สามี...ไม่ทำการบ้าน|สามี...ไม่ทำการบ้าน

สามี...ไม่ทำการบ้าน

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

สามี...ไม่ทำการบ้าน

ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง

บทความวันที่ 3 มี.ค. 2557, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 10922 ครั้ง


สามี...ไม่ทำการบ้าน

            ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง   ผู้หญิงมีหน้าที่ดูแลเลี้ยงลูกอยู่บ้าน  สามีมีหน้าที่ทำงานหาเงิน   แต่เดี๋ยวนี้ให้สามีหาเงินคนเดียว คงอดตายแน่ ค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้   ไอแพค ไอโฟน เทคโนโลยี่สารพัด ใครไม่มีก็เชย ไหนจะของคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก ไว้เล่นเน็ต เล่น LINE  ไว้แชท แชร์ กันอีกล่ะ  คุณแม่บ้านทั้งหลายก็ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินช่วยเหลือแบ่งเบาภาระ แต่ผู้หญิงสมัยนี้ก็เก่ง  สามีบางคนก็ไม่ชอบที่มีเมียเก่งกว่า เพราะจะทำให้เค้ารู้สึกว่าตัวเองด้อย  
            เป้าหมายของดิฉันเคสนี้เธอเป็นหญิง  สามีเธอมาหาดิฉันที่สำนักงาน  อยากให้ติดตามพฤติกรรมภรรยา  เพราะมีผู้หวังดี(ประสงค์ร้าย) โทรมาเล่าให้ฟังว่า ภรรยาของตนมีนิสัยไม่ดี ชอบคบชาย แย่งแฟนเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งแฟนเธอด้วย แรกๆ เขาก็ไม่สนใจ รู้สึกรำคาญด้วยซ้ำ แต่หล่อนโทรมาบ่อยเหลือเกิน จนรำคาญและก็อยากรู้เหมือนกันเป็นอย่างที่หล่อนมากล่าวหาหรือเปล่า  อยู่ๆก็มาใส่ร้าย บังเอิญครูที่โรงเรียนโทรมาบอกให้ไปรับลูกด้วย ได้สอบถามจึงรู้ว่าภรรยาทิ้งให้ลูกอยู่โรงเรียนกว่าจะไปรับก็ดึก   ก็เลยเกิดความสงสัยขึ้นมา หรือว่าจะเป็นจริงอย่างคนอื่นพูดกัน   ตัวเองทำงานเป็นวิศวกร ออกไปดูงานตามไซค์ต่างๆ กลับดึกทุกวันเกือบเที่ยงคืน ส่วนภรรยาทำงานบริษัทเอกชน ระดับผู้บริหาร เช้าส่งลูกก่อนไปทำงาน โรงเรียนลูกไม่ไกลจากที่ทำงานเธอเท่าไหร่นัก    เมื่อเล่าเรื่องราวเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายสามีก็ตกลงมอบหมายหน้าที่นี้ให้นักสืบกุ้งเป็นผู้ดูแลให้ พอดิฉันรับงานก็ส่งทีมงานไปตรวจสอบสถานที่ทันที   ที่ทำงานของเธอมีทางออก 2 ทาง มีที่จอดรถประจำตำแหน่งเนื่องจากเป็นระดับผู้บริหาร ส่วนที่พักเป็นคอนโดจะเข้าไปข้างในได้ต้องมีคีย์การ์ด   วันแรกที่เริ่มงานได้มอบหมายให้นักสืบต้นหอมและทีมงานไปปฏิบัติงาน วันแรกก็พลาดซะแล้ว ไม่เห็นรถเป้าหมายจอดอยู่ที่ทำงาน เพราะผู้ว่าจ้างบอกว่า ไม่ต้องไปเฝ้าที่คอนโดหรอก  เธอไปส่งลูกแล้วเดี๋ยวก็เข้าที่ทำงาน  เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ต้นหอมโทรมาหา “พี่กุ้ง..ยังไม่เห็นเป้าหมายเลย ทำไงดีอ่ะ”  “รอไปก่อนอาจจะเข้าบ่าย” “ได้คะ” เหตุการณ์ผ่านไป  ทั้งวันเป้าหมายไม่มาทำงาน เช็คไปในที่ทำงานรับแจ้งว่า เธอลาพักร้อน โทรรายงานสามีเธอ “ผมไม่ทราบเลยครับ เมื่อเช้าก็เห็นแต่งตัวออกไปบอกว่าจะไปทำงานนะครับ...งั้นเริ่มต้นพรุ่งนี้ใหม่”  ก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว ดิฉันสั่งทีมงานถอนกำลังกลับ  (แหม! ยังกับกะชับพื้นที่งั้นแหล่ะ)  “พรุ่งนี้เริ่มตั้งแต่เช้านะที่คอนโด” ดิฉันสั่งต้นหอมและทีมงาน   
           เช้ารุ่งขึ้นต้นหอมโทรรายงาน “ประจำจุดแล้วคะพี่กุ้ง ตอนนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหว”  เสียงต้นหอมแทรกมา พี่ๆๆเห็นรถคันหนึ่งคุ้นๆขับลงมาจากลานจอดของคอนโด อ้าว!  นั่นมันพี่นนท์ ..(คนรู้จัก) พี่แกมาทำไรที่นี่อ่ะ มาหากิ๊กหรือไง   “เอ่อ ช่างเขาเถอะไม่เกี่ยวกับเรา ดูเป้าหมายให้ดีแล้วกัน”      วันนี้เธอออกสายขับรถออกจากลานจอดคอนโดไปส่งลูกแล้วก็แวะไปร้านเสริมสวยทำผม เห็นเธอครั้งแรก โอ้โห้สวยปิ้ง แต่งตัวเปรี้ยวเชียว  หลังจากนั้นเธอขับรถเข้าที่ทำงานจอดรถไว้ที่ประจำตำแหน่ง  เที่ยงเธอขับรถออกจากที่ทำงานแต่ข้างๆมีเด็กหนุ่มรุ่นน้องนั่งมาด้วย เธอแวะไปรับลูกที่โรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกล พาไปที่ร้านอาหารที่มีสนามสำหรับเด็กเล่น เธอและเด็กหนุ่มเพื่อนร่วมงานนั่งทานข้าวคุยกันกระหนุงกระหนิง  ถ่ายรูปคู่กันอย่างสนิทสนม ปล่อยให้ลูกสาววัย 4 ขวบวิ่งเล่นแบบไม่สนใจ   จนบ่ายสองโมง เธอพาลูกไปส่งที่โรงเรียน และขับพาหนุ่มไปที่คอนโดของตัวเอง  ดิฉันโทรบอกสามีเธอ พอทราบของขึ้นทันที “ใจเย็นนะคะ เธออาจจะมาเอาของที่ห้องก็ได้มั้งคะ”(ดิฉันปลอบใจ) ผ่านไปสองชั่วโมงเธอก็ยังไม่ลงมา  ได้เวลารับลูกเธอออกจากคอนโดพร้อมเด็กหนุ่ม ไปรับลูกพาไปทำงาน อยู่ในที่ทำงานจนถึงสี่ทุ่มเศษ สงสัยจะมาทำงานนอกเวลา ก็เธอเป็นผู้บริหารนี่นะ จะทำงานตอนไหน เข้าออฟฟิตกี่โมงก็ได้   เด็กหนุ่มคนนั้นสืบทราบว่าเป็นผู้ช่วยเธอ    เธอมักจะอ้างกับที่ทำงานว่าออกไปประชุม
           ในวันถัดมา พฤติกรรมของเธอทำในลักษณะคล้ายๆเดิม  เที่ยงเธอขับรถออกจากที่ทำงานกลับไปคอนโดพร้อมเด็กหนุ่มผู้ช่วยขึ้นไปบนห้องครั้งละ 2-3 ชั่วโมง  สามีทราบก็เลือดขึ้นหน้า แต่ทิ้งงานมาไม่ได้ สุดท้ายก็วางแผนลาหยุดเพื่อจะจับผิดให้ได้คาหนังคาเขา   วันนี้ก็เช่นเดียวกันพอเธอพาหนุ่มเข้าห้อง  ทีมงานโทรบอกเขาก็ขึ้นไปเคาะห้องเธอไม่ยอมเปิดประตู จึงโทรเข้าไปอ้างว่าลืมของไว้  เธอเปิดประตูบอกว่าไม่สบายเผลอหลับไป  เขามองไม่เห็นเด็กหนุ่ม จึงแกล้งไปหยิบของแล้วก็เดินออกมา  ไม่กล้าทำอะไร ทีมงานยืนยันมีผู้ชายอยู่ในห้องแน่นอนเพราะตั้งแต่เข้าไปยังไม่ออกจากห้องเลย  พอผู้ว่าจ้างลงมา เด็กหนุ่มก็วิ่งออกจากห้องลงบันไดหนีไฟไปทันที ทีมงานบันทึกภาพไว้ได้  หล่อนก็รีบลงมารับทันทีเช่นกัน  ต่างคนต่างไปคนละทาง และไปนัดเจอข้างนอก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของนักสืบ  “ผมว่าเขาต้องซ่อนผู้ชายคนนั้นไว้ในตู้เสื้อผ้าแน่ๆ ผมเห็นอาการเขากังวลตอนที่ผมเดินเข้าในห้อง แต่ผมไม่กล้าเปิดดู” เขาเล่าด้วยความตื่นเต้น   “ไม่เป็นไรค่ะมีหลักฐานแล้วทีมงานถ่ายภาพเก็บไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”  เขายังยืนยันว่าจะต้องการจับให้ได้คาหนังคาเขาอีก แต่ว่าเธอจะรู้ตัวหรือเปล่า  ในวันถัดมาอีกทั้งสองก็ยังเจอกันเหมือนเดิมอีก แสดงว่าเมื่อวานนี้เธอคิดว่าเป็นเหตุบังเอิญคิดว่าสามีคงโง่อยู่  แต่แปลกเธอและเด็กหนุ่มจอดรถระหว่างทางทะเละกันโยนสิ่งของลงข้างทาง ไม่พ้นสายตาของนักสืบ   พอเธอไปทีมงานก็ลงไปเก็บหลักฐานทันที เป็นแว่นตา หมวก ผ้าพันคอ  ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกัน อาจจะเกิดความหึงหวงกันเอง (จินตนาการของนักสืบล่ะ)  วันนี้เธอกลับบ้านคงงอนกับเด็ก ในวันรุ่งขึ้นเธอและหนุ่มก็ยังนัดเจอกัน เธอลาพักร้อน ไม่เข้าที่ทำงาน ทั้งสองขับรถออกต่างจังหวัด นักสืบติดตามไป สามีเธอตามไปอีกคัน  ทั้งสองไปกินข้าวริมทะเล แล้วก็เช่าบังกะโลพักผ่อนในตอนกลางวัน สามีตามมาทันพร้อมทีมสังหารเพื่อนร่วมงานอีก 4-5 คนมาด้วย ไปถึงสามีแสดงตัวนำเธอแยกออกมาคุย ส่วนเพื่อนๆ ก็เอาพาชายหนุ่มไปคุยอีกทาง (งานนี้ไม่เข้าโรงพยาบาลหรอกคะแค่สองสามตุ๊บเอง)  เธอเห็นหน้าสามีไม่สะทกสะท้านอะไร เธอด่าต่อว่าสามี “สาเหตุที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้เพราะสามีไม่ยอมนอนกับเธอ มานานแล้ว ไม่สนใจเธอ ทำแต่งาน กลับก็ดึก เธอจึงเป็นแบบนี้” สามีฟังแล้วก็อึ้งพูดไม่ออก ทะเลาะด้วยไม่ลง  สรุปว่างานนี้เธอไม่ผิด มีชู้เพราะสามีไม่ยอมทำการบ้าน  สุดท้ายชวนกันกลับบ้านและตกลงแยกทางกัน  นี่แหล่ะคะท่านผู้อ่าน  สำรวจตัวเองบ้างนะคะ เดี๋ยวมันจะเกิดแบบนี้กับท่าน อย่าปล่อยให้ภรรยานอนเหงา ใครว่าเรื่องเซ็กส์ไม่สำคัญ ทุกวันนี้มีปัญหาก็เพราะเรื่องนี้แหล่ะ มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งได้
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก