ไม่ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องเท่ากับไม่มีอำนาจฟ้อง|ไม่ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องเท่ากับไม่มีอำนาจฟ้อง

ไม่ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องเท่ากับไม่มีอำนาจฟ้อง

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ไม่ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องเท่ากับไม่มีอำนาจฟ้อง

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8468/2568

บทความวันที่ 23 มิ.ย. 2569, 09:50

มีผู้อ่านทั้งหมด 197 ครั้ง


ไม่ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องเท่ากับไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8468/2568
              ปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนข้อใดที่ต้องอาศัยข้อเท็จจริงในการวินิจฉัยเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องอำนาจฟ้องต้องเป็นที่ยุติเสียก่อน เมื่อข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องอำนาจฟ้องนั้นยังไม่ยุติ ศาลก็ไม่มีอำนาจยกข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยและคู่ความไม่อาจยกข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องอำนาจฟ้องนั้นขึ้นอ้าง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และมาตรา 225 วรรคสอง ประกอบกับพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 7
             ในคดีผู้บริโภค การแจ้งประเด็นข้อพิพาทให้คู่ความทราบตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 32 เพื่อให้คู่ความสามารถนำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนตามประเด็นข้อพิพาท การไม่แจ้งประเด็นพิพาทให้คู่ความทราบหาทำให้กระบวนพิจารณาเสียไปทุกกรณีไม่ เพราะการไม่แจ้งประเด็นข้อพิพาทไม่ว่าทั้งหมดหรือเฉพาะประเด็นให้คู่ความทราบในคดีใด แต่คดีนั้นคู่ความได้นำพยานเข้าไต่สวนตามประเด็นข้อพิพาทในคำฟ้อง คำให้การ และตามที่ศาลแจ้งให้คู่ความทราบอย่างถูกต้องครบถ้วน และคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ครบทุกประเด็นและพิพากษาคดีได้ก็ไม่ทำให้กระบวนพิจารณาเสียไป
             การพิจารณาพิพากษาคดีผู้บริโภค แม้จะเป็นระบบไต่สวนซึ่งศาลมีอำนาจค้นหาความจริงได้ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค  พ.ศ.2551 มาตรา 33, 34, 36 และมาตรา 37 ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากธนาคาร ศ. เจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสามหรือไม่ แต่พยานหลักฐานที่ได้มาจากการค้นหาความจริงของศาลก็ต้องให้คู่ความทุกฝ่ายทราบ และไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะโต้แย้งพยานหลักฐานดังกล่าว
            ศาลชั้นต้นไม่ได้แจ้งประเด็นข้อพิพาทเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับการรับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากเจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งสามตามฟ้องโดยชอบหรือไม่ และการไม่แจ้งประเด็นข้อพิพาทให้คู่ความทราบนั้นอาจทำให้โจทก์ไม่ได้นำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนให้รับฟังได้ว่าโจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากธนาคาร ศ. เจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสามโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งการค้นหาความจริงในประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว ไม่ปรากฎว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4  ใช้อำนาจในการไต่สวนพยานเพิ่มเติมเพื่อค้นหาความจริง ข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฎในสำนวนยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากธนาคาร ศ. ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับฟังพยานหลักฐานเฉพาะที่ปรากฎในสำนวนจริงแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากธนาคาร ศ. เจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสาม เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาและว่าด้วยคำพิพากษา ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(1) ประกอบมาตรา 252 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 7
            
ปรึกษาข้อกฎหมายสอบถาม 02-948-5700 หรือ 081-616-1425 หรือ 081-625-2161, 081-821-7470

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก