ขอกู้เงินจากธนาคารนับแต่วันนี้ยากมาก|ขอกู้เงินจากธนาคารนับแต่วันนี้ยากมาก

ขอกู้เงินจากธนาคารนับแต่วันนี้ยากมาก

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ขอกู้เงินจากธนาคารนับแต่วันนี้ยากมาก

  • Decha Image Slide

ผมในฐานะวิทยากรของสถาบันการเงิน

บทความวันที่ 26 ม.ค. 2558, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 4400 ครั้ง


ขอกู้เงินจากธนาคารนับแต่วันนี้ยากมาก
             ผมในฐานะวิทยากรของสถาบันการเงิน ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า นับแต่วันนี้เป็นต้นไป การขอกู้เงินกับธนาคารเป็นเรื่องหินมาก เนื่องด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
           1. การทวงหนี้ผู้ค้ำประกันมีความยุ่งยากตามกฎหมายใหม่
           2. ธนาคารพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้อย่างเดียว
           3. เปลี่ยนผู้ค้ำประกันมาเป็นผู้กู้ร่วม
           4. ให้ความสำคัญกับธุรกิจและความเคลื่อนไหวทางบัญชีเป็นหลัก
           5. เรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่ม
           6. วงเงินที่ขอกู้อนุมัติน้อยมากและช้ามาก
           ผลของการออกกฎหมายโดยไม่รอบคอบ ผลกระทบต่อสังคมมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะผู้ขอสินเชื่อซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ สนช.จะออกกฎหมายใหม่ให้คิดให้รอบคอบนะครับ

จากทนายเดชา กิตติวิทยานันท์
คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์
ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4

ได้นำที่ดินไปจำนองกับแบงกสิกร มีผู้ค้ำเป็นน้องสาว ตอนนี้ได้นำที่ออกมาจากแบงค์หมดแล้ว และได้ไปขายส่วนหนึ่ง ส่วนที่ดินที่เหลือจะยำไปเข้าแบงค์อีกรอบ แต่ติดปัญบูโรไม่ผ่าน ซึ่งผมเองไม่เคยมีปัญหาเรื่องการส่งจ่าย ใแต่น้องสาวที่ยังติดบูโรอยู่นะตอนนี้ มีปัญหาคือไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับเราได้ไงเพราะไม่ใช่เราที่ติดแบลคลิส มีแค่น้องสาวเท่านั้นที่ติด จะทำอย่างไรถึงลบตรงนี้ได้ เค้าเอาคนค้ำมารวมกับชื่อเราได้ด้วยหรือครับ มันคาใจทำไมเรากู้ไม่ได้เพราะคนค้ำติดบูโร มีวิธีไหนทีาจะทำให้ประวัติเรากลับมาปกติเพราะเราไม่เคยล่าช้าและจ่ายทุกงวด ขอบคุณมากครับ

โดยคุณ Phongrat (124.122.xxx.xxx) 30 พ.ย. 2559, 19:27

ความคิดเห็นที่ 3

เจ้าหนี้ไม่ยอมปล่อยกู้ เจ้าหนี้ก็ขาดรายได้ (ดอกเบี้ย) 

ลูกหนี้กู้เงินไม่ได้  ลูกหนี้ก็ไม่ได้เงินมาใช้  เสียโอกาส

เป็นเรื่องที่เจ้าหนี้กับลูกหนี้ ควรหาทางปรับตัวเข้าหากัน 

ไม่ควรไปลงที่ผู้ค้ำประกันให้เป็นคนเดือดร้อนแทนครับ  

โดยคุณ วิชย ไทรวิจิตร (สมาชิก) (110.170.xxx.xxx) 27 ม.ค. 2558, 18:24

ความคิดเห็นที่ 2

ผมแสดงความคิดเห็นที่ 1 แต่พิมพ์นานไป ชื่อจึงไม่ปรากฏ

ขอเสริมเพิ่มเติม

ผู้ค้ำประกันจำนวนมากก็อยู่ในฐานะทางสังคมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  จำใจต้องค้ำประกัน  ตนเองก็ไม่ได้ประโยชน์ มีแต่เสียกับเสมอตัว

โดยคุณ วิชย ไทรวิจิตร (สมาชิก) (110.170.xxx.xxx) 27 ม.ค. 2558, 18:01

ความคิดเห็นที่ 1

กู้ไม่ได้ก็ไม่ต้องกู้  ดีกว่าเดือดร้อนผู้ค้ำประกัน ครับ

เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายค้ำประกันใหม่  ผมขัดข้องใจเพียงแค่ เรื่องเจ้าหนี้ผ่อนเวลาทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้น นอกจากนั้น เห็นด้วย

เดิมที กฎหมายค้ำประกันเอาเปรียบผู้ค้ำประกันอย่างมาก  ผู้ค้ำประกันมีแต่เสีย อย่างดีแค่เสมอตัว   สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม แต่กฎหมายกลับมารับรองให้เป็นสัญญาที่บังคับใช้ได้

ถึงแม้ว่าขณะนี้ แก้ไขกฎหมายค้ำประกันใหม่แล้ว ผู้ค้ำประกันก็ยังมีแต่เสียกับเสมอตัว เพียงแต่กฎหมายช่วยยควบคุม ไม่ให้เสียมากเกินไป

------------------------------------------------------------------------------------

กฎหมายแก้ไขเพียงแค่นี้ก็ดีแล้ว  ยังดีต่อเจ้าหนี้ ที่กฎหมายยังไม่แก้ไขถึงขนาดว่า บังคับให้เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ค้ำประกัน ที่ยอมเป็นผู้ค้ำประกัน (เหมือนจ่ายเบี้ยประกันให้ผู้รับความเสี่ยงภัย)   แบบว่า ถ้าเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ผิดนัดชำระค่าตอบแทนต่อผู้ค้ำประกันแล้ว ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นความรับผิด

โดยคุณ (110.170.xxx.xxx) 27 ม.ค. 2558, 17:51

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก