งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
คดีเช็คค้ำประกันเงินกู้โดยไม่รู้ตัวควรทำอย่างไร
เรื่องมีอยู่ว่าเพื่อนได้ให้ดิฉันเป็นคนค้ำประกันเงินกู้ตลอด โดยที่เพื่อนเซ็นเช็คค้ำไว้แล้ว ต่อมาดิฉันก็ได้ไปเซ็นค้ำให้มีอยู่ครั้งหนึ่งด้วยความที่ดิฉันไว้ใจ เพื่อนเลยไม่รู้ว่าวันนั้นที่ดิฉันค้ำประกันไปกลับกลายเป็นว่าดิฉันได้เป็นคนกู้เงินให้เพื่อน แล้วได้เซ็นเช็คค้ำไว้ด้วยจำนวน 150,000 บาท โดยที่เพื่อนเป็นคนค้ำแต่เช็คที่เซ็นไปเป็นชื่อของดิฉันเซ็นขึ้นเงินได้วันที่ 5 ธันวาคม 2552 ต่อมาเจ้าหนี้ได้โทรมาบอกว่าดิฉันไม่จ่ายเงินตามเช็คได้ทำเรื่องฟ้องไปที่ศาลให้รอรับหมายศาล ดิฉันได้แจ้งไปว่า ดิฉันเป็นคนค้ำประกันแล้วทำไมถึงจะมาฟ้องดิฉัน ทางเจ้าหนี้ได้แจ้งมาว่าไม่ได้เป็นคนค้ำประกัน แต่เป็นคนกู้เงินโดยที่เพื่อนเป็นคนค้ำประกัน เค้าแจ้งมาอีกว่าวันที่เค้าได้จ่ายเงิน เค้าได้จ่ายเป็นเช็คแล้วดิฉันเป็นคนนำเช็คไปขึ้นเงินเพราะดิฉันเป็นคนกู้ ซึ่งดิฉันไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าวันนั้นดิฉันเป็นคนกู้เพราะดิฉันไม่รับเอกสารการกู้ เพราะทุกคนที่ดิฉันไปกับเพื่อนจะเป็นแค่คนค้ำประกันเท่านั้น ดิฉันจึงไม่ได้รับเอกสารอะไรเลย เจ้าหนี้รู้ว่าเงินที่ดิฉันกู้แทนเพื่อนไปเพื่อนเป็นคนนำไปใช้ไม่ใช่ดิฉัน
ดิฉันอยากเรียนถามว่า
1.ดิฉันจะติดคุกไหมค่ะ
2.แล้วดิฉันควรจะทำอย่างไรดีเพราะเพื่อนคงไม่มีปัญญาใช้หนี้ให้แน่นอน
3.ดิฉันกลัวโดนฟ้องคดีแพ่งเพราะดิฉันยังมีบ้านที่เป็นชื่อของดิฉันแล้วกำลังผ่อนชำระอยู่ส่วนรถยนต์กำลังจะโอนให้น้องชาย
4.ดิฉันเองก็คงไม่มีปัญญาใช้หนี้แทนเพื่อนแน่นอน จึงอยากทราบว่ามีวิธีไหมบ้างที่เราไม่ต้องเป็นคนชำระหนี้ ดิฉันไม่ได้โกง แต่ดิฉันไม่ได้เป็นคนนำเงินไปใช้ ถ้าต้องมารับใช้หนี้แทน ดิฉันคิดว่ามันไม่มีความยุติธรรมสำหรับดิฉัน ช่วยแก้ปัญหาให้ด้วยนะคะหมดหนทางแล้วจริง ๆ
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1. คดีที่เจ้าหนี้ฟ้องเรียกเงินกู้ เป็นความรับผิดทางแพ่ง ไม่มีโทษทางอาญาจำคุกแต่อย่างใด แต่กรณีที่ท่านได้สั่งจ่ายเช็คค้ำประกันหนี้เงินกู้ไว้ แล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ท่านผู้ออกเช็คค้ำประกัน มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ซึ่งมีโทษทางอาญา โดยต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความผิดดังกล่าวย่อมเป็นความผิดอันยอมความได้
2. การที่ท่านมีเจตนาเพียงสั่งจ่ายเช็คเพื่อค้ำประกันหนี้ของเพื่อน มิได้เจตนาที่จะเป็นผู้กู้เงิน อีกทั้งจำนวนเงินที่เจ้าหนี้กล่าวอ้างว่า เป็นต้นเงินกู้นั้น ท่านก็ไม่ได้ใช้ตามมูลหนี้นั้นด้วย ย่อมเป็นเรื่องที่ท่านแสดงเจตนาเข้าทำสัญญากู้ยืมนั้นโดยความสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม อันเป็นการแสดงเจตนา โดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม สัญญากู้ดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 156
3. หากเจ้าหนี้ได้ฟ้องเรียกร้องหนี้กู้ยืมเอาจากท่านและเพื่อน ท่านย่อมมีสิทธิแต่งทนายความเข้าต่อสู้คดี โดยให้เจ้าหนี้ไปเรียกร้องให้เพื่อนรับผิดในหนี้เงินกู้นั้นต่อไป
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534
มาตรา 4 ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) เจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น
(2) ในขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้
(3) ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น
(4) ถอนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนออกจากบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คจนจำนวนเงินเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คนั้นได้
(5) ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริต
เมื่อได้มีการยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น ผู้ออกเช็คมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 156 การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเป็นโมฆะ
ความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ความสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม ความสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรมและความสำคัญผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม เป็นต้น