกว่าการฟ้องด้วยวาจา การฟ้องด้วยวาจาในทางปฏิบัติผู้บริโภคคนใดที่ได้รับความเดือดร้อน จากการซื้อสินค้าหรือรับบริการ ก็จะเดินทางไปยังศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีแพ่งที่ใกล้บ้านตัวเอง ไปพบเจ้าหน้าที่ของศาล ที่เรียกชื่อว่าเจ้าพนักงานคดี  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่จบเนติบัณฑิตและมีความรู้ทางกฎหมายเป็นอย่างดี เมื่อพบกับเจ้าพนักงานคดีก็จะทำการเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ความเป็นมาเกี่ยวกับการถูกละเมิดสิทธิผู้บริโภคว่าถูกละเมิดสิทธิอย่างไร มีความเสียหายอย่างไร มีเอกสารหรือสัญญาอะไรบ้าง เคยไปร้องเรียนที่ไหนมาบ้าง และมาศาลต้องการให้ศาลบังคับผู้ประกอบธุรกิจอย่างไร เมื่อฟังข้อเท็จจริงจากผู้บริโภคแล้ว เจ้าพนักงานคดีก็จะนำข้อเท็จจริงดังกล่าว มาบันทึกลงในคำฟ้องและอ่านให้กับผู้บริโภคฟัง และให้ผู้บริโภคที่จะเป็นโจทก์ลงลายมือชื่อลงในคำฟ้อง แล้วนำไปเสนอต่อศาลในวันนั้นเลย ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ถ้าตกลงกันได้ก็จบกันไป แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย แต่ปัจจุบันมักเรียกค่าเสียหายมาเป็นจำนวนสูง บางคดีก็มีเงื่อนไขแปลกๆ เช่น ต้องขอโทษ ขอขมา หรือให้ผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาประจานตัวเองทางสื่อสารมวลชน หรือสังคมออนไลน์ เป็นต้น ก็ทำให้ตกลงกันไม่ได้จำเป็นจะต้องมีการกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดหน้าที่นำสืบ เมื่อมาถึงตอนนี้ถ้าผู้บริโภคไม่มีทนาย ศาลก็ไม่มีทนายให้เหมือนกัน ความยากลำบากจึงตกอยู่กับผู้บริโภค ศาลก็จะช่วยอะไรได้ไม่มากนัก ถึงแม้จะมีอำนาจในการแสวงหาข้อเท็จจริงได้ก็ตาม แต่ก็เป็นภาระอันหนักของศาล ในทางปฏิบัติถ้าผู้ประกอบธุรกิจต่อสู้คดี ผู้บริโภคมักจะไปไม่รอดเสียเป็นส่วนใหญ่ มีคดีที่ผู้บริโภคไปฟ้องศาลเองแล้วไปไม่รอดหลายคดี มาขอคำแนะนำกับผม ทุกคดีส่วนใหญ่ท่านผู้พิพากษาก็มักจะให้คำแนะนำว่า ควรไปหาทนายมาเพื่อช่วยในการถามพยานและเตรียมคดี มิฉะนั้น โอกาสชนะคดีจะมีน้อย ทนายคลายทุกข์ขอเรียนว่า การที่กฎหมายผู้บริโภคกำหนดให้ฟ้องคดีด้วยวาจา แต่ไม่มีทนายความให้กับผู้บริโภค มันก็เหมือนกับส่งไม่ถึงฝั่ง ส่งแค่กลางคลอง และให้หาทางว่ายน้ำไปเอง ซึ่งในน้ำมีทั้งปลาฉลาม จระเข้ ซึ่งหมายถึงผู้ประกอบธุรกิจและทีมงานของเขามีแต่พวกเคี่ยวๆ ทั้งนั้น โอกาสที่ผู้บริโภคจะได้รับความเป็นธรรมนั้นแทบจะไม่มีเลย จึงฝากไปยังรัฐบาลว่าถ้าจะให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ก็ควรจะมีการจัดหาทนายให้เพียงพอในการรองรับคดีผู้บริโภคนะครับ ส่วนผู้บริโภคทั้งหลายที่คิดจะฟ้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจ เช่น คดีซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ฟ้องหมอ ฟ้องโรงพยาบาล ฟ้องผู้ผลิตรถยนต์ ทนายคลายทุกข์ขอเรียนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ก่อนฟ้องควรปรึกษาหารือกับทนายความก่อนนะครับ มิฉะนั้น อาจตกม้าตายในชั้นพิจารณาคดีได้นะครับ

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551
มาตรา 20
การฟ้องคดีผู้บริโภค โจทก์จะฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้  ในกรณีที่โจทก์ประสงค์จะฟ้องด้วยวาจา ให้เจ้าพนักงานคดีจัดให้มีการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องแล้วให้โจทก์ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
               คำฟ้องต้องมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี รวมทั้งคำขอบังคับชัดเจนพอที่จะทำให้เข้าใจได้ หากศาลเห็นว่าคำฟ้องนั้นไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้

ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานคดีในคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551
ข้อ 6
  ในกรณีที่โจทก์ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือ หากคำฟ้องนั้นไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญในเรื่องใด เจ้าพนักงานคดีอาจให้คำแนะนำแก่โจทก์เพื่อจัดทำคำฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วน
               ในกรณีที่โจทก์ประสงค์จะฟ้องด้วยวาจา ให้เจ้าพนักงานคดีดำเนินการเพื่อให้มีการจดบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องลงในแบบพิมพ์คำฟ้องแล้วให้โจทก์ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ช่วยหน่อยอคะ. โดนสายการบินไทย ไลออนแอร์. เรียกเก็บเงินเพิ่ม เรื่องมีอยู่ว่าเราซื้อตั๋วกับบริษัท. เอเจนซี่.  ตั๋วผู้ใหญ่. 2. ใบ. ตั๋วเด็ก. 1. ใบ ในราคาเท่ากัน คือใบละ 2,760. บาท รวม. 8,280. บาท.  จ่ายเงินสดกับบริษัทเอเจนซี่. พอขึ้นเครื่องมีปัญหา. สายการไทยไลออนแอร์. บอกให้นั่งแค่ 2. ที่เด็กนั่งตัก. ทั้งที่ตอนจองกับเอเจนซี่. ถามย้ำแล้วไม่มีตัวเด็กหรือคะ. พร้อมกับเอาสูติบัตรเด็กให้ดูแล้ว. ตอนขาไปจากเชียงใหม่. แอร์มีคุณธรรมช่วยย้ายที่นั่งให้เป็น 3. ที่นั่ง.  แต่พอวันขากลับจากกรุงเทพมาเชียงใหม่. มีปัญหาให้จ่ายเงินเพิ่มอีก.  4,780 บาท.   แอร์สายการบินดังกล่าวบอกว่าเป็นความผิดของผู้โดยจองผิดเอง. ให้ผู้โดยสารติดต่อเอเจนซี่เองต้องจ่ายเงินเดื่มอีก4,780. บาท.  เพื่อนๆ. ช่วยกันหน่อยว่าเราควรจะอย่างไรดี

โดยคุณ สุรภา เสาวพนธ์ (xxx) 15 เม.ย. 2560, 02:58

ตอบความคิดเห็นที่ 1

สามารถร้องเรียนสคบ. โทร 1166 ได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (180.183.xxx.xxx) 1 มิ.ย. 2560, 14:24

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก