ภาระจำยอมจดทะเบียนให้เดินจะไปจอดรถหรือเก็บของไม่ได้|ภาระจำยอมจดทะเบียนให้เดินจะไปจอดรถหรือเก็บของไม่ได้

ภาระจำยอมจดทะเบียนให้เดินจะไปจอดรถหรือเก็บของไม่ได้

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ภาระจำยอมจดทะเบียนให้เดินจะไปจอดรถหรือเก็บของไม่ได้

  • Defalut Image

คำพิพากษาฎีกาที่ 4168/2563

บทความวันที่ 30 ก.ค. 2564, 15:23

มีผู้อ่านทั้งหมด 748 ครั้ง


ภาระจำยอมจดทะเบียนให้เดินจะไปจอดรถหรือเก็บของไม่ได้

คำพิพากษาฎีกาที่ 4168/2563
            ที่ดินของจำเลยเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ตกอยู่ในภาระจำยอมที่พิพาทเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์เฉพาะแต่เรื่องการเดิน แต่ภาระจำยอมที่พิพาทมิได้ใช้เป็นเรื่องทางเดินเป็นเวลากว่าสิบปี  ภาระจำยอมที่พิพาทมิได้ใช้เป็นเรื่องทางเดินเป็นเวลากว่าสิบปี ภาระจำยอมที่พิพาทย่อมสิ้นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา  1399  แม้มีการใช้ประโยชน์ในภาระจำยอมที่พิพาทเพื่อจอดรถและเก็บของในเวลาต่อมา  แต่ก็มิใช่เป็นการใช้ประโยชน์ในภาระจำยอมที่พิพาทในเรื่องทางเดิน  ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่เจ้าของสามยทรัพย์ทำการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์  ซึ่งทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์หรือเป็นกรณีที่ความต้องการแห่งเจ้าของสามยทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปที่จะทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์  ซึ่งไม่อาจทำได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1388  และมาตรา 1389  ด้วยเหตุนี้เอง  เมื่อภาระจำยอมที่พิพาทสิ้นไป  ที่ดินของจำเลยจึงเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์อีกต่อไป  จำเลยในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินย่อมมีสิทธิขัดขวางมิให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของจำเลยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  โดยชอบที่จะปิดกั้นทางภาระจำยอม  และขอให้โจทก์จดทะเบียนเพิกถอนภาระจำยอมในที่ดินแก่จำเลยได้โดยชอบ
       เดิมที่ดินทั้งสองแปลงเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างบิดาโจทก์กับ ช. บิดาโจทก์ได้สร้างบ้านเลขที่ 251 ลงบนที่ดินก่อนบริเวณด้านหน้า  แล้ว ช. จึงสร้างบ้านเลขที่ 251/1ลงบนที่ดินบริเวณด้านหลัง  จากนั้นจึงได้ไปแบ่งแยกโฉนดที่ดินกันโดยบ้านของบิดาโจทก์ อยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 247682 ส่วนบ้านของ ช. อยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 19262 เมื่อแบ่งแยกโฉนดที่ดินแล้ว ปรากฎว่าระเบียงไม้ของบิดาโจทก์รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของ ช. เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 247682  พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่อมาโจทก์จึงไม่ใช่ผู้ก่อสร้างระเบียงไม้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย  กรณีเช่นนี้ไม่มีบทกฎหมายที่จะยกขึ้นปรับแก่คดีได้โดยตรงตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ.มาตรา 4  จึงต้องนำมาตรา 1312 วรรคแรกมาใช้บังคับในฐานะที่เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง  โดยถือว่าระเบียงไม้ที่รุกล้ำนั้นเป็นมาโดยสุจริต  จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์รื้อระเบียงไม้   แต่เมื่อปรากฎต่อมาว่าโจทก์ได้รื้อระเบียงไม้ออกเนื่องจากผุพังแล้วสร้างระเบียงเหล็กขึ้นมาแทนโดยโจทก์ทราบดีว่า  ระเบียงเหล็กที่สร้างขึ้นใหม่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ 19262 ของจำเลยโดยจำเลยไม่ยินยอม  จึงเป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริตจำเลยย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์รื้อถอนระเบียงเหล็กที่สร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริต จำเลยย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์รื้อถอนระเบียงเหล็กที่สร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโฉนดเลขที่ 19262  ของจำเลยตามฟ้องแย้งได้

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก