การยกเลิกสัญญากรณีผู้ขายไม่ได้โอนตามวันที่ระบุในสัญญา|การยกเลิกสัญญากรณีผู้ขายไม่ได้โอนตามวันที่ระบุในสัญญา

การยกเลิกสัญญากรณีผู้ขายไม่ได้โอนตามวันที่ระบุในสัญญา

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

การยกเลิกสัญญากรณีผู้ขายไม่ได้โอนตามวันที่ระบุในสัญญา

กำหนดโอนบ้านจริงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 54 ตรวจรับบ้านรอบแรกไปเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 54

บทความวันที่ 9 ก.พ. 2555, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9875 ครั้ง


การยกเลิกสัญญากรณีผู้ขายไม่ได้โอนตามวันที่ระบุในสัญญา


          กำหนดโอนบ้านจริงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 54 ตรวจรับบ้านรอบแรกไปเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 54 นับจนวันนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อตรวจรับบ้านรอบ 2 ผ่อนไปแล้วทั้งหมด 300,000 บาท อยากจะทราบว่า สามารถบอกยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายได้หรือไม่ค่ะ โดยใช้เหตุผลว่า ไม่สามารถโอนให้ได้ตามที่ระบุในสัญญา แต่เหตุผลที่ไม่เอาจริงๆ คือ น้ำเข้าตัวบ้าน และบ้านหลังอื่นๆ เมื่อน้ำลดโครงการอัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมเต็มเลย  เราทำสัญญาก่อนเลยโชคร้ายไปเลย


คำแนะนำสำนักงานทนายความ ทนายคลายทุกข์
         กรณีที่ผู้จะขายเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายไม่จดทะเบียนโอนบ้านให้แก่ผู้จะซื้อตามกำหนดจึงเป็นเรื่องที่ผู้จะซื้อชอบที่จะฟ้องบังคับให้ผู้จะขายไปทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 456 วรรคสอง แต่การที่ผู้จะซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายเนื่องจากผู้ขายเป็นฝ่ายผิดสัญญาดังกล่าวหรือไม่ เพียงใดต้องพิจารณาจากข้อตกลงแห่งสัญญาจะซื้อจะขายนั้น

