WebBoard :กฎหมาย|ที่ดิน

ที่ดิน

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

ที่ดิน

  • 171
  • 1
  • post on 15 มิ.ย. 2565, 09:07

 แฟนประมูลที่ดินมาจากกรมบังคับคดี จำนวน 9 ไร่   จ.นครสวรรค์ หลังจากโอนโฉนดแล้ว จะเข้ารังวัดจึงแจ้งไปกับเจ้าหน้ากรมที่ดินและผู้ใหญ่บ้าน พอไปถึง ณ ที่ดินปรากฏว่ามีพวกคนงานมาจากไหนก็ไม่รู้มาแจ้งว่าที่ดินตรงนี้เค้าทำประโยชน์มาก่อน และเป็นผู้มีอิทธิพลให้ท้องที่ อยากปรึกษาว่าเจ้าของที่ดินที่แท้จริงจะควรทำอย่างไรดี ซื้อมาหลายปีแล้วยังเข้าไปทำกินไม่ได้เลย และพวกที่มาทำกินในที่ของเรา จะได้สิทธิครอบครองปรปักษ์หรือไม่

โดยคุณ phatsada (161.82.xxx.xxx) 15 มิ.ย. 2565, 09:07

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

การซื้อที่ดินจากการบังคับคดี


  เมื่อปรากฏว่ามีผู้ครอบครองที่ดินอยู่   และอ้างสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ    ผู้ซื้อต้องยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาล ที่ ที่ดินตั้งอยู่ ให้ออกหมายบังคับให้ จำเลยหรือบริวารย้ายบออกไปจากที่ดิน ตาม ป.วิ แพ่ง ม.334 (เพียงยื่นคำร้องฝ่ายเดียว  ไม่ต้องฟ้องคดีใหม่)....โดยเจ้า พนง.บังคับคดี จะดำเนินการให้

   ถ้าจำเลยหรือบริวารไม่ย้ายออกไปจากที่ดิน  เจ้าพนักงานบังคับคดี ต้องปฏิบัติตาม ป.วิแพ่ง ม.353 คือ

    (1)  รายงานศาลเพื่อให้มีคำสั่งจัมกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวาร จนกว่าจะมีประกัน  แต่ไม่ให้กักขังเกินหกเดือน  

    (2) ปิดประกาศให้บุคคลที่อยู่อาศัยหรือครอบครองที่ดินนั้นซึ่งอ้างว่ามิได้เป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา  ยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันปิดประกาศแสดงว่าตนมีอำนาจพิเศษในการอยู่อาศัยหรือครอบครองที่ดินนั้น

.....ดังกล่าวข้างต้น   เป็นขั้นตอนปฏิบัติที่กฎหมาย ระบุไว้อย่างชัดเจน   ก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนนั้น  ด้วยความอดทน  เพราะคงต้องใช้เวลาพอสมควร....ส่วนเรื่องอิทธิมืด  หรืออิทธิพลเถื่อน   คือให้ย้ายออก ก็ไม่ยอมย้ายออก   แม้จะถูกจับกุมกักขัง   ก็มีช่องทางประกันตัวออกมาได้  อาจจะมารังควานผู้ซื้อ หรือเจ้าของคนใหม่ ให้อยู่ไม่เป็นสุข.... ก็มีกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนว่า  การซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาด  ผู้ขาย( จพง.บังคับคดี) ไม่ต้องรับผิดในการขายนั้น  ตาม ปพพ. ม.473(3) ดังนั้นก่อนประมูลซื้อต้องไปตรวจสอบที่ดินในสถานทึ่จริงก่อน   ว่า มีการบุกรุกครอบครองจากบุคคลอื่นหรือไม่ แม้จะมีช่องทางของกฎหมาย ให้  ขับไล่ กักขัง  แต่ก็อาจจะแก้ปัญหาได้  ไม่มากนัก....คำแนะนำ  ถ้าเห็นว่า ไม่ชอบมาพากล   ก็ควรหาทางออกตัว  คือขายต่อให้บุคคลอื่นไป ในราคาที่ไม่สูงนัก   อาจจะดีกว่า จะมาต่อสู้กับอิทธิพลมืด ให้ต้องเปลืองตัวเปล่าๆ  ด้วยความปรารถนาดี ครับ

  อีกประเด็นหนึ่งที่ยังไม่ตอบคือ   เรื่องการครอบปรปักษ์   ก็อาจมีช่องทางเป็นไปได้  ถ้าเราผู้เป็นเจ้าของ ปล่อยให้มีผู้แย่งการครอบครองไป ตาม ปพพ. ม.1382..คือ 1.แย่งไปโดยสงบ(คือเราไม่เคยแจ้งศาล ให้ออกหมายบังคับ ขับไล่ กักขัง  ไม่เคยดำเนินคดีใดๆ)2. โดยเปิดเผย (คือคนรู้เห็นกันทั่วไปว่าเขาครอบครองที่ดินแปลงนี้)  3. ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ( ก็ แน่ชัดแล้ว เมื่อเราจะเข้าไปในที่ดิน  เขาอ้างว่าเขาเป็นเจ้าของ) 4. เป็นเวลา 10 ปี  ผู้แย่งครอบคตรองฯ สามารถยื่นคำร้องต่อศาล  ให้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยการครอบครองปรปักษ์ได้  (เวลา 10 ปี นับแต่วันที่ โอนมาจาก สนง.บังคับคดี) ดังนั้นอย่าชะล่าใจ ปล่อยให้เขาแย่งการครอบครองไปเรื่อยๆโดยไม่โต้แย้งใดๆ   ด้วยความห่วงใย ครับ

โดยคุณ มโนธรรม เจษฎาสาธุชน 15 มิ.ย. 2565, 14:11

แสดงความเห็น