ฝากสามีไว้กับนักสืบ|ฝากสามีไว้กับนักสืบ

ฝากสามีไว้กับนักสืบ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ฝากสามีไว้กับนักสืบ

เหมือนโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจเลยคะ ไม่ใช่เทศกาลอะไรนะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับงานนี้

บทความวันที่ 6 ก.ค. 2559, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9989 ครั้ง


 ฝากสามีไว้กับนักสืบ

 
เหมือนโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจเลยคะ ไม่ใช่เทศกาลอะไรนะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับงานนี้  ทุกครั้งที่คุณพี่จะไปเที่ยวต่างประเทศ ทีไร ดิฉันจะต้องได้ยินเสียงเธอเสมอ  “สวัสดีค่ะ นี่พี่เจี๊ยบนะจำพี่ได้มั้ย” “จำได้คะพี่เจี๊ยบ” “เหมือนเดิมน้องกุ้ง คราวนี้พี่จะไปนานหน่อยประมาณหนึ่งเดือน แต่ขอให้ดูเฉพาะเสาร์อาทิตย์นะ วันธรรมดาทำงานเขาคงไม่ไปไหน  นี่คือภารกิจของนักสืบ  เหมือน รปภ. เดี๊ยะเลย.. แต่เราจะเฝ้าเฉยๆไม่ได้นะ ต้องติดตามคุณผู้ชายไปทุกที่ด้วยนี่ซิ   เป้าหมายเรามีอาชีพเปิดร้านขายยาอยู่ย่านคลองสาน กลางวันขายดีมาก ลูกค้าเข้าออกตลอด กลางคืนจะมีคนมาส่งยา มีทั้งยาแผนปัจจุบันและยาโบราณ เสาร์อาทิตย์ร้านปิด นี่แหล่ะคือหน้าที่ของนักสืบ เราคุ้นเคยกับป๋าดี ข้อมูลอยู่ในหัวสมอง ไม่ต้องขอรายละเอียดเพิ่ม  ร้านขายยากับที่พักที่เดียวกัน  แต่หน้าร้านขายยาป๋า จอดรถลำบากมาก เป็นถนนรถวิ่งผ่านตลอด เผลอไม่ได้ญาติจะมาเยี่ยม (ตำรวจ)  ต้องนั่งอยู่ในรถห้ามหนีไปไหน เฝ้าตั้งแต่เช้า ป๋าออกจากร้านประมาณบ่ายสามโมง จะเป็นไก่ย่างกันอยู่แล้ว แต่โชคดีบางวันฝนตก  ชุ่มฉ่ำกัน แต่ปัญหาตามมาคือ น้ำท่วมคะ ต้องขับรถหนีน้ำอีก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา (สีทนได้ค่ะ) จะฝนตกแดดออก ต้องอดทน นี่ละคะอาชีพนักสืบเอกชน.... มีบ้างบางเสาร์ อาทิตย์ที่ป๋าไม่ออกเลย คงจะตุนอาหารไว้เยอะ เราเลยต้องวางแผนใหม่ คราวนี้พกเก้าอี้ส่วนตัวไปด้วย นั่งมันหน้าร้านนั่นแหล่ะ อีกคนก็นำไปจอดไกลสายตาคุณพ่อตำรวจหน่อย  เราแบ่งหน้าที่กันทำ เมื่อป๋าออกจากร้านก็รีบโทรบอก เดี๋ยวม้าเร็วก็ตามไปเอง  นั่งเฉยๆไม่ได้คนเริ่มสงสัยอีนี่มานั่งทำไมตรงนี้ว่ะ! ก็ต้องมีอาชีพเสริมกันละคะ ผู้หญิงนี่คะ จะพ้นเรื่องความสวยความงามไปได้อย่างไร ตั้งแผงขายของเลยคะ แผงเล็กเอาพวกน้ำยาเล็บ ,ลิปสติก, ครีมผิวขาว มาวางขาย  พอดีเพื่อนเป็นเจ้าของเครื่องสำอาง ก็ไปขอมาขายให้เขาฟรี ถ้าขายได้ก็เอาเงินให้เพื่อนไป ถ้าขายไม่ได้ก็คืนของกลับไป ถูกเพื่อนตำนินิดหน่อย  ช่างมันค่ะ เพื่องาน  แรกๆคนก็มอง แม่ค้านี่มาจากไหน มาตั้งหน้าร้านขายยา  แต่ตั้งไม่นานหรอกค่ะ  พอเป้าหมายออกไปสักพักก็เก็บ เพียงแต่ดูต้นทางให้  ถ้าเป้าหมายออกแล้วรีบรวบแผงวิ่งตามแบบนี้มีปัญหาแน่   วันหยุดสัปดาห์แรกๆ ป๋าไม่ไปไหนเลย  คิดว่าเอ๊ะ หรือว่าป๋ารู้ว่ามีคนเฝ้า  หรือเราอาจจะคิดไปเอง แบบนี้ละคะนักสืบก็ชอบจินตนาการไปเรื่อย  สัปดาห์ที่สามนี่ซิวันนั้น กะว่าจะหอบอุปกรณ์ไปพร้อม เก้าอี้นั่ง แผงขายของเล็กๆ หิ้วไปกะไปนั่งที่เดิม  ป๋าเปิดประตูร้านออกมาพอดี  ตกใจรีบเดินเลยไป..รีบเดินไปที่รถทีมงานที่จอดห่างไปประมาณ 500 เมตร  พอพ้นสายตารีบวิ่งเลย สายตาก็เหลือบมองป๋า เห็นข้ามถนนไปอีกฝั่งที่ป๋าจอดรถไว้ที่ประจำ ..ปะ..ปะ..ป่ะ ป๋า  “เป็นไรพี่หอบมาเชียว”  “ป๋า ออกมาแล้ว” กว่าจะสื่อสารกันได้มัวแต่หอบอยู่  ป๋าไปแล้ว ปลิ้ว!  ส้มโอกระชากรถออกตัวแรง แหม่..ขาอีกข้างเกือบขึ้นไม่ทัน  วันอาทิตย์นี้รถโล่งดีจัง ป๋าจะรีบไปไหนเนี๊ย  เราก็ขับตามไปเรื่อยๆ มุงหน้าปิ่นเกล้า นำรถเข้าไปจอดที่ลานจอดของห้างปิ่นเกล้า ขอบอกหาที่จอดรถยากมาก  ป๋าลงรถได้ก็เดินเข้าห้างทันที โดยไม่มองหลังเลยว่ามีใครเดินตามเปล่า ถ้าหันคงเต็มตาละคะ นี่อีแม่ค้ามานั่งขายอะไรหน้าร้านฉัน คงประมาณนั้น โชคดีที่ป๋าไม่ใส่ใจอะไร รีบเดินฉับๆไม่รู้นัดใครไว้  ป๋าเดินไปชั้นล่างเดินหายเข้าไปร้านนวด  หน้าร้านติดว่านวดสปา แต่ทำไมมีพนักงานนุ่งน้อยห่มน้อยเดินเข้าเดินออก อีกเช่นเคยจินตนาการไปไกลแล้วค่ะนักสืบ  ตอนแรกก็จะเข้าไปใช้บริการเหมือนกัน พนักงานต้อนรับถาม “ติดต่อเรื่องอะไรค่ะ”  อ้าวจะมาใช้บริการสักหน่อยถามแบบนี้ไม่ได้เรื่องล่ะ เดินไปทางอื่นดีกว่า ป๋าหายไปสามชั่วโมง นั่งกินน้ำหวานหมดไปหลายแก้ว ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือ..คร่าเวลาไปก่อน แต่สายตาก็เพ่งไปที่ทางออกของร้านนวด ..สามชั่วโมงกว่า เห็นป๋าเดินหน้าขาวผ่อง ออกจากร้านเล่นไปเรื่อยๆ ดูร้านขายของทั่วไปแต่ไม่ซื้อ   แล้วเดินตรงไปที่ร้านทองแม่ทองใบ ยืนเก้ๆกังอยู่ สักพักหญิงสาวอายุไม่เกิน 30 ปี ผิวขาว รูปร่างพอโอเค เดินเข้ามาหา เอ๊ะ! นี่มันเด็กที่ร้านนวดนี่ หล่อนเดินไปที่เค้าเตอร์ขอดูทอง ดิฉันส่ง น้องส้มโอทีมงานเข้าไปประจบ ทำทีเลือกซื้อทอง หล่อนได้ทองไปหนึ่งเส้นน้ำหนักประมาณ  50 สตางค์ ป๋าควักกระเป๋าจ่ายให้  แล้วต่างคนก็ต่างเดินออกจากร้านคนละทางไป เอาไงดีล่ะ  จะตามใครดี  ดิฉันเลือกตามน้องผิวขาวแทนป๋า เพราะยังไงก็ป๋าก็กลับบ้านอยู่แล้ว ตอนนั้นส้มโอยังเดินตามป๋าอยู่ในห้าง ดิฉันเดินตามผู้หญิง หล่อนเดินกลับเข้าไปที่ร้านนวด ส่วนส้มโอเห็นป๋าเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเลือกซื่อของกิน เสร็จแล้วเดินไปที่ตู้เอทีเอ็ม (สงสัยเงินหมดมากดตังค์เปล่า)  ดิฉันเดินกลับมาหาส้มโอ   ป๋าทำรายการที่ตู้เอ็มเสร็จหยิบสลิปออกจากตู้  แต่ไม่เห็นมีตังค์ออกมา ป๋าเอาสลิปทิ้งขยะ สวมวิญญาณนักสืบมืออาชีพ จำได้ว่าอาจารย์ดิฉันที่เป็นนาวิกโยธินของประเทศอังกฤษ สอนไว้ว่าแม้ขยะที่เป้าหมายทิ้งก็อย่ามองข้าม  ปล่อยให้ส้มโอเดินตามป๋าไป ดิฉันเดินไปเก็บสลิปที่ป๋าทิ้ง ขึ้นมาดูเห็นมันเป็นสลิปโอนเงินจำนวนหนึ่ง ชื่อผู้รับเป็นผู้หญิง  ดิฉันไม่ทราบว่าจะเป็นคนเดียวกันกับป๋าซื้อทองหรือเปล่า  เก็บไว้ให้ผู้ว่าจ้างดูดีกว่า เมื่อพี่สาวลูกค้าขาประจำของดิฉันกลับจากเที่ยวแบบสบายใจ ฝากสามีไว้กับนักสืบแล้ว เธอก็โทรมานัดดิฉันให้รายานไปให้  เรานัดกันที่ร้านกาแฟในห้าง  เรานั่งคุยกันพร้อมพรีเซ้นรายงานพร้อมภาพประกอบ เธอบอกว่าคนในรูปที่อยู่ร้านหมอนวดนั้นเป็นลูกน้องเก่านานแล้ว หล่อนลาออกไปมีครอบครัวแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะติดต่อกันอีกเพราะมันนานมาก ส่วนชื่อในสลิปโอนเงินนั้นเป็นเด็กที่ร้านอีกคน  ที่เธอเคยจับได้ว่าสามีเคยแอบมีความสัมพันธ์กันเธอเลยให้ออก ได้ข่าวไปเรียนหนังสือ เพราะยังเด็กอยู่  สามีบอกวว่าเลิกติดต่อไปนานแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะยังส่งเสียกันอีก  แจ๊คพ๊อตเลยคราวนี้ คนที่สามีไปติดพันด้วยล้วนแต่เป็นอดีตพนักงาน... เธอชมว่าทำงานได้ละเอียดมากสมกับเป็นนักสืบมืออาชีพ ..เขินค่ะ  เธอปรึกษาว่าจะทำไงกับเด็กพวกนี้ดี  ดิฉันต้องทำหน้าที่ศิราณีอีกแล้วซิ  ได้แต่ปลอบเธอคะ ว่าเขาไม่ได้เลี้ยงดูเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่ อาจจะนานๆครั้งที่เด็กโทรมาขอเงินบ้าง ส่วนหญิงที่ร้านนวดเธอก็ทราบว่ามีผัวแล้ว คงไม่กล้ามายุ่งเท่าไหร่ นานๆป๋าคงจะแว๊ปไปตอนเธอไม่อยู่นั่นแหล่ะ  อย่าคิดมาก เรื่องเงินก็ถือว่าทำบุญทำทานไป แต่ถ้าจับได้ว่าเลี้ยงดูกันค่อยดูกันไป.. เธอเริ่มคลายเครียดลงบ้าง งั้นก็จะทำตามที่ดิฉันแนะนำ เพราะถ้าไปโวยวายป๋าอาจไม่พอใจ หรือรู้ว่าเธอจ้างนักสืบเฝ้าอาจเป็นเรื่อง นี่ก็เป็นอุทาหรณ์นะคะ... ฝากบ้านไว้กับตำรวจ ..แต่อย่าลืมฝากสามีไว้กับนักสืบนะค่ะ  มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งได้ค่ะ 
  
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก