กฎหมายใหม่ ห้ามเบ่ง เมื่อถึงด่านตรวจ|กฎหมายใหม่ ห้ามเบ่ง เมื่อถึงด่านตรวจ

กฎหมายใหม่ ห้ามเบ่ง เมื่อถึงด่านตรวจ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

กฎหมายใหม่ ห้ามเบ่ง เมื่อถึงด่านตรวจ

  • Defalut Image

เมื่อเร็วๆนี้พี่น้องประชาชนคงจะได้ติดตามข่าวอธิบดีผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ขับรถผ่านด่านในเวลากลางคืน

บทความวันที่ 29 พ.ค. 2562, 09:45

มีผู้อ่านทั้งหมด 734 ครั้ง


กฎหมายใหม่ ห้ามเบ่ง เมื่อถึงด่านตรวจ

                เมื่อเร็วๆนี้พี่น้องประชาชนคงจะได้ติดตามข่าวอธิบดีผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ขับรถผ่านด่านในเวลากลางคืน เจอนายสิบตำรวจขอดูใบขับขี่แต่ไม่ยอมให้ดู โดยอ้างว่าตัวเองนั้นเป็นเพื่อนโชค (เพื่อนผู้กำกับท้องที่นั้น) และยังแจ้งว่าตัวเองเป็นอธิบดีผู้พิพากษาไปได้มั้ย ต้องตรวจมั้ย ผู้กองซึ่งเป็นหัวหน้าชุดที่ด่าน พอรู้ว่าเป็นเพื่อนผู้กำกับและเป็นผู้พิพากษาจึงปล่อยให้ไป จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีการถ่ายคลิปไว้แล้วนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลจนเป็นข่าวเด่นคดีดังในรอบสัปดาห์ดังกล่าวจนถึงวันนี้ ต่อมามีการถกเถียงว่าเมื่อประชาชนขับรถถึงด่านตรวจ ตำรวจมีสิทธิเรียกดูใบขับขี่ได้ทุกคนหรือไม่ หรือเรียกดูได้เฉพาะกรณีมีเหตุอันสมควรเท่านั้น ถ้าหากไม่สามารถตรวจใบขับขี่ได้ การตั้งด่านและการป้องกันอาชญากรรม ก็จะไม่มีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ได้มีพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลใช้บังคับในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562 ดังนั้น กฎหมายดังกล่าวในมาตรา 31/1 ได้บัญญัติว่า “ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ

                ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว”

                ดังนั้น นับแต่วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562  ประชาชนทุกคนที่ขับรถบนท้องถนนจะต้องมีใบขับขี่ติดตัว พร้อมที่จะให้ตำรวจดูเมื่อขอตรวจ หากฝ่าฝืนก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ตามกฎหมายใหม่ มาตรา 152 ระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท (โทษฐานไม่พกใบขับขี่และไม่มีใบขับขี่ให้ตรวจเมื่อตำรวจเรียกตรวจ)  

                แต่กฎหมายใหม่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องพกต้นฉบับใบขับขี่ก็ได้ เพียงแต่มีใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์อยู่ในมือถือ หรือสำเนาภาพถ่ายใบขับขี่ก็ได้ แต่กรณียกเว้นดังกล่าวอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพหรือคนร้ายปลอมใบขับขี่ เช่น เปลี่ยนหน้า และแปะลงไปในสำเนาใบขับขี่ของผู้อื่นและนำมาหลอกเจ้าหน้าที่ก็เป็นได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับสำเนาใบขับขี่ซึ่งกฎหมายใหม่ให้ถือว่ามีใบขับขี่อยู่กับตัวขณะเรียกตรวจ

                กฎหมายจราจรฉบับใหม่ยังได้กำหนดนิยามเกี่ยวกับเจ้าพนักงานจราจร หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าใครบ้างมีสิทธิขอตรวจใบขับขี่ เพราะทุกวันนี้มีพวกหัวหมอชอบหาเรื่องตำรวจตามด่าน มักจะอ้างว่าตำรวจทั่วไปไม่มีอำนาจขอดูใบขับขี่ซึ่งพวกนี้สร้างปัญหาให้กับตำรวจอยู่เป็นประจำทุกวัน กฎหมายจารจรฉบับใหม่ จึงกำหนดคำนิยามให้ชัดเจน ดังนี้

                มาตรา 4

(37)  “เจ้าพนักงานจราจร” หมายความว่า  หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรและข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

  1. รองผู้กำกับการจราจร
  2. สารวัตรจราจร
  3. รองสารวัตรจราจร
  4. ผู้บังคับหมู่งานจราจร
  5. รองผู้บังคับหมู่งานจราจร
  6. ข้าราชการตำรวจตำแหน่งอื่นซึ่งหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจร

(38) “หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร” หมายความว่า  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้กำกับการหรือเทียบเท่าที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนี้ ในกฎหมายจราจรฉบับใหม่ยังได้กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกเก็บข้อมูลประวัติการกระทำความผิดของผู้มีใบขับขี่ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เช่น บุคคลที่มีหมายจับ หรือบุคคลที่นำรถของบุคคลอื่นมาใช้ หรือพวกขโมยรถอาจถือเป็นเหตุต้องสงสัยที่ตำรวจอาจขอยึดรถไว้ตรวจสอบก่อนได้ เพราะไม่ใช่รถของตัวเอง โดยกฎหมายใหม่ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นประโยชน์กับตำรวจผู้ปฏิบัติงานในขณะตั้งด่าน ซึ่งกฎหมายใหม่นี้มีประโยชน์มากครับ ทำให้เพิ่มโอกาสในการป้องกันอาชญากรรม และจับคนร้ายได้ง่ายขึ้น ตามมาตรา 4/1 ซึ่งบัญญัติว่า “เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลและบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับการจราจร ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกจัดให้มีข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับประวัติและการกระทำความผิดตามกฎหมายของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลทะเบียนรถ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้มีการประสานข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอธิบดีกรมการขนส่งทางบกร่วมกันกำหนด”

ทนายคลายทุกข์เห็นว่ากฎหมายจราจรฉบับใหม่เป็นประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก