ปลอมตัวเป็น ป.ป.ส. ไปปล้นหลักฐานที่มัดตัวเองจากพยานเพื่อทำลายหลักฐาน|ปลอมตัวเป็น ป.ป.ส. ไปปล้นหลักฐานที่มัดตัวเองจากพยานเพื่อทำลายหลักฐาน

ปลอมตัวเป็น ป.ป.ส. ไปปล้นหลักฐานที่มัดตัวเองจากพยานเพื่อทำลายหลักฐาน

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ปลอมตัวเป็น ป.ป.ส. ไปปล้นหลักฐานที่มัดตัวเองจากพยานเพื่อทำลายหลักฐาน

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลฎีกา 1664/2565

บทความวันที่ 22 ธ.ค. 2565, 14:15

มีผู้อ่านทั้งหมด 186 ครั้ง


ปลอมตัวเป็น ป.ป.ส. ไปปล้นหลักฐานที่มัดตัวเองจากพยานเพื่อทำลายหลักฐาน
คำพิพากษาศาลฎีกา 1664/2565

    จำเลยทั้งสามมีเจตนาเอาฮาร์ดดิสก์ของโจทก์ร่วมไปเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมมีหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดของตนหรือเป็นการเอาไปเพื่อทำลายหลักฐาน เป็นการเอาทรัพย์นั้นไปในลักษณะตัดกรรมสิทธิ์ และถือว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองโดยมิได้จำกัดว่าต้องเป็นการแสวงหาประโยชน์เกี่ยวกับทรัพย์เท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการลักทรัพย์ของโจทก์ร่วมไปโดยทุจริตแล้ว
    จำเลยทั้งสามไปที่ร้านที่เกิดเหตุโดยอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดขอตรวจค้นและใส่กุญแจมือโจทก์ร่วมไพล่หลัง มิได้กระทำเพื่อเหตุใดเหตุหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339(1) ถึง (5) ในการที่จะเอาฮาร์ดดิสก์ของโจทก์ร่วมไป แต่เป็นการไม่ให้โจทก์ร่วมขัดขืนหรือหลบหนี การลักเอาฮาร์ดดิสก์ของโจทก์ร่วมไปเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นในภายหลัง การใช้กำลังประทุษร้ายโจทก์ร่วมจึงไม่ใช่เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือให้พ้นจากการจับกุม อันจะเป็นความผิดข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน แต่เป็นเพียงความผิดข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน ในเวลากลางคืนโดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงานและโดยมีหรือใช้อาวุธปืน แต่เป็นเพียงความผิดข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน แต่เป็นเพียงความผิดข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงานและโดยมีหรือใช้อาวุธปืนและความผิดข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจแยกต่างหากจากกันโดยความผิดทั้งสองข้อหาเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำหลายอย่างซึ่งรวมอยู่ในความผิดข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนตามฟ้องและแต่อย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้ว ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามตามความผิดที่พิจารณาได้ความนั้นได้ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 225 ทั้งการกระทำของจำเลยทั้งสามยังเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน แม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษหลายกรรมและไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกาก็ตาม
ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 336 ทวิ  ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 334, มาตรา 335 มาตรา,335 ทวิ หรือมาตรา 336 โดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจหรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ กึ่งหนึ่ง
#ทนายคลายทุกข์ #ชิงทรัพย์ #ทำลาย
#ปรึกษาคดี โทร.02-9485700, 081-6161425, 081-8217470, 081-6252161 

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก