คาดไม่ถึง…|คาดไม่ถึง…

คาดไม่ถึง…

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คาดไม่ถึง…

สาวใหญ่วัย 50 ปีเศษ โทรมาหานักสืบกุ้ง ต้องการให้ติดตามพฤติกรรมสามี

บทความวันที่ 22 ม.ค. 2558, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9582 ครั้ง


คาดไม่ถึง…


    สาวใหญ่วัย 50 ปีเศษ โทรมาหานักสืบกุ้ง  ต้องการให้ติดตามพฤติกรรมสามี  เธอไม่เล่ารายละเอียดทางโทรศัพท์เพราะเรื่องมันยาวนัดไปพบที่บ้าน มีเรื่องจะเล่ามากมาย คุยทางโทรศัพท์คงไม่หมด(เธอบอก)  ดิฉันฟังคร่าวๆแล้วคงจะเยอะจริง จึงเดินทางไปพบเธอที่บ้าน ซึ่งไปพร้อมกับทีมงานอีกคนพอไปถึงหน้าบ้านกดออด (กริ๊งๆ กริ๊งๆ)  เธอมองซ้ายมองขวา  แล้วเชิญเข้าบ้าน  เธอเริ่มเล่ารายละเอียด  บอกว่าสามีเธอเป็นคนดีม๊าก มาก  ขยันทำมาหากิน  ทำธุรกิจส่วนตัวให้เงินใช้ทุกเดือนไม่เคยขาด  ซื้อบ้านให้อยู่  ซื้อรถให้ขับไว้รับ-ส่งลูกไปเรียนหนังสือ จนจบมหาวิทยาลัยทั้งสองคน   มีช่วงหนึ่งหลายปีมานี้สามีทำงานหนัก ไปต่างจังหวัดบ่อย   เธอบริการสามีด้วยการล้างรถให้ ไปพบถุงยางอนามัยอยู่ในลิ้นชักหน้ารถ  เธออาละวาดใหญ่  สามีบอกไม่มีอะไร ไม่มีอะไร ก็แค่ใส่ไว้  พอดีเมื่อเดือนที่แล้วไปดูงานจังหวัดเชียงใหม่ เจอเพื่อนเก่าพาไปเที่ยวสถานบันเทิง อาบ อบ นวด  ก็ติดถุง...ไปด้วย  เรื่องนี้ผ่านไป   เธอเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อซะทีเดียว   พยายามคอยจับผิดสามีตลอดเวลา แต่สามีก็ทำดีกับเธอมาตลอด อยากได้อะไรก็ซื้อให้ แก้ว แหวน เงิน ทอง ยกให้หมด แต่เธอก็ยังคาใจพูดจาเหน็บแนมบ่อยๆ  สามีก็เลยขอย้ายไปอยู่ที่บ้านอีกหลัง  ส่วนเธอพักอยู่กับลูกสาวลูกชาย จนกระทั่งปีที่ผ่านมา เธอป่วยและต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล  ประกอบกับไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับสามีมาเป็นปีแล้วเช่นกัน     เธอออกจากโรงพยาบาล บอกให้สามีกลับมาอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม  ก็อ้างว่าต้องการจะอยู่ใกล้ที่ทำงาน  เธอกับสามีทะเลาะกันอีก ด่าใส่สามีกล่าวหาว่ามีหญิงอื่น สามีปฏิเสธว่าไม่มีใครทั้งน้าน   เธอพยายามทำใจและทำดีกับสามี สามีก็ยังไม่กลับมาค้างที่บ้านอีก จึงตัดสินใจจ้างนักสืบให้ช่วยติดตามดูพฤติกรรมให้ ในขณะที่เล่า เธอไม่เปิดโอกาสให้นักสืบพูดและสอบถามเลย ระบายอย่างเดียวเลย (คงจะอั้นมานาน) เธอนัดนักสืบทำงานโดยให้เริ่มตามจากบ้าน งานนี้นักสืบโจโจ้เป็นคนปฏิบัติงาน  เริ่มตั้งตีห้า เป้าหมายออกจากบ้านไปทำงาน เธอขอคุยกับคนทำงานโดยตรง ซึ่งระหว่างทำงานโจโจ้ได้รายงานให้เธอทราบตลอด พร้อมรายงานดิฉันทราบด้วย เธอบอกว่าหลังเลิกงานวันนี้สามีจะไปรับลูกที่มหาวิทยาลัยแถวๆเกษตร ไปนอนค้างที่บ้านด้วย  เมื่อเป้าหมายออกจากที่ทำงาน นักสืบรายงานเส้นทางที่สามีเธอไปให้ทราบ แต่ไม่ได้มุ่งหน้าไปเกษตรตามที่บอก  “คงจะไปทางลัดมั้งพี่” เป้าหมายขับรถไปเรื่อยๆ เลี้ยวเข้าไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวลำลูกกา  เธอบอกว่าไม่เคยรู้ว่าเขามีญาติหรือเพื่อนอยู่แถวนี้ (เสียงเริ่มเปลี่ยน และบอกจะโทรหาสามี  โดยไม่ฟังการยับยั้งของนักสืบเลย พอวางสายเธอโทรหาสามีทันที)  สามีบอก เพิ่งเลิกงานเดี๋ยวแวะซื้อของที่ตลาดก่อน  พอเธอรู้ว่าถูกหลอก ก็ปี๊ดใส่พูดว่า “เธอไปหมู่บ้านนี้ใช่มั้ย บ้านเลขที่นี้ใช่มั้ย....เธอมีเมียน้อยใช้มั้ย ” งานเข้าแบบนี้เมียรู้แน่!  “ เอ่อ! (ตะโกนใส่โทรศัพท์เมีย) ..มึงไปจ้างนักสืบใช่มั้ย ไอ้รถสีทองนั่นแน่เลย”  เธอไม่รู้หรอกว่านักสืบจะขับรถยี่ห้ออะไร สีอะไร   ตอนนั้นลมออกหู เธอไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้นแหล่ะ ใส่สามีอย่างเดียว สุดท้ายเขาก็ยอมรับว่ามาหาเมียน้อย แวะมาหาลูกสาววัย 7 ขวบ พอได้ยินแบบนั้นเธอช๊อค ..ลมจะใส่ก็ไม่ได้อยากรู้ต่ออีก รีบโทรหาโจโจ้ บอกให้พาไปบ้านหลังนั้นเดี๋ยวนี้ จะไปลุยให้จบ “อยากรู้นักว่ามันเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร ทำงานอะไร”   โจโจ้ได้รีบปฏิบัติเสธ กลัวโดนลูกหลงไปด้วย  เพราะดูท่าทางแล้วอารมณ์ ไม่ดีเลย เกิดพกปืนไปด้วยยิงกันตาย “ซวยเลยงานนี้” โจโจ้ไม่ยอมพาเธอไป ถูกเธอด่าสะยับเยินบอก “เป็นนักสืบปะสาอะไรไม่กล้าปรากฏตัว เปิดเผยตัวไม่ได้ไง กลัวตายเหรอ”  (จร้าพี่) นักสืบนะจ๊ะไม่ใช่นักเลง เธอด่าต่ออีก ถ้าไม่พาไปโทรไปคุณกุ้งโน่น เดี๋ยวให้คุณกุ้งไป เอาละซิงานเข้าเลยเรา โชคดีวันนั้นดิฉันติดงานอีกที่ ไม่สามารถพาเธอไปได้ สุดท้ายโจโจ้บอกเส้นทางให้แบบละเอียดยิ๊บ  เธอตัดสินไปเอง ขณะมัวแต่ด่านักสืบที่ไม่พาไป สามีเผ่นออกจากบ้านไปแล้ว ให้เมียน้อยขับรถพาลูกสาวไปหลบภัยข้างนอก พอเธอไปถึงบ้านปิดเงียบ สามีปิดโทรศัพท์ เธอยิ่งโกรธใหญ่ โทรหาดิฉันปรึกษาสารพัด แต่ไม่มีโอกาสจะให้คำแนะนำหรอก หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเธอพูดคนเดียว  เล่าเรื่องของสามีให้ฟังอีกมากมาย ครั้งแรกที่เจอกันบอกสามีเป็นคนดีมาก พอจับได้มีเมียน้อยเท่านั้นแหล่ะ ความเลวมาสารพัด บอกว่าทำกับเธอไว้แยะ ลูกเคยถามว่าพ่อมีกิ๊กหรือเปล่า พ่อบอกว่าไม่มีหรอก แต่พอรู้ว่าพ่อแอบมีเมียน้อยแถมยังมีลูกอีกคน ลูกสาวลูกชายโกรธไม่พูดกับพ่อเลย เธอโทรวีนสามีอีก  บอกว่าให้เอาทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมาให้เธอและลูกๆ  เพราะกลัวจะไปยกให้เมียน้อย เธอโทรปรึกษาดิฉันเป็นระยะ ส่วนมากจะเป็นระบายความในใจซะมากกว่า  เธอบอกจะทำอย่างโน้น อย่างนี้ ได้แต่ปลอบใจเธอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดคุยกันก่อน ถ้าต้องการอะไรก็บอกเขาไป สามีก็พยายามเอาใจเธอ โดยบอกว่าทรัพย์สินที่มีจะยกให้  พอสามียังไม่ทำให้ เธอก็โทรไปด่าอีก  และพูดเรื่องเก่าที่แอบไปเมียน้อยมาเกือบ 10 ปี  เธอขู่สามีถ้าไม่ยอมทำตาม จะไปจัดการ “อีเมียน้อย”  สามีฟังเช่นนั้นก็คงกลัวรีบไปย้ายที่อยู่เมียน้อยและลูก เธอบุกไปที่บ้านหลังนั้น ไม่มีใครอยู่เพราะย้ายกันไปแล้ว ..สามีบอกว่าจะเลิกยุ่ง  และจะกลับมาอยู่กับเธอเหมือนเดิม ถ้าจะไปเยี่ยมลูกวันไหนจะขออนุญาตก่อนทุกครั้ง  เธอบอกรู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าวันไหนรู้ว่าเขาจะไปอารมณ์ปรี๊ดก็จะมาอีก เธอโทรมาปรึกษาเป็นระยะๆ   ทุกครั้งก็ให้กำลังใจเธอ  ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่การให้อภัย...ถ้าเขาทำผิด..และขอโทษแล้ว ก็ควรจะให้อภัย เพราะคนไม่ใช่เลวไปซะทั้งหมด และทุกเรื่อง บางอย่างเขาไม่ดี บางอย่างเขาดี เราก็ควรจะมองในมุมที่ดีของเขา คนสองเท่านั้น ที่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร..ทุกสิ่งทุกอย่างมีทางออกนะคะ มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งได้คะ

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก