สืบจากส้วม|สืบจากส้วม

สืบจากส้วม

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

สืบจากส้วม

ขึ้นชื่อว่านักสืบ ต้องสืบได้ทุกอย่าง ครบวงจร สืบทุจริต

บทความวันที่ 27 ส.ค. 2555, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9436 ครั้ง


สืบจากส้วม

 

            ขึ้นชื่อว่านักสืบ ต้องสืบได้ทุกอย่าง  ครบวงจร สืบทุจริต  สืบชู้สาว  สืบข้อมูล  ในเรื่องที่คิดว่าไม่น่าจะสืบได้  นักสืบก็จัดการมาหลายเรื่องแล้ว  เรื่องที่จะเล่าในวันนี้ ตอนแรกมึนเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็แฮปปี้กันทุกคน

            ท่านผู้อ่านเห็นชื่อเรื่อง  คงคิดว่าเป็นหมอพรทิพย์ที่สืบจากศพ  ดิฉันไม่ได้เป็นหมอดู..หมอเดา อะไรทั้งน้าน ไม่มีวิชาตัวเบาด้วย  เป็นนักสืบเอกชนคนธรรมดานี่เอง เมื่อประมาณกลางเดือน พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา  มีชายร่างใหญ่อายุประมาณ 35 ปี มีอาชีพเก็บเงินกู้นอกระบบ คุณแม่มีอาชีพปล่อยเงินกู้   เดินเข้ามาในสำนักงานก็ถามหานักสืบ เจ้าหน้าที่ก็ชี้ไปที่ดิฉัน ชายคนนั้นเดินรี่มา ยืนหน้าโต๊ะ ไม่พูดจาอะไร ยื่นรูปเด็กให้   ดิฉันตกใจ..มันอะไรกันนี่ (ดิฉันคิดในใจว่าตูไปเหยียบตีนใครมาอะเปล่าว่ะ)

ดิฉันเปิดการสนทนา รูปใคร มีความประสงค์อะไร   ชายคนนั้นเล่าปัญหาชีวิตรักน้ำเน่าให้ฟัง “ภรรยาพาลูกหนี” อยู่กินกับภรรยามา 3 ปี มีลูกหนึ่งคน เป็นเด็กชายอายุ 2 ขวบเศษ ไม่จดทะเบียนสมรส ทะเลาะกันภรรยาโกรธ พาลูกหายไปประมาณ 2 เดือน ต้องการให้นักสืบตามหาเพราะคิดถึงลูกมาก ในอารมณ์นั้นดิฉันเห็นแววตาว่ารักและห่วงลูกจริง   ดิฉันขอดูเอกสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ที่ยืนยันว่าเป็นพ่อเด็กจริง  ทุกอย่างเชื่อถือได้  (เป็นนักสืบก็ต้องมีสัจจะ รอบคอบหน่อย)   เมื่อทราบความเป็นมา ก็เริ่มสอบข้อมูลทันที ให้เขาเล่ารายละเอียดทุกอย่างเท่าที่ทราบโดยละเอียด  ดิฉันบันทึกไว้ได้ประมาณ 4-5 หน้ากระดาษ สรุปได้ว่า ภาพที่นำมาให้ดูเนี่ย  เป็นภาพเด็กที่ถ่ายกับที่อยู่ปัจจุบัน  ซึ่งแม่เด็กส่งไปให้ญาติของเธอดูบอกว่าเช่าบ้านอยู่ สบายดีไม่ต้องห่วง    ซึ่งญาติของเธอก็นำมาให้พ่อเด็กอีกที   เมื่อตกลงว่าจ้างกันแล้วว่าจะให้ติดตามหาลูก   

ผู้ว่าจ้างกลับไป ดิฉันได้เรียกทีมงานมาประชุม  ระดมสมองกัน  ไม่รู้จะเริ่มต้นจากไหนก่อนดี ดิฉันจึงติดต่อเครือข่าย เพื่อให้ตรวจเช็คระบบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ  เพื่อหาตำแหน่ง  ปรากฏว่าโทรศัพท์ของเธอปิดใช้บริการเสียแล้ว     ขั้นตอนต่อไปตรวจสอบรายการกดเงินทางเอทีเอ็ม  ปรากฏว่าไม่มีความเคลื่อนไหว   เฟสบุ๊คของเธอก็ปิด  เธอไม่ติดต่อกับใครเลย  นอกจากญาติซึ่งก็อ้างว่าไม่รู้ ส่งรูปมาทางเมล์แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหนกับใคร  ดิฉันเริ่มปวดหัว  เอารูปถ่ายมานั่งดูประมาณ 2-3 ภาพ  คิดไปคิดมา    ไม่คิดว่าจะยากแบบนี้   แต่ดิฉันจำได้ว่าเขาพูดว่าเมื่อประมาณเดือนเมษายน ก่อนที่มาพบดิฉัน คนรู้จักไปพบภรรยาและลูกของเขาเดินอยู่ในห้างโลตัสรังสิต  เอาล่ะ! งานนี้  ดิฉันจึงสั่งหนึ่งในทีมงานมีฉายาว่า “นายโจโจ้”  ซึ่งมีรูปร่างบึกบึน แต่งตัวคล้ายตำรวจ ใครๆเห็นก็เข้าใจว่าเช่นนั้น  ดิฉันมอบภารกิจให้โจโจ้  และบอกว่า “ให้ปูกระดานหาเลยนะว่าหมู่บ้านไหนที่มีห้องน้ำเหมือนในรูปถ่าย รูปอื่นมีไม่หยิบมา  ดั้นไปเอารูปเด็กแก้ผ้าเล่นน้ำในห้องน้ำมาให้” 

เมื่อนายโจโจ้ได้รับมอบหมายจากดิฉันก็ออกทำงานทันที วันแรกไปมาเกือบ 10 หมู่บ้าน ที่อยู่บริเวณใกล้กับโลตัสตามเบาะแส โจโจ้บ่นทันทีเลยว่า ไม่ไหวจริงๆพี่ ไปมาหมดแล้วพี่ ผมเอารูปภาพไปถามมาทุกหมู่บ้านแล้วว่าเห็นเด็กคนนี้มั้ย   “อ้าว!   ก็พี่บอกให้เธอถามเรื่องส้วมไง ไม่ถามเหรอว่าหมู่บ้านไหนที่ทำห้องน้ำใช้กระเบื้องสีนี้ และสร้างแบบนี้  งั้นพรุ่งนี้ไปหาข้อมูลใหม่”  มีเสียงถอนหายใจจากโจโจ้มาตามสายโทรศัพท์  วันรุ่งขึ้นโจโจ้ออกปฏัติภารกิจใหม่ ทำตามที่ดิฉันบอกคือ สืบหาส้วม โจโจ้เข้าทุกหมู่บ้านที่เป็นทาวเฮ้าส์ เอารูปให้ยามหน้าหมู่บ้านดู  ยามก็บอกไม่รู้ เพราะเค้าเองก็ไม่เคยเข้าไปในบ้านของลูกบ้านเลย   โจโจ้เดินคอตกออกจากป้อม  ...มียามผู้หญิงขี่จักรยานมาพอดี ถามว่าเรื่องอะไร โจโจ้ยื่นรูปในมือให้ดู ถามหาห้องน้ำ  ยามผู้หญิงบอกว่า “เหมือนห้องน้ำบ้านชั้นเลย  เหมือนจริงๆนะไม่ได้โม้ อยู่ในหมู่บ้านนี้แหล่ะ”  ด้วยความหน้าตาดีของโจโจ้ประกอบกับยามเข้าใจว่าเป็นคนในเครื่องแบบ จึงขี่จักรยานพาไปดูส้วมที่บ้าน   สวรรค์เป็นของโจโจ้ ส้วมบ้านยามมีลักษณะคล้ายกับในภาพจริง ใช้วัสดุเดียวกันด้วย โจโจ้เริ่มมีความหวัง รีบโทรรายงานดิฉัน  “ถามต่อไปซิว่าบ้านไหนมีเด็กบ้าง” ดิฉันสั่ง “ครับพี่”  โจโจ้เริ่มใช้วิชามาร จนกระได้เบาะแสว่าบ้านหลังหนึ่งเด็กน่าสงสัย รีบรายงานให้ดิฉันทราบ “ขอบ้านเลขที่ด้วย หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด” พอโจโจ้พูดจบดิฉันก็เข้าเน็ตทันทีเพื่อหาข้อมูล “โชคช่วยจริงๆเรา บ้านหลังนี้ประกาศขายผ่านเน็ต ซึ่งได้บ่งบอกถึงลักษณะของบ้านโดยละเอียด สีผ้าม่าน พื้นปูปาเก้  ห้องน้ำกระเบื้องสีฟ้า”  ตรงตามที่โจโจ้บอกจริงๆ แต่เราจะทำไงดีละ จะรู้ได้ไงว่าบ้านหลังนี้ใครอยู่ บ้านปิดเงียบ ลักษณะมีคนด้านใน จึงได้โทรหาผู้ว่าจ้างมา  ต้องแอบซุ่มก่อน ถ้ามีคนออกมาคงเห็นว่าเป็นใคร   ผู้ว่าจ้างมาถึงเอาแม่มาด้วย   เย็นแล้วยังไม่เห็นคนในบ้านแต่ไฟด้านในเปิด  เวลาประมาณ 6 โมงเย็น ประตูบ้านเปิดเห็นเด็กน้อยแม่เดินออกจะไปซื้อกับข้าว  “ใช่เมียคุณรึเปล่า” โจโจ้ถาม” “ชะ  ชะ  ใช่” เสียงเครือ  ย่ากระโดดลงจากรถวิ่งไปหาหลานทันที สรุปว่างานนี้จบ  happy ending….โถส้วมเนี่ย...ไม่ได้มีไว้.....kee.......อย่างเดียวนะ

 

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก