ศาลฎีกายืนคุก 20 ปีอดีตผช.พยาบาลวางยาฆ่าสามี|ศาลฎีกายืนคุก 20 ปีอดีตผช.พยาบาลวางยาฆ่าสามี

ศาลฎีกายืนคุก 20 ปีอดีตผช.พยาบาลวางยาฆ่าสามี

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ศาลฎีกายืนคุก 20 ปีอดีตผช.พยาบาลวางยาฆ่าสามี

ทนายคลายทุกข์ขอนำคดีเกี่ยวกับการทำประกันภัย แล้ววางแผนฆ่าผู้ประกันภัยเพื่อหวังเงินประกัน ซึ่งจำเลยเป็นอดีตผู้ช่วยพยาบาล

บทความวันที่ 17 ธ.ค. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 3568 ครั้ง


ทนายคลายทุกข์

ศาลฎีกายืนคุก 20 ปีอดีตผช.พยาบาลวางยาฆ่าสามี

 

            ทนายคลายทุกข์ขอนำคดีเกี่ยวกับการทำประกันภัย  แล้ววางแผนฆ่าผู้ประกันภัยเพื่อหวังเงินประกัน  ซึ่งจำเลยเป็นอดีตผู้ช่วยพยาบาล  วางแผนทำประกันชีวิตให้สามี 18  บริษัท รวม 20 กรมธรรม์  วงเงินเอาประกันภัยประมาณ 40 ล้านบาท  หลังจากสามีประสบอุบัติเหตุ  วางแผนฆ่าสามี  พร้อมยื่นเอกสารขอรับผลประโยชน์  ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 20 ปี

 

            คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างสำหรับผู้ที่ทำประกันหลายบริษัท  และหวังเงินที่ได้จากการเสียชีวิตของผู้ประกัน  ในทางกลับกัน  บริษัทประกันก่อนรับประกันภัยก็ต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบครอบก่อน  เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นมาอย่างเช่นคดีนี้

 

รายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาลฎีกา พิพากษายืนจำคุก 20 ปี อดีตผู้ช่วยพยาบาลวางยาฆ่าสามี ปลอมเอกสารกรมธรรม์ 18 บริษัท หวังเงินประกันกว่า 40 ล้าน

 

ที่ห้องพิจารณาคดี 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 ธ.ค.51 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการกองคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางณัฐกานต์ อนะมาน หรือครัวกลาง อายุ 58 ปี อดีตผู้ช่วยพยาบาล เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่า ผู้อื่นเพื่อหวังเงินประกันโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เคลื่อนย้ายทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย แจ้งความเท็จ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม ฉ้อโกง มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และ 4 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

 

คดีนี้โจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 45 บรรยายความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 6 ม.ค. - 31 ส.ค. 44 จำเลยได้กระทำความผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรม โดยปลอมและใช้เอกสารปลอมในการทำประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุให้กับนายรุณ ครัวกลาง อายุ 31 ปี อดีตสามี โดยทำประกันไว้กับบริษัทต่างๆ ถึง 18 บริษัท รวม 20 กรมธรรม์ วงเงิน 40,645,000 บาท โดยมีจำเลยเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์

 

จากนั้นจำเลยได้วางแผนฆ่าผู้ตาย โดยแอบใส่ยาพิษให้ดื่ม จนมีอาการง่วงซึมขณะขับรถ และประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำขณะเดินทางไป จ.สระบุรี เมื่อถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้วกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน จำเลยยังได้ลักลอบใส่ยาพิษร้ายแรงลงในกาแฟให้ดื่มจนเป็นเหตุให้นายรุณถึงแก่ความตาย สมเจตนาเพื่อหวังผลประโยชน์จากการทำประกัน

 

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักจำเลยใน จ.สระบุรี พบวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท 2 และ ประเภทที่ 4 จำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง โดยจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 46 ให้จำคุกฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม 18 ปี ฐานปลอมเอกสารสิทธิ์เพื่อรับผลประโยชน์ 2 ปี รวม 20 ปี ส่วนข้อหาพยายามฆ่า พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ไม่ชัดเจนเพียงพอว่าผู้ตายรับสารไซยาไนต์ เพราะผู้ตายได้รับอุบัติเหตุกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรงอาจเสียชีวิตเพราะโรคแทรกซ้อนก็ได้ และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.48 ยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 20 ปี ต่อมาอัยการโจทก์และจำเลยยื่นฎีกา

 

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่า แลพยายามฆ่านั้น ในชั้นพิจารณาโจทก์ไม่มีพยานมานำสืบให้เชื่อได้อย่างแน่ชัดว่า ผู้ตายเสียชีวิตลงจากวัตถุออกฤทธิ์ มีเพียงนางฉลวย ครัวกลาง น้องสาวผู้ตาย เบิกความว่า ก่อนผู้ตาย จะเสียชีวิตได้ไปเยี่ยม เมื่อสอบถามผู้ตายก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทราบเพียงว่าไปดื่มกาแฟที่บ้านจำเลย ส่วนจำเลยเบิกความว่าไม่ได้เป็นคนชงกาแฟให้ผู้ตายดื่ม อีกทั้งคำเบิกความของพยานโจทก์ที่เป็นแพทย์ ก็ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนเรื่องที่จำเลยนำศพผู้ตายไปฌาปนกิจก่อนที่จะผ่าชันสูตรศพนั้น ศาลเห็นว่าเรื่องการผ่าชันสูตรศพเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ให้การรักษา เมื่อแพทย์ได้มอบศพให้จำเลยนำไปประกอบพิธีทางศาสนาจึงไม่ได้เป็นการกระทำโดย พลการ

 

สำหรับข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม ฉ้อโกง ลงลายมือชื่อของผู้ตายในสำเนาเอกสารต่างๆ เพื่อนำไปยื่นกับตัวแทนบริษัทประกันชีวิตนั้น เห็นว่า ที่จำเลยอ้างว่าผู้ตายยินยอมให้จำเลยกระทำ เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีเหตุผลใดที่ผู้ตายจะให้จำเลยไปเอาประกันเอง อีกทั้งผู้เอาประกันจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทประกันและผู้ตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ฐานปลอมเอกสารสิทธิ์เพื่อรับผลประโยชน์ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 20 ปีจำเลยนั้นชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นางณัฐกานต์ จำเลย ซึ่งสวมชุดนักโทษสีน้ำตาล ถึงกับร่ำไห้เสียใจ โดยขณะเดินออกจากห้องพิจารณาคดีจำเลย พยายามใช้มือปิดบังใบหน้า ซึ่งวันนี้ไม่มีญาติเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด

 

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก