ฝากปลาย่างไว้กับแมว|ฝากปลาย่างไว้กับแมว

ฝากปลาย่างไว้กับแมว

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ฝากปลาย่างไว้กับแมว

ก่อนวันหยุดสงกรานต์ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหญิงคนหนึ่ง

บทความวันที่ 25 เม.ย. 2556, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 10230 ครั้ง


ฝากปลาย่างไว้กับแมว

            ก่อนวันหยุดสงกรานต์ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหญิงคนหนึ่ง “จำพี่หนูได้มั้ย” “จากใครคะ พี่ชื่ออะไร” พี่เคยเป็นลูกค้าของคุณกุ้ง เป้าหมายเปิดร้านขายยาแถวพระประแดง  “อ๋อคะ จำได้แล้ว”  ช่วงวันหยุดสงกรานต์พี่จะบินไปต่างประเทศหลายวัน พี่จะรบกวนให้คุณกุ้งจัดทีมงานเฝ้าสามีให้พี่ด้วยประมาณ 10 วัน “ ได้คะ”  เรื่องของเธอคนนี้ก่อนหน้านี้นักสืบกุ้งพร้อมทีมงานเคยติดตามพฤติกรรมมาแล้ว 2 ครั้ง ทุกครั้งเธอจะบินไปเที่ยวต่างประเทศแต่สามีไม่ไป ได้อาสาเฝ้าร้านขายยา ซึ่งเมื่อสมัยช่วง 3-4 ปีก่อน มีพนักงานขายในร้านคนหนึ่งหน้าตาดี อายุประมาณ 20 ปี ซึ่งหล่อนทำตัวแปลกๆใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟื่อย หล่อนได้เงินเดือนประมาณหมื่นบาทเศษ   แต่ใช้ของราคาแพง ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย เธอสังเกตพฤติกรรมมาตลอดเห็นสามีจะเอ็นดูเด็กคนนี้เป็นพิเศษ และหลังเลิกงานสามีจะอ้างว่าไปทานข้าวกับเพื่อนเป็นประจำ แต่เธอจับไม่ได้ซักที ว่าจริงอย่างที่เธอคิดหรือไม่ ทำให้เธอเครียด  จึงเรียกหล่อนมาคุย แต่หล่อนไม่ยอมรับ แล้วลาออกไปบอกว่าจะไปเรียนต่อ  

พฤติกรรมสามียังผลุบโผล่เหมือนเดิม จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน  จะระวังตัวเป็นพิเศษเวลาออกไปข้างนอก และเธอรู้สึกได้ว่าสามีจะเอาใจเป็นพิเศษด้วย ไปไหนก็อาสาขับรถรับ-ส่ง  แต่ในช่วงที่เธอทำธุระหลายชั่วโมง สามีจะแว๊บไปไหนเธอก็ไม่รู้เช่นกัน  สองครั้งที่ผ่านนักสืบกุ้งพร้อมทีมงานไปเฝ้าดูพฤติกรรมสามีเธอ แต่ไม่เห็นความผิดปกติอะไร เย็นปิดร้านขายยาก็ขับรถไปรับลูกที่มหาวิทยาลัย บางวันพาลูกไปทานข้าวกัน  ไม่เห็นจะเป็นอย่างที่เธอสงสัยเลย “ดิฉันคิด” หรือว่าเธออาจจะคิดไปเอง  ..คราวนี้ก็ลองดูอีกซักครั้ง มันต้องมีอะไรซิ งั้นเธอจะยอมเสียเงินจ้างนักสืบทำไม หลังจากที่เธอสนทนากับดิฉันเรื่องวันทำงานแล้ว “พี่คิดว่าเป็นอดีตพนักงานคนนั้นหรือเปล่า”  “พี่คิดว่าใช่” “เขายังติดต่อกันอีกหรือคะเพราะผ่านมาหลายปี” “พี่ไม่แน่ใจ คุณกุ้งลองดู”  ทำงานวันแรกดิฉันได้กำชับทีมงานว่าช่วงวันหยุดร้านขายยาจะปิด ต้องไปเฝ้าตั้งแต่เช้า (ที่พักและที่ทำงานร้านขายยาอยู่ที่เดียวกัน ลักษณะเป็นตึกแถวสองห้อง) จะมีชายอายุประมาณ 60 ปีอยู่คนเดียว และหญิงวัย 65 ปีอีกคนซึ่งเป็นแม่บ้าน ส่วนภรรยาและลูกสาวไปต่างประเทศ  เพราะฉะนั้นถ้ามีหญิงอื่นนอกจากที่บอกไว้ ก็ต้องมีอะไรผิดปกติแน่

วันแรกทีมงานเริ่มเฝ้าตั้งแต่ 07.00 น.  ร้านยังปิดอยู่ รถก็จอดที่ลานจอดที่เดิม ภรรยาเดินทางไปต่างประเทศเมื่อวานตอนเย็น   เวลาผ่านสองชั่วโมง เหตุการณ์เงียบเพราะเป็นช่วงสงกรานต์ คนส่วนใหญ่จะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน   ..อากาศร้อนอบอ้าว  นักสืบเริ่มกระสับกระส่ายเพราะไม่มีที่หลบร้อน  ถนนทั้งเส้นรถวิ่งผ่านน้อยมาก  ถ้าเป้าหมายไม่ออกจากบ้าน สุกแน่...นักสืบวันนี้   นั่นไง “ประตูแย้มแล้วแต่ยังไม่เห็นคนเลย” ไม่นานเห็นชายรูปร่างท้วม ผิวขาว หัวล้าน อายุประมาณ 60 ปีเศษ ออกจากร้านและดึงชัตเตอร์ลงมาปิด เดินไปที่ลานจอด ตรงไปที่รถ “ใช่เลยคนนี้แน่นอนเป้าหมาย”  นักสืบขยับรถติดตามไป ป๋าขับรถมุ่งหน้าถนนพระราม2 ไปที่หน้าห้างเซ็นทรัล รับหญิงสาวคนหนึ่ง หน้าตาพอใช้ได้ ผิวขาว อายุไม่เกิน 30 ปี  หลังออกจากหน้าห้างแล้ว ป๋าขับรถไปเรื่อยๆ โดยมีนักสืบติดตามไปติดๆ ป๋าขับรถเข้าโรงแรมม่านรูด อ้าว! แล้วเราหล่ะ จะทำไงดี เข้าไปเหรอ มีแต่ผู้หญิงนะ ถ้าไม่เข้าก็ไม่รู้ว่าป๋าไปติดต่อธุรกิจอะไร “เอ้าเป็นไงเป็นกัน เข้าก็ได้ว่ะ”  เลี้ยวบุ๊บพนักงานเรียกเข้าซองทันที โชคดีเห็นรถป๋ากำลังเข้าซองเหมือนกัน  “ น้องพี่ขอฝั่งนี้ได้มั้ย” ซึ่งเป็นห้องตรงข้ามกับป๋าเข้าพอดี  จะได้เก็บภาพถ่าย “ระยะสั้นหรือระยะยาวเพ่” (อะไรของมึงว่ะ)  “อ๋อ..ค้างคืนหรือชั่วคราวครับ” “เอ่อ พอเข้าใจหน่อย”  “ชั่วคราวเท่าไร” “400บาท”  (ดิฉันคิดในใจแพงฉิบ)  จ่ายตังค์พร้อมให้ทิปเด็ก บอกให้ไปไกลๆ ต้องการความเป็นส่วนตัว  พอบ่อยเดินไปเราไปเปิดห้อง เปิดน้ำทิ้งไว้  แล้วแบ่งทีมงานให้เข้าไปสุ่มในรถเพื่อเก็บภาพป๋าตอนออกจากม่านรูด....เวลาผ่านไปสองชั่วโมง  เหมือนยังสิบชั่วโมงของนักสืบ ทรมานสุดๆร้อน อบตัวอยู่ในรถ   หลังจากนั้นได้เสียงสตาร์ทรถจากฝั่งตรงข้าม  นั่นป๋าแน่นอน เห็นเปิดม่าน เราก็แย้มม่านเพื่อถ่ายรูป เห็นป๋าถอยตูดรถออกมีหญิงนั่นข้างๆ ถ่ายภาพชัดเจน แต่ไม่มั่นใจว่าเป็นอดีตลูกน้องหรือเปล่า ตามไปก่อน ป๋าขับรถไปส่งหญิงคนนั้นที่เดิม หล่อนลงรถได้ก็เดินเข้าไปห้าง ดิฉันสั่งทีมงานกระโดดลงรถเดินตามหล่อนไป... หล่อนเดินรี่ตรงไปที่ร้านทองออโรร่า เลือกสร้อยทองคำหนึ่งเส้น หนัก 2 สลึง และจี้อีกหนึ่งอัน หล่อนนับเงินจ่าย (แหม่..สงสัยป๋าจ่ายมาหลายตังค์)  ออกจากร้านทองหล่อนเดินเข้าซุปเปอร์ซื้อของกินหลายอย่าง มีขนมสำหรับเด็กๆด้วย (สงสัยหล่อนจะชอบ) เสร็จแล้วหล่อนถือข้าวของเดินออกไปด้านหลังห้าง เดินไปอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซึ่งสืบทราบภายหลังว่าเป็นที่พักของหล่อน ซึ่งอาศัยอยู่กับลูกและสามี อ้าวหล่อนมีผัวแล้วเหรอ  ที่ไปกับป๋าล่ะ

หลังจากวันนั้นเราเปลี่ยนเป้าหมายทันที มาติดตามดูพฤติกรรมหล่อนแทน หล่อนมีลูกสาววัย 7 ขวบ ส่วนหล่อนทำงานเป็นลูกจ้างที่ร้านขายยาใกล้บ้าน  ผัวหล่อนเป็นพนักงานขับรถส่งของ ช่วงนี้ปิดเทอมลูกสาวก็วิ่งเล่นไปมา...พูดจาเก่งมาก เราก็เลยเอาแมวที่เลี้ยงไว้ไปด้วย ล่อเด็กออกมาเล่นด้วยเพื่อหาข้อมูล เด็กหลงกลเราก็เล่าหมดเลยว่าพ่อแม่เป็นใครทำอาชีพอะไร ย้ายมาจากไหน หลังจากที่ได้ข้อมูลหญิงคบแล้ว วันหลังเราก็กลับไปเฝ้าป๋าอีก ปิดร้านสองทุ่ม ป๋าขับรถไปรับหญิงคนเดิม ที่เดิม เข้าโรงแรมม่านรูดที่เดิมแต่คนละห้อง..หลังจากเสร็จกิจแล้วก็ส่งที่เดิม เราทำงานจนครบ 7 วัน ภรรยากลับจากต่างประเทศ ดิฉันรีบรายงานให้ทราบถึงพฤติกรรมสามี  “คุณกุ้งตามผิดคนหรือเปล่า เป็นไปได้ไง” “อ้าว! พี่คะ แล้วร้านขายยานี้ก็มีสามีพี่อยู่คนเดียว รถก็รถของสามีพี่ ทะเบียน สี ยี่ห้อ ก็ใช่  แล้วใครจะมาสวมรอยแทนละคะ  พูดอย่างไรเธอก็ไม่เชื่อว่าสามีเธอจะทำ “ เอางี้ดีมั้ยคะ พี่เอารายงานพร้อมภาพถ่าย วีดีโอไปดู”  จะได้รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่  คนเรามันก็แปลกนะ สงสัยพฤติกรรมสามี แต่พอเจอความจริงก็รับไม่ได้..  ไม่ต้องรู้ดีกว่ามั้ยคะ ...ถ้ารู้ก็เจ็บ ไม่รู้ก็เครียดอยากรู้   ก่อนจะทำอะไรติดสินใจก่อนนะคะ..เพราะมีผลกับจิตใจตัวเอง...ถ้าคิดจะรักใครสักคนก็มองแต่สิ่งดีๆของเค้าก็พอ ถ้าเราอยู่ด้วยความหวาดระแวง คนที่ไม่มีความสุขคือเรา  มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งได้ค่ะ! 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก