หนึ่งไม่พอ...ขอมีสอง|หนึ่งไม่พอ...ขอมีสอง

หนึ่งไม่พอ...ขอมีสอง

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

หนึ่งไม่พอ...ขอมีสอง

แรกรักกันอะไรๆก็หวานไปหมด ดูดีมีชีวิตชีวา เอาใจสารพัด

บทความวันที่ 26 ก.ค. 2556, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9200 ครั้ง


หนึ่งไม่พอ...ขอมีสอง

            แรกรักกันอะไรๆก็หวานไปหมด ดูดีมีชีวิตชีวา  เอาใจสารพัด ยิ่งมีลูกด้วยกันความรักยิ่งแนบแน่น  คำสัญญาว่าจะไม่พรากจากกันจนกว่าจะตาย  เวลาเปลี่ยนทุกอย่างก็เปลี่ยนตาม วันดีเก่าๆ ลืมไปหมด 

หญิงวัยกลางคนมาปรึกษาและเล่าถึงอดีตอันหวานชื่น..แต่งงานมาประมาณ 30 ปีเศษ มีลูกด้วยกัน 3 คน เรียนจบกันหมดแล้ว  ส่วนเธออีก 2 ปีก็เกษียณ หวังว่าบั้นปลายของชีวิตจะสบาย  แต่มันไม่ใช่อย่างที่เธอหวัง  เธอรับราชการเป็นครู ส่วนสามีเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน  อยู่จังหวัดเดียวกันทางภาคอีสาน แต่สอนคนละโรงเรียน  เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา สามีไปมีเมียน้อยเป็นครูอยู่โรงเรียนเดียวกัน เธอทราบข่าวจึงไปโวยวายที่โรงเรียนของสามี ฝ่ายหญิงขอย้ายไปที่อื่นเพราะความอับอาย  ชาวบ้านนินทากันให้แซดว่าผู้อำนวยการ (ผอ.) กับครูน้อยในโรงเรียนเล่นชู้กัน   ระยะหลังงานการไม่ทำ เช้าเข้าไปลงชื่อเสร็จ ก็ขับรถออกจากโรงเรียนหายไปเลย เวลาครูที่โรงเรียนจะให้ ผอ.เซ็นต์เอกสาร ก็ต้องโทรศัพท์ไปตาม หรือไม่ก็รอเช้าวันรุ่งขึ้น  เรื่องไปถึงหูเธอว่าสามีมีพฤติกรรมแบบนี้ จึงไปถามสามี สามีโวยวายบอกว่าไม่มีอะไร  เช้าไปทำงานแต่กลับดึก  อยู่ๆ มาบอกเธอว่า ขอมีเมียอีกคน  เธอบอกไม่ได้ ..แต่ไม่ทันแล้ว เพราะสามีเธอบอกว่าได้เมียใหม่แล้ว  ที่มาบอกเพราะอยากให้ยอมรับ  เธอฟังแบบนั้นแล้วเจ็บจี๊ดที่หัวใจทันที เธอถามว่า “มันเป็นใคร”  สามีไม่ตอบและแสดงอาการฉุนเฉียว

คราวนี้หนักกว่าเดิมหายไปครั้งละ 2-3 วัน งานการไม่ทำ  เธอบอกกับดิฉันว่า “เครียดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน เลยตัดสินใจโทรมาหานักสืบ”  คุยกันทางโทรศัพท์อยู่ประมาณชั่วโมง เมื่อเล่าถึงตอนที่สามีมีเมียน้อยทีไร น้ำเสียงเธอฟังดู แค้นมาก   “อยากให้มันออกจากราชการไปเลย”  “ถ้าได้หลักฐานมาเมื่อไหร่ พี่จะร้องเรียนให้มันออกจากงาน”   เธอให้ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเป้าหมาย สถานที่พัก ที่ทำงาน  เป็นบ้านต่างจังหวัด ถ้ามีคนแปลกเข้าไปคงเป็นที่สนใจไม่น้อย..   เธอนัดให้ไปทำงานทันที  เพราะต้องการหลักฐานด่วน  ดิฉันได้เรียกทีมงานที่เป็นคนอีสานและพูดภาษาถิ่นชัดเจน มาเพื่อให้รับงานนี้ไปทำ เขาจะเป็นใครไม่ได้ นอกจากนักสืบโจ  มีฉายาว่า “โจโจ้”  รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนชื่อซักเท่าไหร่  กำชับโจว่าต้องรายงานทุกระยะ แบบ hotline   เลยนะ เมื่อนักสืบโจเดินทางไปถึงสถานที่บ้านเป้าหมาย   สถานที่ทำงาน เส้นทางเข้าออก  โทรมาบอกทันทีว่า “พี่ครับ มันยากจริงๆ”   “อะไรกันระดับนี้แล้วยังบ่นอีกเหรอ มันเป็นยังไงล่ะ”   “ไม่มีที่หลบเลยครับ” “อ้าวจะหลบทำไมล่ะ”  “ทางออกหมู่บ้านมี 3 ทาง แถวนี้มีแต่ทุ่งนา” “อ้าว!  GPS ที่พกไปก็ใช้ประโยชน์ซิ  นำไปติดรถเลย  คราวนี้จะนอนหลบมุมตกไหนก็ได้”  “เอ่อ จริงครับพี่” (นักสืบอะไร...โง่ฉิบ..)ดิฉันคิดในใจ  เป้าหมายขยับทีไร นักสืบโจโทรรายงานทันที  “จะโทรมาอะไรนักหนา” “ก็พี่บอกว่าต้องรายงานทุกระยะ” เป็นงั้นไป “เอาเฉพาะที่สำคัญซิ ไปเจอหญิงอะไรแบบนั้น พี่จะได้สั่งงานต่อได้ว่าต้องทำไร ต้องการอะไร” “อ๋อ! โอเครๆ”

สองสามวันแรกของวันทำงานยังไม่ได้เรื่อง ผอ. แกอารมณ์ไหนไม่รู้ กลับมานอนที่บ้าน ทั้งๆ ที่ผ่านมาชอบหายไป ผู้ว่าจ้างก็จะคอยสังเกตให้เหมือนกันว่า วันไหนสามีเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าก็จะบอก .. แต่ทีมงานเราก็ต้องคอยสังเกตด้วย ออกจากบ้านก็ต้องตามไป เธอโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้วันศุกร์ ดูให้ดีนะเพราะเขาอาจจะไม่กลับบ้าน นักสืบโจตื่นแต่เช้า เพื่อคอยสังเกตการณ์  สายแล้วยังไม่เห็นเป้าหมาย  รีบโทรมารายงาน  “พี่กุ้งครับ วันนี้ไม่เห็นเป้าหมายเลย พี่ช่วยเช็ค GPS ให้ผมหน่อย” เมื่อได้ข้อมูล  รถยังจอดอยู่ที่บ้านนี่นา  ปกติไม่ใช่นิสัยของเป้าหมาย สอบถามผู้ว่าจ้างดีกว่า “ วันนี้เขาท้องเสียยังนอนอยู่ที่บ้านเลย  พี่จะทำไงดีล่ะ เครียดมากเลย พอให้คนมาตามแกก็ไม่ไป แกจะรู้มั้ยคะคุณกุ้ง” ผู้ว่าจ้างเริ่มวิตกกังวลกลัวไม่ได้งานตามความต้องการ และเกรงว่าเป้าหมายจะรู้ตัว “ใจเย็นๆ คะพี่ ยังไงเขาก็ต้องไปหากัน เขาห่างกันได้ไม่กี่วันหรอกคะพี่” ในระหว่างที่คุยโทรศัพท์กับเธอยังไม่จบ นักสืบโจโทรมาอีกสายบอกว่า เห็นเป้าหมายออกมาแล้ว ดิฉันเลยวางสายผู้ว่าจ้าง  โจรายงานว่าวันนี้เป้าหมายไม่ไปที่โรงเรียนแต่ขับมุ่งหน้าไปที่ด่าน  ซึ่งไม่รู้เป้าหมายไปทำอะไร เป้าหมายจอดรถประมาณ 30 นาที  มีหญิงสาวอายุไม่เกิน 30 ปี ผิวขาวเดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กๆ ไปขึ้นรถของเป้าหมาย  โจบอกว่าหญิงคนนั้นน่าจะข้ามมาจากฝั่งลาวเพราะหน้าตาบ่งบอก (แหม่..รู้ขนาดนั้นเลยหรือ) เป้าหมายขับรถวนไปวนมา แวะเข้ารีสอร์ทแห่งหนึ่งใกล้สวนยาง นักสืบโจขับรถตามเข้าไปแต่ห้องพักเต็ม โจบ่นว่า “วันนี้ผมนอนสวนยางแน่เลยพี่”  โทรแจ้งผู้ว่าจ้างทราบก็อยากจะมาดูหน้าหญิงคนนั้น แต่ติดประชุมมาไม่ได้ ต่างอำเภอกันด้วยไม่มีคนขับรถให้   เป้าหมายนอนค้างหนึ่งคืน สายๆ พาหญิงสาวไปส่งที่ด่าน หล่อนนั่งเรือข้ามไป  โจได้แต่มองแอบเก็บภาพไว้ เจ้าหน้าที่ที่ด่านบอกว่า ฝั่งนี้ถ่ายรูปได้แต่ถ้าข้ามไปฝั่งถ่ายไม่ได้  

หลังจากนั้นเป้าหมายขับรถกลับบ้าน เจอเมียก็บอกให้เมียเซ็นต์เอกสารยินยอมให้กู้เงินจำนวน 3 ล้านบาท เธอไม่ยอมเซ็นต์ให้ ทะเลาะกันใหญ่ เธอเครียดจนช๊อคหามเข้าโรงพยาบาล แทนที่สามีจะสำนึก กลับไปเจอหญิงคนนั้นอีกในวันรุ่งขึ้น ไปรับหญิงคนเดิมที่ด่านอีก  คราวนี้พาไปนอกเมืองไกลมาก พักรีสอร์ทกลางทุ่งนา โจบอกให้ดิฉันบอกผู้ว่าจ้างอีก เพื่อไปดูกับตา เธอคงไปไม่ได้นอนให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาล สามีเฮ็ง...ก็ไม่สนใจ  ลูกชายทราบข่าวเกิดความโมโหว่าพ่อทำไมทำกับแม่แบบนี้  จึงชวนญาติๆจะไปลุยนังเมียน้อยพ่อ  เมื่อไปถึงรีสอร์ทดังกล่าว ลูกชายออกโรงไปเคาะประตูเรียกพ่อ นานมากกว่าจะเปิด เมื่อประตูเปิดลูกชายเข้าไป จะทำร้ายหล่อนแต่ถูกญาติๆ ที่มาด้วยห้ามเอาไว้ “มึงอย่ามาให้เห็นอีกนะ กูไม่ปล่อย มึงไว้แน่  มึงข้ามมาเมื่อไหร่กูจัดการแน่” เสียงลูกชายตะคอกใส่หล่อน  โจแอบอยู่ห้องข้างๆได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสียงกลุ่มญาติและชาวบ้านที่มาด้วย ยืนคุยกันว่า ถ้าร้องเรียน ผอ. แกก็ต้องออกจากงานไปนานแล้ว เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด งานการผอ. ก็ไม่สนใจ โรงเรียนก็ไม่เข้า โจเล่าต่อให้ฟังว่า วันๆ ถ้าไม่ไปเจอหญิง ผอ.ก็จะขับรถไปเรื่อยๆ ค่ำก็กลับบ้าน ชีวิตไร้จุดมุ่งหมาย ไม่รู้ว่าทำถึงทำตัวเองแบบนี้  หลักฐานครบถ้วนตามที่เธอต้องการ     แต่สามีลั่นวาจาว่าจะไม่ยกสมบัติใดๆให้ลูกชายคนโต โกรธที่ไปโวยวายและขู่เมียน้อยพ่อ  เรื่องที่จะร้องเรียนสามีให้ออกจากงานแต่ถึงเวลาเข้าจริงๆ เธอก็ทำกับสามีไม่ลง  เธออ้างว่าญาติห้ามเอาไว้  แต่ก็ดีนะ การให้อภัยดีที่สุดสำหรับทุกเรื่อง ทำอะไรย่อมได้รับผลนั้น มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งได้คะ

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก