คิดเสียว่าสงสาร...|คิดเสียว่าสงสาร...

คิดเสียว่าสงสาร...

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คิดเสียว่าสงสาร...

เมียหลวงหอบลูกสาว 2 คนมาพร้อมพี่สาว มาพบนักสืบที่สำนักงาน

บทความวันที่ 27 มี.ค. 2559, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9823 ครั้ง


คิดเสียว่าสงสาร...
 
            เมียหลวงหอบลูกสาว 2 คนมาพร้อมพี่สาว  มาพบนักสืบที่สำนักงาน  เล่าทั้งน้ำตาสุดทนกับพฤติกรรมของสามี ในบางอารมณ์ก็ยิ้มได้ ถ้านักสืบพูดให้กำลังใจ  ดิฉันให้เวลากับเธอประมาณ 3 ชั่วโมง กว่าจะเล่าและปรับทุกข์เสร็จ ลูกสาวคนโต 5-6 ขวบพอเข้าใจเรื่องราว น้องนั่งฟังอยู่ด้วย “อ้าว!  ทุกเช้าคุณพ่อต้องส่งหนูไปโรงเรียนทุกวัน คุณพ่อคุยอะไรกับหนูบ้างค่ะ แล้วจะเล่าเรื่องที่คุณแม่มาปรึกษา...ให้คุณพ่อฟังหรือเปล่า? น้องบอกว่า “คุณพ่อไม่สนใจหนูหรอกค่ะ  คุณพ่อเอาโทรศัพท์มือถือให้หนูเล่นเกมส์  แล้วคุณพ่อก็คุย  วีดีโอ Line กับผู้หญิงค่ะ” โอ้! คุยต่อหน้าลูกเลยหรือ..อาการหนักละนะแบบนี้ เธอเล่าให้ฟังอีกว่า ทุกเย็นสามีจะต้องมารับเธอที่ทำงานแล้วกลับบ้าน ถ้าวันไหนเธอเลิกงานดึก สามีก็ด่า...จะทำอะไรหนักหนาให้รีบกลับบ้าน  เมื่อถึงบ้านทำภาระกิจเสร็จ  ส่งลูกเข้านอน เขาก็จะแอบคุยกับกิ๊ก พอเธอพูดก็หาเรื่องด่าเสียๆหายๆ เครียดมากเลยค่ะ  ระยะหลังมีปัญหาหนักคือ พอเธอเริ่มรู้ คราวนี้เปิดเผยเลยบอกเธอว่าทุกวันศุกร์จะไปหาหญิงคนนั้น (กิ๊ก) ซึ่งทำงานอยู่จังหวัดบุรีรัมย์   เธอได้ห้ามปรามแต่ไม่ได้ผล ยิ่งทำให้ทะเลาะกันมากขึ้น สุดท้ายเธอไม่ไหวเลยบอกว่าให้ไปอยู่ด้วยกันเลย  สามีบอกว่าได้ แต่ต้องแบ่งบ้านให้เขาครึ่งหนึ่ง  เธอได้ยินแล้วช้ำใจหนัก ทำผิดแล้วยังจะเอาอะไรอีก เธอกับลูกจะอยู่ที่ไหน ทำกันอย่างไร  เธอเล่าปนน้ำตา สรุป เธอต้องการเก็บหลักฐานไว้เพื่อจะเอาให้ผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยเจรจาให้ ถ้าเขาปฏิเสธ เพราะเขาเป็นคนที่ไม่มีหลักฐาน จะไม่ยอมรับเด็ดขาดแม้จะเป็นเรื่องจริง   เธอส่งมอบหลักฐานของสามี ภาพถ่าย ทะเบียน และรายละเอียดของกิ๊กเท่าที่หาได้ ให้กับนักสืบ “นักสืบระวังตัวด้วยนะคะ เพราะเขาลั่นวาจาไว้ว่า มึงไม่ต้องไปจ้างนักสืบนะ” ..(แหม๋ แหม๋  แหม่ รู้ดีซะด้วย) ฉลาดน่ะเนี่ย แต่ทำไงได้ล่ะเธอบอกไม่มีทางเลือก และเชื่อว่านักสืบกุ้งต้องทำได้... ดิฉันด็คิดนะ   เอ..จะทำแบบไหนดี  อือ!  ทุกวันตอนเย็นสามีพี่ต้องมารับใช่ไหมค่ะ? “ค่ะ”   “งั้นเอาอย่างนี้นะคะ พี่เอา GPS ไปด้วยเย็นวันศุกร์ ที่เขามารับพี่ ก็เอาวางวางในรถเลยนะคะ ตรงไหนก็ได้ที่เขาไม่สามารถเห็นได้  เครื่องแค่นี้เองค่ะพี่ เท่ากับแบตเตอรี่มือถือนี่เอง รับรองเขาไม่สังเกตหรอกค่ะ พี่เอาไว้ตำแหน่งที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้นะคะ”  “พี่จะทำได้หรือค่ะน้องกุ้ง”  “ทำได้ซิค่ะพี่ ช่วยกัน  เพราะไม่งั้นนักสืบคงตามไม่ได้แน่ เขาพูดดักคอพี่ซะขนาดนั้นแล้ว คงระวังตัวน่าดู”  “โอเคร เอาตามนั้น” เธอนัดทำงานช่วงเย็นวันศุกร์นี้ เมื่อสามีส่งเธอที่บ้านพาลูกๆเข้านอนแล้วจะต้องออกจากบ้านไปหาหญิงที่จังหวัดบุรีรัมย์  ดิฉันนั่งประชุมทีมงานต่อ งานนี้จะวางแผนอย่างไร เพราะระยะทางไกล กรุงเทพ-บุรีรัมย์  เป้าหมายระวังตัว ไม่รอดแน่ คงไม่ถึงครึ่งทาง  “เอาแบบนี้นะ งานนี้โอรีนกับกุ๊กไก่ รับภารกิจนี้ไป ไม่ต้องตามจากบ้านหรอก วันศุกร์ให้มุ่งหน้าไปนอนรอที่จังหวัดบุรีรัมย์เลย ผู้ว่าจ้างบอกว่าหญิงคนนั้นอยู่บุรีรีมย์ชัวร์  ถ้าเป้าหมายออกจากบ้านแล้วค่อยเช็ค GPS   ...ตามนั้น พอถึงวันศุกร์  ใกล้เวลาที่เป้าหมายจะออกจากบ้านเล้ว ดิฉันได้ทดสอบ เช็ค GPS ปรากฎว่าไม่มีสัญญาณ ตายละซิงานนี้ “พี่คะ..พี่เอา GPS ใส่รถไว้ให้หรือยังค่ะ” “ใส่แล้วค่ะไว้ใต้เบาะคนขับ” เมื่อกี้ทดสอบไม่มีการตอบรับเลยค่ะ พี่ช่วยไปขยับให้หน่อยค่ะ  แล้วเขาจะออกมายังค่ะ”  “ตอนนี้เขาอาบน้ำอยู่ ทำไงดีล่ะพี่ไม่มีกุญแจ เดี๋ยวพี่หาวิธีก่อนนะ” ตื่นเต้นทั้งลูกค้าและนักสืบ..ถ้าเกิด GPS ใช้ไม่ได้งานนี้ก็ฟาวไป เธอหายไปประมาณ 10 นาที  ลองเช็คอีกทีนะน้องกุ้ง พี่ขยับแล้วพอดีบอกเขาว่าลืมของไว้ในรถ  (อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะคะ.55)  “โอเคร ค่ะ ได้แล้ว “ เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง เธอส่ง Line  เข้า line กลุ่ม บอกเป้าหมายออกแล้ว ดิฉันปล่อยเวลาให้ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเช็ค GPS ดูว่าถึงไหนแล้วทีมงานจะไปดักเส้นตามเส้นทางได้ “เอ้ย! ไปโผล่ไหนเนี่ย ทำไมไปถนนเพชรเกษม จะถึงสมุทรสงครามแล้ว ไหนบอกไปภาคอีสานไง นี่มันภาคใต้ชัด ๆ “ พี่ค่ะหญิงคนนั้นกิ๊กสามีพี่อยู่บุรีรัมย์ชัวร์หรือค่ะ” “ชัวร์ค่ะ” “เอ๊ะ หรือว่าเขาจะรู้ตัวแอบนัดผู้หญิงมาเจอที่อื่นค่ะ” “พี่ก็ไม่แน่ใจค่ะ” งั้นใจเย็นๆก่อนนะพี่ เช็คไปเรื่อยๆก่อน”  โอรีนและกุ๊กไก่บอกว่า อย่าบอกนะว่าให้ขับรถกลับไปตามลงใต้นะเจ้.. “ไม่หรอกใจเย็นๆ เดี๋ยวเช็คไปเรื่อยๆ เขาคงไปธุระ ..เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง เป้าหมายหันหัวรถกลับเส้นทางเดิม ออกถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยงเมืองไปเรื่อยๆ จนไปโผล่ที่จังหวัดสระบุรี เฮ้ย! โล่งอกไปที สงสัยจะไปซื้อปลาทูหน้างอคอหักฝากกิ๊กมั้ง (คิดเองค่ะ55) ดิฉันเช็ค GPS ทุกครึ่งชั่งโมง แล้วส่งข้อมูลเข้า Line  กลุ่ม ลูกค้าและทีมงานได้รับทราบข้อมูลพร้อมกัน คืนนั้นดิฉันไม่ได้หลับนอน จนกระทั่งเป้าหมายไปจอดรถที่บ้านหลังหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ เวลาตีสามเศษ  