ช่วยด้วยครับหลานชายถูกกล่าวหาว่าขายยา
เมื่อวันที่19ม.ค.55มีจดหมาย เป็นหมายเรียกผู้ต้องหา ออกโดยสถานนีตำรวจชลบุรีความอาญา ระบุข้อความว่า พ.ต.ท.วุฒิ( ผู้กล่าวหา )คดีระหว่าง นายดำรง (ผู้ต้องหา) อาศัยอำนาจ ป.วิ.อ ม.52หมายมายัง นายดำรง ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า”ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า) ฉะนั้นให้นายดำรงพล ไปพบตำรวจโทวัชพล ที่สถานีตำรวจ ในวันที่ 2กุมภา55
จากนั้นผมก็ได้พาหลานชายดำรงพลกับแม่ของเขาไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทางพนักงานสอบสวนก็ได้อ่านสำนวนมีดังต่อไปนี้
เมื่อวันที่18 พ.ย.54 เวลา 17.00น. พ.ต.ท.วุฒิ ตำรวจ ส.ภ.อ.ชลบุรี กับพวก ร่วมกันวางแผน ให้สายลับ(ขอสงวนนาม)ล่อซื้อยาบ้าจาก นายสุครีบ เนื่องจากสืบทราบมาว่า มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาบ้า โดยนำธนบัตรฉบับละ100บาท 1ฉบับ และธนบัตรฉบับละ20บาทจำนวน5ฉบับ รวมเป็นเงิน 200บาท ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน มอบให้สายลับไปล่อซื้อยาบ้า โดย พ.ต.ท.วุฒิได้แอบซุ่มดูสายลับล่อซื้อยาบ้า อยู่ตรงข้ามบ้านนายสุครีบ ห่างจากบ้านนายสุครีบประมาณ30-40เมตร เห็น นายดำรงพล ได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่บ้านของนายสุครีบ โดยนายสุครีบนั่งซ้อนท้าย และเห็นนายดำรงพลยื่นสิ่งของให้นายสุครีบ นำไปมอบให้สายลับ ขณะเดียวกันก็เห็นสายลับมอบธนบัตรล่อซื้อยื่นให้นายสุครีบ และนายสุครีบได้นำธนบัตรล่อซื้อส่งมอบให้นายดำรงพล เก็บใส่กระเป๋าเสื้อด้านขวา และนายดำรงก็ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านนายสุครีบ ในขณะเดียวกันสายลับล่อซื้อยาบ้าได้แล้ว จึงขับขี่รถจักรยานยนต์นำยาบ้ามามอบให้ ด.ต.พูลเพิ่มกับพวกรออยู่ตรงข้ามบ้านนายสุครีบ เป็นยาบ้าจำนวน1เม็ดบรรจุใส่ฟอยกันความร้อน จึงพร้อมกันเข้าทำการจับกุมนายสุครีบ ตรวจค้นบ้านไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย นายสุครีบรับสารภาพว่า จำหน่ายยาบ้าให้กับสายลับจำนวน1เม็ดราคา200บาท โดยยาบ้าที่จำหน่ายเป็นของ นายดำรง และได้ส่วนแบ่งจากการจำหน่ายยาบ้าเป็นจำนวนเงิน20บาท ต่อมาตำรวจจึงพร้อมกันออกจับกุมนายดำรง แต่นายดำรงพลขับขี่รถจักรยายหลบหนีไปได้ การกระทำดังกล่าวของนายดำรงพลเป็นความผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย
ต่อมา หลายชายดำรงได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา บันทึกคำให้การดังนี้ว่า
วันที่ 18 พ.ย.54 กระผมได้กลับมาจากโรงเรียน บ่าย3โมงครึ่ง พอถึงบ้านกระผมก็ได้ทำงานบ้าน พอทำเสร็จก็จะออกไปเตะฟุตบอล ก่อนที่กระผมจะออกไปเตะฟุตบอล ถุงเท้ามันขาด กระผมเลยขออนุญาตแม่ออกไปซื้อถุงเท้าแล้วก็จะขอเลยไปบ้านเพื่อนแปปนึง จากนั้นแม่ก็ให้เงินผมมา100บาท ผมก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไปซื้อถุงเท้าที่ร้านค้า ขากลับบ้าน ระหว่างทาง กระผมได้เห็นคนรู้จัก คือนายสุครีบ กวักมือเรียกเพื่อขอติดรถกลับบ้าน กระผมก็ได้เข้าไปรับ และไปส่งที่บ้านนายสุครีบ หลังจากนั้นนายสุครีบก็นำเงินเป็นค่าน้ำมันรถ 40บาท ผมก็นำเงินใส่กระเป๋าเสื้อแล้วก็ขับรถ ไปที่บ้านเพื่อน ต่อมาผมก็ได้ชวนเพื่อนนั่งซ้อนรถไปสนามฟุตบอล เพื่อไปดูผู้เล่น ว่ามากันครบทีมหรือยัง หลังจากนั้นก็ขับรถกลับเพื่อที่จะไปส่งเพื่อนที่บ้าน ระหว่างทาง(ทางเปลี่ยวไม่มีรถผ่าน) ได้มีรถกะบะขับพุ่งเข้ามาจะชน ผมและเพื่อนก็ได้หักรถหลบลงข้างทางแล้วก็รีบหนีไปไม่คิดชีวิต และก็สังเกตว่า รถกะบะได้ขับไล่ตามมา จากนั้นผมก็ได้หลบหนีแล้วไปหาพี่ชายที่ทำงาน จึงเล่าให้พี่ชายฟังว่ามีรถกะบะ เหมือนจะมาดักปล้นรถจักรยายานต์(เพราะแถวนั้นเคยมีคนร้ายดักจี้เอาทอง)
ต่อมา ผมก็ได้กลับบ้าน พอถึงบ้านก็เล่าให้แม่ฟังว่ามีรถกะบะจะเข้ามาเหมือนจะปล้น แล้วก็นำเงินทอนคืนแม่ ผมให้เงินคืนแม่ไป80บาท แม่ก็ถามว่าทำไมถึงให้มา80บาท เพราะถุงเท้าฟุตบอล คู่ละ 60บาท ผมก็เลยบอกว่า พอดี ขากลับจากซื้อถุงเท้าเสร็จ ระหว่างทางมีคนรู้จักให้ไปส่ง เขาเลยให้ค่าน้ำมันรถมา40บาท
ผมอยากให้ผู้รู้ ช่วยเหลือ ว่าจะทำอย่างไร ให้หลานชายดำรงหลุดจากข้อกล่าวหาดังกล่าวได้ เพราะ ความจริง ก็คือ หลานชายโดนกลั่นแกล้งจากนายสุครีบและตำรวจ ที่ได้กล่าวหา อันที่จริง หลานชายดำรงเป็นคนบริสุทธิ์ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวเรื่องยาเสพติดเลย เพียงแค่หลายชายดำรงเรียนสายอาชีพช่าง คบเพื่อน
ทั้งหมดนี้ ผมก็เห็นว่า ความยุติธรรมไม่มีเลยครับ จึงอยากจะถามผู้รู้กฎหมาย เอาแบบให้ข้อมูลละเอียดๆ ว่าจะต้องทำอย่างไร อะไร ยังไงบ้าง ช่วยชี้แจงด่วนครับ เพราะทนายศาล ไม่ช่วยเราแน่นอน เราต้องให้เด็ก หรือพยานเด็ก พูดให้เอาตัวรอด โดยไม่มีความผิด อ่ะครับ ช่วยหน่อยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูงให้กับผูบริสุทธิ์จากการกล่าวหาของคนชั่วครับ
ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าครับ ขอให้ผู้ตอบจงมีแต่ความสุขความเจริญ ร่ำรวยเงินทอง ด้วยเทริญ