งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเก็บค่าส่วนกลางแพงเกินไปจะต้องทำอย่างไร
ทนายคลายทุกข์ขอนำคดีเกี่ยวกับการเก็บเงินค่าส่วนกลางของเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรและนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมานำเสนอผู้อ่าน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการต่อรองกับเจ้าของโครงการหรือนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต่อไป
ปัจจุบันกรมที่ดินได้วางหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บไว้แล้ว กล่าวคือ กรมที่ดินได้มีหนังสือที่ มท 0517.2/ว20707 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2552 เรื่อง การบริการสาธารณะตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ซ้อมความเข้าใจความหมายของคำว่า “บริการสาธารณะ” เพื่อเป็นแนวทางให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินประกอบการพิจารณากำหนดอัตราค่าใช้บริการหรือค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะ เช่น การรักษาความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย การรักษาความสะอาด ค่ากระแสไฟส่องสว่างส่วนกลาง ค่าบริการจัดเก็บขยะ ค่าน้ำประปาสำหรับพนักงานอุปโภคบริโภค ค่าบริหารจัดการ โดยได้แจ้งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา และอำเภอทราบด้วยแล้ว หนังสือดังกล่าวได้กำหนดแนวทางให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินใช้เป็นแนวในการพิจารณาให้ความเห็นการขอเรียกเก็บค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะตามนัยมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินที่คณะกรรมการจะพิจารณาในระเบียบวาระต่อไป
แต่ปรากฎว่าในทางปฏิบัติเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรและนิติบุคคลตามหมู่บ้านจัดสรรมักเอาเปรียบผู้อยู่อาศัยมาก ในการเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะเกินกว่าที่จ่ายจริง บางโครงการอ้างว่าขาดทุน ไม่มีเงินดูแล เช่น ที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นต้น หรือบางครั้งก็อ้างว่า เก็บได้ทุกหลังหรือเปล่าก็ไม่รู้ และส่วนที่ขาดต้องจ่ายเอง ขอความเห็นใจจากลูกบ้าน การจ้างยามรักษาความปลอดภัยจ้างมาสูงแต่จ่ายเงินเดือนต่ำ ส่วนต่างเอาเข้ากระเป๋านิติบุคคล ค่าน้ำค่าไฟหมู่บ้าน เจ้าของโครงการใช้ประโยชน์ร่วมด้วย แต่ผลักภาระให้ผู้อยู่อาศัยจ่ายคนเดียว ค่าคนงานธุรการจ้างมาหลายคนอ้างว่า เป็นพนักงานดูแลบริการสาธารณะรวมทั้งจัดทำบัญชี แต่เจ้าของโครงการใช้ให้ทำงานส่วนตัวด้วย แต่ค่าใช้จ่ายเก็บจากผู้อยู่อาศัยฝ่ายเดียว ไม่เป็นธรรมแก่ผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้บางหมู่บ้านจัดเก็บค่าบริการสูงกว่าหมู่บ้านข้างเคียงมาก หรือจ่ายค่าคนงาน ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ไม่มีหลักฐานตรวจสอบไม่ได้ ลูกบ้านถ้าไม่พอใจ ขอแนะนำให้ร้องเรียนได้ที่คณะกรรมการการจัดสรรที่ดินจังหวัด หรือคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง และเมื่อคณะกรรมการตัดสินมาไม่พอใจยังมีสิทธิฟ้องต่อศาลปกครองได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และพ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 14, มาตรา 26, มาตรา 32 และมาตรา 53
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
มาตรา 14 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการจัดสรรที่ดินภายในจังหวัดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง
(2) พิจารณาเกี่ยวกับคำขออนุญาต การออกใบอนุญาต การโอนใบอนุญาตหรือการเพิกถอนการโอนใบอนุญาตให้จัดสรรที่ดิน
(3) ตรวจสอบการจัดสรรที่ดินเพื่อให้เป็นไปตามแผนผัง โครงการ หรือวิธีการที่ได้รับอนุญาต
(4) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น
ข้อกำหนดตาม (1) เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา 26 ในกรณีที่คณะกรรมการไม่เห็นชอบหรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ผู้ขอใบอนุญาตทำการจัดสรรที่ดินมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง และให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ หากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางไม่วินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ได้รับความเห็นชอบหรือได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางให้เป็นที่สุด
มาตรา 32 ถ้าผู้จัดสรรที่ดินประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผัง โครงการหรือวิธีการที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้จัดสรรที่ดินยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาตามแบบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด พร้อมทั้งแผนผัง โครงการหรือวิธีการที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง พร้อมกับหนังสือยินยอมของธนาคารหรือสถาบันการเงินผู้ค้ำประกันเพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
ในการพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผัง โครงการ หรือวิธีการที่ได้ยื่นไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 28 และมาตรา 30 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 53 การจัดให้มีและการบำรุงรักษาบริการสาธารณะให้นำความในมาตรา 50 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้เรียกเก็บค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะได้ตามอัตราที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