โอรีนและกุ๊กไก่ขับรถไปดู เห็นรถเป้าหมายจอดตามที่บอก  โอรีนถ่ายรูปส่งเข้า Line กลุ่ม หมดหน้าภารกิจของดิฉันแล้ว โอรีนและกุ๊กไก่ เฝ้าเก็บหลักฐานต่อ (นอนดีกว่า)  วันรุ่งขึ้นดิฉันตื่นมาเกือบสิบโมง มีข้อความ Line กลุ่ม เข้ามาประมาณ 50 ข้อความเปิดอ่าน มีภาพเป้าหมายชายและหญิง  นั่งรถมอเตอร์ไซค์ซ้อนกันไปตลาดยามเช้า สนิทสนมสมกับเป็นผัวเมีย (เฮ้ย กิ๊ก) ข้าวใหม่ปลามัน มีเด็กอีกคนที่ไปด้วยเห็นว่าเป็นลูกติดของหล่อนกับผัวเก่า ทีมงานสืบมาว่า บ้านหลังที่เป้าหมายไปนอน เป็นบ้านพักของหญิง ปกติหล่อนพักคนเดียว วันศุกร์จะไปรับลูกที่เกิดจากผัวเก่ามาอยู่ด้วย เย็นอาทิตย์จะไปส่งให้ยายเลี้ยง ส่วนชายคนนี้(เป้าหมาย) ใครๆก็รู้ว่านี่คือผัวใหม่ จะแต่งงานกันหรือไม่นั่น คนแถวนั้นไม่มีใครทราบ แต่เห็นชายคนนี้มาทุกวันหยุด ได้สักระยะแล้ว  แหม่..หาข้อมูลละเอียดยิ๊บเลย  ..โอรีนบอกว่าทำงานลำบากมากเลยเจ้..เป้าหมายใช้มอเตอร์ไซค์ เราขับรถยนต์ตาม  ซิ่งน่าดูเลย ตอนแรกคิดว่าไม่ทันซะแล้ว โอ้ย..เจ้ ซอยเล็กๆ น่ะ มันขับได้ เราก็หมุดอย่างเดียวเลย คนก็มองทำไงได้ กลัวไม่ได้ภาพ ..ตื่นเต้น เย็นนี้ว่าจะไปหามอเตอร์ไซค์ซักคัน งั้นคงเป็นเป้าหมายแทนแน่  โอรีนเล่าไปก็ขำไป  ดิฉันเห็นภาพถ่ายพฤติกรรมเป้าหมายและกิ๊ก อือ เขาอยู่แบบผัวเมียจริงๆ การแต่งตัวการปฏิบัติต่อกัน ..เห็นแล้วสงสารเมียหลวง .. บางภาพดิฉันยังไม่ส่งให้เธอดู กลัวเธอช๊อคเสียใจ ก่อนให้ดูค่อยๆพูดปลอมใจเธอก่อน  จำได้ว่าเธอเคยว่าขณะที่อยู่บ้านด้วยกัน สามีมักจะด่าและตะคอกใส่เธอเสมอ ทำอะไรก็ไม่พอใจ หาเรื่องด่าประจำ จากน้ำหนักเธอเคย 50 กก. เครียดมากกินไม่หยุดตอนนี้น้ำหนักเกือบ 70 กก.แล้ว  (เขามีแค่เครียดกินไม่ได้น้ำหนักลด แต่นี่แปลกกว่าคนอื่น  เครียดแล้วกิน) เสาร์-อาทิตย์ที่เป้าหมายชายและกิ๊กอยู่ด้วยกัน ตักตวงความสุขกันน่าดู ไปเดินห้างเดินจูงมือกัน กินอาหารร่วมกันพร้อมลูกผัวเก่าเป็นเด็กชายอายุไล่เรี่ยกับลูกสาวของเป้าหมาย ไปดูหนังด้วยกันสามคน ลักษณะพ่อแม่ลูก  เห็นภาพแล้วนึกสงสารลูกๆของเป้าหมาย ที่ไม่ได้ไปไหน เพราะแม่ต้องทำงานบ้าน ซักเสื้อผ้าให้ลูก และของสามี  ดูแลลูกสาวคนเล็กอายุประมาณ 3 ขวบ  ไม่มีรถยนต์จะพาลูกๆไปไหน  เธอบอกทำไปตามหน้าที่ แต่ในใจช้ำมาก เมื่อได้หลักฐานมาต้องการให้ผู้ใหญ่ช่วยพูดให้ ถ้าจะเลิกกับเธอไม่ว่า แต่ขอบ้านให้ลูกๆอยู่ ท่านละค่ะ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ถือว่าเป็นอุทาหรณ์นะคะ  สงสารเด็กๆ ที่เกิดต้องมีชีวิตต่อไป  ถึงแม้ว่าสามีภรรยาไม่รักกันแล้วก็เป็นเรื่องปกติ  แต่หน้าที่ของพ่อแม่คือต้องเลี้ยงดูลูกนะคะ มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งได้ค่ะ !
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

คล้ายๆ กันเลยค่ะนักสืบกุ้ง พ่อของดิฉันก็ได้ทิ้งให้ฉันและครอบครัวอยู่กันตามสภาพ ซึ่งเราไม่เคยเอะใจเลยว่าทำไม เรากลับเข้าใจว่าเขาทำงานหาเงินก็เพื่อครอบครัวมาเสมอ แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่งเขาก็หายไปจากบ้าน ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลยและเราก็ได้ไปดูดวงกับหมอดูท่าหนึ่ง เขาบอกว่าพ่อมีอีกบ้าน เรากับแม่ออกตามหากันให้ทั่วเลยเพราะไม่เชื่อว่าพ่อมีเมียน้อยแต่คิดว่าเขาเป็นอันตรายเสียมากกว่า สุดท้ายก็ไม่เจอเพราะเข่โกหกแม้กระทั่งที่ทำงานของตัวเอง หนูกับแม่เดินกอดคอกันร้องไห้กลับบ้านด้วยความเสียใจ และต่อมาไม่นานก็ได้ยินข่าวมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง เขาบอกว่าตอนนี้พ่อไปอยู่กับผู้หญิงคนนึงในตลาดแถวบ้าน ซึ่งคนที่เล่าให้ฟังเขาเป็นเพื่อนกับคนที่เคยเป็นเมียน้อยของพ่อ คนปัจจุบันนี่เป็นคนใหม่ และทางเมียน้อยของพ่อเห็นท่าไม่ดีจึงทำตัวมาตีสนิทกับแม่และหนู ส่วนแม่ก็หลอกถามความจริงทั้งหมดจากผู้หญิงคนนั้น เขาก็บอกว่าพ่อบอกว่าแม่เป็นโรคหัวใจ ยุ่งด้วยไม่ค่อยได้(เรื่องเซ็กส์) ซึ่งความจริงแม่ก็เป็นค่ะแต่ไม่ได้ขนาดนั้น และที่เจ็บใจที่สุดคือพ่อมีเมียน้อยมานานเกือบ 10 ปี ตั้งแต่มาอยู่บ้านหลังปัจจุบัน ตอนแรกคิดว่าพ่อโดนทำของใส่ค่ะเพราะพ่อมีเมียน้อยในเวลานั้น 2 คน คนนึงเป็นคนบุรีรัมย์ค่ะและมีลูกด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันย่าง 3 ขวบแล้วค่ะ แต่ตอนนี้คิดว่าพ่อน่าจะเลิกกับทางนั้นแล้วเพราะมีคนมาเล่าให้ฟังว่าพ่อไปมาหาสู่กับผู้หญิงในตลาดคนนี้ทุกวัน ซึ่งพ่อไม่เคยส่งเสียเงินค่าเทอมมาให้เลยสักนิด ซึ่งหนูก็กำลังเรียนอยู่ จึงต้องออกมาเรียนภาคสมทบวันอาทิตย์และทำงานด้วยเรียนไปด้วย เขาบอกกับย่าว่าหนูและแม่ใจดำมาก ไม่ยอมพูดกับเขาเลยสักคำ เสียใจค่ะที่พ่อมองว่าทางเราทำไปเพราะความใจดำและไม่เคยคิดโทษตัวเองเลยสักนิด เคยขอร้องให้พ่อมาหย่าแล้วค่ะแต่พ่อบอกว่าไม่หย่า ไม่บอกเหตุผลว่าทำไมเหมือนกันค่ะ แต่เมียน้อยพ่อคนนี้นิสัยสุดจะทนจริงๆ ค่ะ ตอนที่แม่หลอกถามข้อมูลมาเขาก็พูดประมาณว่าเขาจะฆ่าคนที่คิดจะมาแย่งของของเขา หนูก็กลัวแต่ว่าถ้าฟ้องหย่าไปแล้วแม่จะโดนลอบทำร้ายค่ะ เลยทำได้แค่นิ่งเฉยค่ะ ใจนึงก็โกรธพ่อแต่อีกใจก็เข้าใจว่าที่ท่านทำไปนั่นคือความสุข ถึงแม้จะเป็นสุขที่อยู่บนความทุกข์ของหนูกับแม่ก็ตาม..

โดยคุณ Beau 20 เม.ย. 2559, 16:54

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก