งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ทุกวันนี้
มีพี่น้องประชาชนได้สอบถามมายังผม เกี่ยวกับเรื่องการละเมิดอำนาจศาลว่ามีอะไรบ้าง
ผมขอยกตัวอย่าง เช่น
การบันทึกภาพหรือการบันทึกเสียงในห้องพิจารณาคดีไม่สามารถทำได้ เมื่อท่านไปศาลต้องปิดโทรศัพท์มือถือ
แต่งกายสุภาพ สุภาพสตรีไม่ควรแต่งตัวโป๊ เช่น สายเดี่ยว หรือนุ่งกระโปรงสั้น
ห้ามนั่งไขว่ห้าง หรืออ่านหนังสือพิมพ์ หรือพูดเสียงดังในขณะพิจารณาคดี เป็นต้น
นอกจากนั้นยังมีข้อห้ามต่าง
ๆ อีกมากมาย รายละเอียดปรากฏตาม ป.วิ แพ่ง มาตรา30,31,32,33
ซึ่งผมขอนำตัวอย่างของข้อกฎหมายมาให้พี่น้องประชาชนมาดูข้างล่างนี้
เพื่อเป็นฐานข้อมูลป้องกันการถูกดำเนินคดีฐาน ละเมิดอำนาจศาล ซึ่งการละเมิดอำนาจศาลมีโทษคือ ไล่ออกจากศาล ลงโทษจำคุกหรือปรับ
หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท ตามมาตรา 33
มาตรา 31 ผู้ใดกระทำการอย่างใด
ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ ให้ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
(1)
ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตราก่อนอันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อย
หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล
(2)
เมื่อได้มีคำขอและได้รับอนุญาตจากศาลให้ฟ้องหรือสู้คดีอย่างคนอนาถาแล้ว
ปรากฏว่าได้นำคดีนั้นขึ้นสู่ศาล โดยตนรู้อยู่แล้วว่าไม่มีมูล
หรือได้สาบานตัวให้ถ้อยคำตามมาตรา 156
ว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าฤชาธรรมเนียมได้ ซึ่งเป็นความเท็จ
(3)
เมื่อรู้ว่าจะมีคำส่งคำคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ ถึงตน
แล้วจงใจไปเสียให้พ้น หรือหาทางหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับคำคู่ความหรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น
(4)
ตรวจเอกสารทั้งหมด หรือฉบับใดฉบับหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสำนวนความ
หรือคัดเอาสำเนาเอกสารเหล่านั้นไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 54
(5)
ขัดขืนไม่มาศาล เมื่อศาลได้มีคำสั่งตามมาตรา 19
หรือมีหมายเรียกตามมาตรา 277
มาตรา 32 ผู้ใดเป็นผู้ประพันธ์
บรรณาธิการ หรือผู้พิมพ์โฆษณาซึ่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์อันออกโฆษณาต่อประชาชน
ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะได้รู้ถึงซึ่งข้อความหรือการออกโฆษณาแห่งหนังสือพิมพ์
หรือสิ่งพิมพ์เช่นว่านั้นหรือไม่ให้ถือว่าได้กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างดังจะกล่าวต่อไปนี้
(1)
ไม่ว่าเวลาใด ๆ
ถ้าหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์เช่นว่ามานั้นได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ
ซึ่งข้อความหรือความเห็นอันเป็นการเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์อื่น ๆ
แห่งคดีหรือกระบวนพิจารณาใด ๆ แห่งคดี ซึ่งเพื่อความเหมาะสมหรือเพื่อคุ้มครองสาธารณประโยชน์
ศาลได้มีคำสั่งห้ามการออกโฆษณาสิ่งเหล่านั้น
ไม่ว่าโดยวิธีเพียงแต่สั่งให้พิจารณาโดยไม่เปิดเผยหรือโดยวิธีห้ามการออกโฆษณาโดยชัดแจ้ง
(2)
ถ้าหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใด
ๆ ระหว่างการพิจารณาแห่งคดีไปจนมีคำพิพากษาเป็นที่สุด
ซึ่งข้อความหรือความเห็นโดยประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน
หรือเหนือศาลหรือเหนือคู่ความหรือเหนือพยานแห่งคดีซึ่งพอเห็นได้ว่าจะทำให้การพิจารณาคดีเสียความยุตธรรมไป
เช่น
ก.
เป็นการแสดงผิดจากข้อเท็จจริงแห่งคดี หรือ
ข.
เป็นรายงานหรือย่อเรื่องหรือวิภาค
ซึ่งกระบวนพิจารณาแห่งคดีอย่างไม่เป็นกลางไม่ถูกต้อง หรือ
ค.
เป็นการวิภาคโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งการดำเนินคดีของคู่ความ
หรือคำพยานหลักฐาน หรือนิสัยความประพฤติของคู่ความหรือพยาน
รวมทั้งการแถลงข้อความอันเป็นการเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของคู่ความหรือพยาน แม้ถึงว่าข้อความเหล่านั้นจะเป็นความจริง
หรือ
ง.
เป็นการชักจูงให้เกิดมีคำพยานเท็จ
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้
ให้นำวิเคราะห์ศัพท์ทั้งปวงในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2476
มาใช้บังคับ