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

โครงการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและไม่สามารถส่งมอบได้ตามที่สัญญาระบุ กระผมได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับโครงการอาคารชุด(คอนโด) 123 เรสซิเดนซ์ ศรีราชา ห้องเลขที่ 1A609 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 พร้อมกันนี้ได้ชำระเงินจอง เงินทำสัญญา และ เงินผ่อนดาวน์จำนวน 12 งวด รวมจำนวนเงินที่ชำระทั้งสิ้น 155,031 บาท กระผมได้โทรสอบถามโครงการทุกเดือนถึงความคืบหน้าโครงการเนื่องจากตลอดปี 2559 ยังไม่มีการก่อสร้างใดๆ เกิดขึ้นเลย จนถึงต้นปี 2560 กระผมได้รับเอกสารจากทางบริษัทว่าได้มีการเปลี่ยนชื่อโครงการจากชื่อเดิมเป็น "อากาศดี-ศรีราชา" จึงได้โทรสอบถามถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างอีกครั้งและก็ได้รับคำตอบแค่เพียงว่าก่อสร้างแน่และจะเริ่มตอกเสาเข็มเดือนเมษายน 2560 แต่ทั้งนี้สัญญาจะซื้อจะขายระบุกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จและวันที่นัดโอนกรรมสิทธิ์คือวันที่ 15 เมษายน 2560 ซึ่งนั่นหมายถึงโครงการไม่สามารถที่จะก่อสร้างและส่งมอบให้กระผมได้ตามที่ระบุในสัญญา จากนั้นกระผมพร้อมทั้งลูกค้าท่านอื่นๆ ได้รับเอกสารอีกฉบับหนึ่งเมื่อกลางเดือน พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยบริษัทได้อธิบายถึงเหตุผมที่ไม่สามารถก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้พร้อมทั้งจะทำการเลื่อนระยะเวลาก่อสร้างไปอีก 2 ปี เป็น 31 ธันวาคม 2562 (ในสัญญาจะซื้อจะขายข้อ 9 วรรค 2 ยินยอมให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินหนึ่งปีถึง 15 เมษายน 2561 เท่านั้น) ซึ่งในเอกสารมีข้อเสนอมาให้ทั้งหมด 3 ข้อ คือ 1) ถ้าลูกค้าท่านใดที่ยังคงต้องการห้องและสามารถรอได้ถึง 31 ธันวาคม 2562 ให้คงเงินที่ชำระแล้วทั้งหมดไว้กับบริษัท โดยที่บริษัทจะให้ดอกเบี้ย 6% ต่อปี 2) หากลูกค้าท่านใดสนใจโครงการอื่นๆ ที่ศรีราชา ของบริษัท origin สามารถดำเนินการโยนย้านเงินทั้งหมดไปโครงการนั้นได้โดยจะได้รับส่วนลดที่ใหม่เพิ่ม 2.5% 3) สามารถขอคืนเงินที่ชำระแล้วทั้งหมดได้โดยบริษัทจะหักค่าที่ลูกค้าธรรมเนียมการชำระผ่านบัตรเครดิตออกและออกเช็คให้ภายใน 30 วันหลังจากที่ได้รับเอกสารคืนจากลูกค้า (จะเห็นว่าข้อนี้บริษัทไม่มีการระบุถึงดอกเบี้ยที่ลูกค้าพึงได้รับตามที่สัญญาระบุไว้ มีเจตนาปกปิดและไม่มีความประสงค์ที่จะจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าหากไม่มีการทวงถาม) ซึ่งแน่นอนว่าผมเลือกข้อเสนอที่ 3 และขอยกเลิกสัญญา หลังจากนั้นกระผมได้โทรสอบถามผู้ที่ได้มอบหมายจากทางบริษัทตามที่ระบุไว้ในเอกสาร (คุณประพัฒน์ และ คุณศิริพร) เกี่ยวกับการคืนเงินที่ชำระแล้วทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยที่สมควรจะได้รับ โดยที่ผมอ้างอิงถึงสัญญาจะซื้อจะขายข้อ 10.1 ระบุไว้ว่า "ให้ผู้ซื้อมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา และมีสิทธิ์เรียกเงินที่ผู้จะซื้อได้ชำระไปแล้วทั้งหมดคืน จากผู้จะขายพร้อมดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันกับเบี้ยปรับ ที่ผู้จะขายกำหนดสำหรับกรณีผู้จะซื้อผิดนัดชำระหนี้ (ร้อยละ 1.25 ต่อเดือนตามสัญญาข้อ 8.1) แต่ทั้งนี้ไม่เป้นการตัดสิทธิผู้จะซื้อที่จะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายอย่างอื่น" คุณประพัฒน์ได้รับเรื่องจากกระผมและจะนำไปเสนอกับนาย(กรรมการบริษัท)ให้พิจารณาและจะติดต่อกลับ กระผมได้รับการติดต่อกลับพร้อมคำยืนยันจากคุณประพัฒน์ว่านายอนุมัติแล้ว ให้กระผมเลือกข้อเสนอที่ 3 เซ็นต์เอกสารตอบรับพร้อมเขียนระบุขอคืนเงินที่ชำระแล้วทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 ต่อเดือนแล้วส่งกลับมายังบริษัท หลังจากส่งเอกสารถึงบริษัทเรียบร้อยแล้ว กระผมได้ติดตามความคืบหน้าของการออกเช็คพร้อมทั้งจำนวนดอกเบี้ยที่จะได้รับ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีในการให้ข้อมูล ซึ่งภายหลังได้รับข้อมูลจากฝ่ายการเงินและคุณประพัฒน์ว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการอนุมัติเช็คจากนาย จำนวนดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 800 บาท ซึ่งกระผมได้ท้วงถามไปว่าทำไมดอกเบี้ยไม่เป็นไปตามที่กระผมระบุในเอกสารและคุณประพัฒน์ยืนยันก่อนหน้านี้ คุณประพัฒน์อ้างเพียงว่านายได้ดูสัญญาและยืนยันที่จะจ่ายดอกเบี้ยตามที่ระบุในสัญญาจะซื้อจะขายข้อ 20 วรรค 2 ว่า "ในกรณีการดำเนินการตามโครงการที่วางไว้ หรือการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่ผู้จะซื้อไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย หรือด้วยสาเหตุใด ๆ ซึ่งมิใช่ความผิดของผู้จะขาย หรือภาวะสงคราม หรือกฎหมายไม่เปิดช่อง ผู้จะขายจะคืนเงินที่ได้รับจากผู้จะซื้อได้ชำระไปแล้วทั้งหมดแก่ผู้จะซื้อพร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยประเภทเงินฝากออมทรัพย์ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด" กระผมได้พยายามพูดคุยทำความเข้ากับฝ่ายการเงินและคุณประพัฒน์ แต่เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอ้างอิงและยืนยันอัตราดอกเบี้ยที่ระบุในสัญญาจะซื้อจะขายคนละข้อ กระผมยืนยันว่าไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนวันครบกำหนดสัญญาจากผู้จะขายว่าจะมีการเลื่อนการก่อสร้างโครงการออกไปอีกสองปี ซึ่งระยะเวลาที่กำหนดใว้ในสัญญาได้แค่พียงหนึ่งปีเท่านั้น ผู้จะขายผิดสัญญา มีเจตนาปกปิดไม่จริงใจในการเสนอจ่ายดอกเบี้ยต่อผู้จะซื้อหรือระบุอัตราดอกเบี้ยมาที่ชัดเจนในเอกสารที่ส่งมาให้ การที่เลื่อนการก่อการก่อสร้างออกไปอีกสองปีทำให้กระผมได้รับความเสียหายและเสียโอกาส จึงแจ้งสคบ. เพื่อพิจารณา ขอความช่วยเหลือ และดำเนินการขั้นตอนต่อไป ตามสัญญาจะซื้อจะขายสองข้อนี้ขัดแย้งกัน ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรครับ

โดยคุณ Sitthichai 28 มิ.ย. 2560, 15:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก