งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
คุก4ปี“จิตรลดา”ไล่แทงนักเรียนเซนต์โย
ท่านผู้อ่านยังคงจำคดี นางสาวจิตรลดา
หญิงที่มีอาการทางจิตไล่แทงเด็กนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ เมื่อวานนี้ศาลอ่านคำพิพากษาคดีนี้ โดยพิเคราะห์ว่า
จำเลยได้มีการไตร่ตรองไว้ก่อน
จำเลยให้การรับสารภาพ
จึงพิพากษาจำคุกจำเลย 4 ปี
เมื่อพ้นโทษจำคุกแล้วให้ส่งตัวจำเลยไปคุมตัวรักษาที่สถานกัลยาณ์ราชนครินทร์จนกว่าจำเลยจะอยู่ร่วมในสังคมได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสังคม
โดยให้แพทย์ผู้รักษารายงานผลต่อศาลทุก 6 เดือน
ซึ่งจากรายงานข่าวข้างต้น ศาลพิพากษาให้จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 289 (4),
80 และ 65 วรรคสอง แต่ตามมาตรา 48 บัญญัติว่า หากศาลเห็นว่าการปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิต
หรือจิตฟั่นเฟือน
ซึ่งไม่ต้องรับโทษหรือได้รับการลดโทษจะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชน
ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้
ทนายคลายทุกข์จึงนำตัวบทที่ศาลพิพากษามาขยายความให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าแต่ละมาตราว่ามีโทษอย่างไรด้านล่างนี้
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 48 ถ้าศาลเห็นว่า การปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่อง
โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งไม่ต้องรับโทษหรือได้รับการลดโทษตามมาตรา65
จะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชน ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้
และคำสั่งนี้ศาลจะเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้
มาตรา 65 ผู้ใดกระทำความผิด
ในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง
โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น
แต่ถ้าผู้กระทำความผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง
หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น
แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
มาตรา80 ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอด
หรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด
ผู้ใดพยายามกระทำความผิด
ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
มาตรา 289 ผู้ใด
(4)
ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ต้องระวางโทษประหารชีวิต
รายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
เมื่อเวลา
10.00 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ห้องพิจารณาคดี 603 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 63
ศาลมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 6957/2549 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้
3 และนาย
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2549 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2548 เวลากลางวัน จำเลยได้พกอาวุธมีดยาว
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์
มีเด็กนักเรียน ผู้เสียหายทั้ง 4 คน เบิกความสอดคล้องต้องกัน และสามารถชี้ตัวจำเลยตามรูปถ่ายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ขณะที่พยานโจทก์ที่เห็นเหตุการณ์กว่า 10 ปาก
ระบุรูปพรรณคนร้ายและชี้ยืนตามรูปถ่ายได้ถูกต้อง
ศาลเห็นว่า
พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องต้องกันว่า จำเลยแทงผู้เสียหายที่ 1
ก่อนจะแทงผู้เสียหายที่ 2-4 มีการลำดับเหตุการณ์สมเหตุสมผล
ไม่มีพิรุธ มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ
ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายจึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าพยานจะเบิกความกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลย
อีกทั้งช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน
ซึ่งมีประจักษ์พยานหลายคนทั้งนักเรียนและครู วินรถจักรยานยนต์ ผู้ปกครอง
ตลอดจนพยานแวดล้อมใกล้ชิด ทั้งคนขายอาวุธมีด เบิกความสนับสนุน
มีน้ำหนักน่าเชื่อว่า
จำเลยได้เตรียมมีดหลายเล่มมาก่อเหตุแทงนักเรียนอย่างรุนแรงหลายครั้งต่อเนื่องกัน
ซึ่งผู้เสียหายมีลักษณะเป็นลูกครึ่งไทยอินเดีย และลูกครึ่งไทยจีน
ที่จำเลยมีความฝังใจโกรธและเกลียดอยากจะทำร้ายบุคคลลักษณะดังกล่าว
ประกอบกับคำรับสารภาพของจำเลย ทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือปราศจากข้อสงสัย
ส่วนที่จำเลยอ้างว่าขณะเกิดเหตุมีปัญหาการป่วยทางจิต ไม่สามารถบังคับตัวเองได้
จึงเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างลอยๆ ซึ่งไม่มีหลักฐานอื่นมาสนับสนุน
พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 80 และ 65
วรรคสอง ให้จำคุก 4 กระทง กระทงละ 2 ปี
คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลย 4 ปี
เมื่อพ้นโทษจำคุกแล้วให้ส่งตัวจำเลยไปคุมตัวรักษาที่สถานกัลยาณ์ราชนครินทร์จนกว่าจำเลยจะอยู่ร่วมในสังคมได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสังคม
โดยให้แพทย์ผู้รักษารายงานผลต่อศาลทุก 6 เดือน ทั้งนี้ตามมาตรา 48 บัญญัติว่า
หากศาลเห็นว่าการปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน
ซึ่งไม่ต้องรับโทษหรือได้รับการลดโทษจะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชน ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาจบแล้ว
ศาลได้แจ้งสิทธิให้ น.ส.
ด้าน นายชุมเจตน์ บิดานักเรียนผู้เสียหาย
กล่าวถึงอาการของบุตรสาวว่า ขณะนี้บาดแผลตามร่างกายปกติแล้ว
แต่สภาพจิตใจยังคงหวาดระแวง ส่วนจะฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายหรือไม่
คงต้องหารือกับทนายความต่อไป
ส่วน นาย
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก