WebBoard :กฎหมาย|การโพสข้อมูลลงโซเชียลและการขู่ทำร้าย

การโพสข้อมูลลงโซเชียลและการขู่ทำร้าย

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

การโพสข้อมูลลงโซเชียลและการขู่ทำร้าย

  • 18
  • 2
  • post on 10 มิ.ย. 2569, 10:48

.น้องสาวของสามีได้ทำการจดทะเบียนอย่ากับสามีไปได้2ปีแล้วแต่อดีตสามีนำข้อมูลไปโพสลงโซเชียลเฟสบุคและเพจต่างๆ เพื่อให้น้องสาวสามีและคนรอบข้างได้รบความเดือดร้อน โดยวัตถุประสงคที่เขาลงจบใจความได้ว่า

-หลังจากที่หย่ากันแล้วได้2ปีน้องสาวสามี มีคนคุยใหม่ ฝั่งอดีตสามีจะขอรถมอไซด์คืน แต่มอไซด์เป็นชื่อฝ่ายหญิง

-มีคลิบเสียงขู่ทำร้ายและจ้่างวานคนไปทำร้าย แต่ยังไม่ลงมือ แค่ไปดูลาดเลาที่บ้าน

-อดีตสามีน้องสาว ทำงานที่ดูไบ

เราจะทำอย่างไรกับเหตุการณที่เกิดขึ้นนี้ค่ะ เพราะมีการไปแจ้งความ ตำรวจจะไม่รับแจ้ง บอก แจ้งไปก็เท่าน้น

โดยคุณ อัสนีย์พร (125.25.xxx.xxx) 10 มิ.ย. 2569, 10:48

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

โดยคุณ มโนธรรม เจษฎาสาธุชน 10 มิ.ย. 2569, 11:48

ความคิดเห็นที่ 1

ปัญหาสังคม

  ตามข้อเท็จจริงที่บอกมา   การกระทำของฝ่ายชาย  ย่อมมีความผิด อาทิ  การข่มขู่ ทำให้เกิดความกลัวฯ เป็นความผิดต่อเสรีภาพ  ตาม ปอ. ม.309 วรรคแรก มีโทษจำคุก  3 ปี ปรับ หกหมื่นบาทฯ แต่เป็นความผิดที่ยอมความกันได้  ต้องร้องทุกข์(แจ้งความ) ภายใน สามเดือน นับแต่ทราบเรื่องและทราบตัวผู้กระทำความผิด...และการโพสภาพและข้อความ ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน ความกลัว อาจเข้าข่ายความผิดต่อ พรบ.ฯคอมพิวเตอร์ ฯ ม.14 มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ หนึ่งแสนบาท....

     การไปแจ้งความ  ถือว่าเป็นการเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง แต่การที่ตำรวจบอกว่า  "แจ้งไปก็เท่านั้น" ถือว่าเป็นการละเว้นปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ปอ.ม.157  มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับสองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท  แต่....ที่บอกเช่นนี้  ไม่ได้มีเจตนายุยง หรือส่งเสริมให้คุณไปคิดค้าความกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าคุณทำ คุณจะพบกับความเดือดร้อน แน่นอน เพราะกลไกต่างๆ ๆไม่สามารถเอื้ออำนวยให้ให้คุณได้รับประโยชน์อะไรได้เลย สิ่งที่สังคม เขาทำๆกัน คือพึ่ง องค์กรเอกชนที่คอยให้ความช่วยเหลือ ซึ่งพบเห็นได้เสมอ ให้สังคมปัจจุบัน  ก็ไตร่ตรองดูเอาเองว่าจะเลือกใช้วิธีใด...

   ขอเพิ่มเติม  เรื่องคดีความ  ที่ตำรวจบอกว่า แจ้งไปก็เท่านั้น  ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล หรือพูดส่งเดชไป ให้พ้นๆตัว เขาคงพูดไปตามความจริงที่พวกเขาพบเห็นอยู่เสมอ เพราะตามข้อเท็จจริง  แม้ตำรวจจะรับแจ้งความ มีการสืบสวนสอบสวน และส่งฟ้องต่อศาลตามกระบวนการยุติธรรม  สุดท้ายปลายทาง จำเลย มักไม่ได้รับโทษ อะไรมากมาย ไม่ใช่จำเลยมีอิทธิพล  หรือตำรวจทำคดีไม่สุจริต  แต่หลักการของกฎหมาย  เปิดช่องให้จำเลยมักมีทางรอดพ้นจากการจำคุกได้เสมอ..อาทิ คดีความผิดต่อเสรีภาพ ( ม.309 วรรคแรก) สามารถยอมความกันได้ ส่วนมากมักมีการเจรจาไกล่เลี่ยกัน สุดท้ายคดีก็จบลงแบบชิวๆ.....คดีความผิดตาม พรบ.ฯคอมฯ แม้มีโทษสูงถึง 5 ปี แต่ ถ้าจำเลย สารภาพ  ก็มีหลักกฎหมายเปิดช่องให้จำเลย  ไม่ต้องถูกจำคุก  ตาม ปอ. ม.56 ม.78 (ลองไปเปิดอ่านดูครับ) แต่ผู้เสียหาย ต้องไปพบตำรวจ ไปพบอัยการ ไปศาล ครั้งแล้ว ครั้งเล่า เสียค่าใช้จ่าย และใช้เวลาไม่น้อย  และเสียความรู้สึก ที่จำเลยไปได้รับโทษอะไรมากมาย นี่คือความจริงในสังคม  คือหมู(จำเลย) ไม่กลัวน้ำร้อน สุจริตสุข ต้องคอยหลบๆซ่อนๆเอาตัวรอดไปวันๆ...เรือนจำก็ล้นหลามไปด้วยนักโทษนานาชนิด ต้องโทษ เข้าไป เท่ากับไปฝึกวิชา  กล้าแข็งกว่าเก่า นี่จึง เป็นปัญหาสังคมที่ยากจะแก้ไขได้ จง อดทนต่อไปเถิด  ด้วยความปรารถนาดี ครับ

โดยคุณ มโนธรรม เจษฎาสาธุชน 10 มิ.ย. 2569, 11:46

แสดงความเห็น