กกต.มีมติ 4:1 สั่งปลดป้าย "อย่าปล่อยสัตว์เข้าสภา" อ้างผิดกม.
นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เปิดเผยภายหลังการประชุมกกต. ว่า ที่ประชุมกกต.ได้พิจารณากรณีคำร้องเรื่องป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อฟ้าดิน ที่มีข้อความรณรงค์โหวตโน ไม่ให้ประชาชนลงคะแนนให้กับพรรคใด โดย กกต.ได้พิจารณาแล้ว มีมติเสียงข้างมากว่า ป้ายดังกล่าวเป็นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงที่กกต.จะพิจารณา ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าป้ายดังกล่าวผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.มาตรา 60 ประกอบมาตรา 59 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครพรรคการเมืองหรือผู้ใดปิดประกาศ หรือติดแผ่นป้าย เกี่ยวกับการเลือกตั้งในสาธารณะสถาน ซึ่งเป็นของรัฐ หรือในที่ของเอกชน โฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ทางวิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ หรือกระทำกิจการอื่น ที่กกต.กำหนดให้รัฐสนับสนุน และในวรรคสอง ที่ห้ามปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่มีขนาดหรือจำนวนไม่เป็นไปตามที่กกต.กำหนด ซึ่งมีความผิดตามในการฝ่าฝืนระเบียบกกต.ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการหาเสียงข้อ 9 ซึ่งหากเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองก็อาจจะเข้าข่าย ยุบพรรคตามมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญได้
นายสมชัย กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาแล้วกกต.เห็นว่า กกต.กทม.ซึ่งเป็นผู้ดูแลในพื้นที่มีป้ายต้องไปดำเนินการทำหนังสือไปถึงพรรคการเมืองและผู้ว่ากทม.ในดำเนินการให้ปลดป้ายทุกขนาดออก แต่เมื่อปลดป้ายออกไปแล้วความผิดก็จะยังคงไม่ถูกลบล้างไปด้วย เพราะได้มีการร้องเข้ามาให้กกต.สืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้จึงต้องสอบสวนว่ามีใครหรือพรรคการเมืองใดกระทำผิด ทั้งนี้การปลดป้ายเป็นหน้าที่ของกทม.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ จึงต้องไปดำเนินการไปหาไม่ดำเนินการก็จะผิดโทษฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
รายงานข่าวแจ้งว่ามติเสียงข้างมาก ในครั้งนี้คือ 4 ต่อ 1
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550
มาตรา 59 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินการของรัฐในการสนับสนุนการเลือกตั้ง ในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) การจัดสถานที่ปิดประกาศและที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งในบริเวณสาธารณสถานซึ่งเป็นของรัฐ ให้พอเพียงและเท่าเทียมกันในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครทุกคนและพรรคการเมืองทุกพรรค
(2) การพิมพ์และจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งและผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไปให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(3) สถานที่สำหรับให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองใช้ในการโฆษณาหาเสียงได้อย่างเท่าเทียมกัน ในการนี้ รัฐอาจจัดให้มีการแสดงหรือการดำเนินการอื่นใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาฟังการโฆษณาหาเสียงด้วยก็ได้ แต่ต้องมิใช่เป็นการจัดให้มีเพื่อการสนับสนุนผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะ
(4) การกำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาให้พรรคการเมืองโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์หรือการไปออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ของรัฐ ซึ่งจะต้องจัดให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งมีโอกาสเท่าเทียมกัน
(5) การสนับสนุนของรัฐในกิจการอื่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
เพื่อให้การหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งวางระเบียบเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติในการเลือกตั้งหรือข้อห้ามมิให้ปฏิบัติในการเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 60 ภายใต้บังคับมาตรา 59 ห้ามมิให้ผู้สมัคร พรรคการเมืองหรือผู้ใด ปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งในสาธารณสถานซึ่งเป็นของรัฐหรือในที่ของเอกชน โฆษณาหาเสียงเลือกตั้งทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ หรือกระทำกิจการอื่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดให้รัฐสนับสนุน
ห้ามปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่มีขนาดหรือจำนวนไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์