อำนาจฟ้องคดี ถ้าไม่ชอบทำให้ฟ้องแย้งตกไป|อำนาจฟ้องคดี ถ้าไม่ชอบทำให้ฟ้องแย้งตกไป

อำนาจฟ้องคดี ถ้าไม่ชอบทำให้ฟ้องแย้งตกไป

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

อำนาจฟ้องคดี ถ้าไม่ชอบทำให้ฟ้องแย้งตกไป

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2568

บทความวันที่ 19 พ.ค. 2569, 11:08

มีผู้อ่านทั้งหมด 189 ครั้ง


อำนาจฟ้องคดี ถ้าไม่ชอบทำให้ฟ้องแย้งตกไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2568
    โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยในสิทธิฟ้องไล่เบี้ยให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ได้จ่ายไปตามสัญญาประกันภัยให้แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และเหตุเกิดจากความประมาทของโจทก์ร่วม โจทก์ไม่อาจรับช่วงสิทธิได้ ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งของจำเลยแล้ว โจทก์ก็คือจำเลยตามฟ้องแย้งของจำเลยและเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์ แม้ไม่มีตัวโจทก์เดิมที่จะเป็นจำเลยตามฟ้องแย้งที่จำเลยขอให้โจทก์รับผิดตามสัญญาประกันภัย อย่างไรก็ตาม การที่โจทก์มอบอำนาจไม่ชอบเป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นถือเป็นเรื่องเฉพาะตัวของโจทก์เท่านั้น  หามีผลกระทบต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นจำเลยตามฟ้องแย้งของจำเลยในมูลละเมิดด้วยไม่ เพราะเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้เรียก ส. เข้าเป็นโจทก์ร่วมตามคำขอของจำเลยแล้ว จำเลยก็คือโจทก์ตามฟ้องแย้งในมูลละเมิด ส่วนโจทก์ร่วมก็คือจำเลย  โดยโจทก์ร่วมมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ถูกฟ้องเป็นเรื่องใหม่และมีสิทธิต่อสู้คดีได้ด้วยตนเอง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 58 ดังนั้น การที่โจทก์ร่วมยื่นคำให้การว่า เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้ง ย่อมก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทในมูลละเมิดระหว่างจำเลยและโจทก์ร่วมตามฟ้องแย้งของจำเลย  และเป็นประเด็นแห่งคดีที่ศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดให้คู่ความแพ้หรือชนะกัน ตามที่ ป.วิ.พ.มาตรา 131(2) และมาตรา 133 บัญญัติไว้โดยไม่จำต้องอาศัยตัวโจทก์เดิมและฟ้องเดิมของโจทก์ในการพิจารณาพิพากษาคดีแต่อย่างใด  ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงไม่ทำให้ฟ้องแย้งของจำเลยตกไปด้วย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในส่วนของประเด็นตามฟ้องแย้งและไม่มีเหตุที่จะสั่งคืนค่าขึ้นศาลให้แก่จำเลย
    
ปรึกษาข้อกฎหมายสอบถาม 02-948-5700 หรือ 081-616-1425 หรือ 081-625-2161, 081-821-7470

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก