งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
การผ่อนงวดรถ
เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว พี่ชายได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถเกี่ยวข้าวกับบริษัทแห่งหนึ่ง แล้วผ่อนค่างวดปีละ 2 ครั้ง งวดละ 10,9000 บาท ตอนนี้ผ่อนไปแล้ว 2 งวด ส่วนงวดที่ 3 เพิ่งส่งได้ 70,000 บาท เหลืออีกประมาณ 4 หมื่น ทางบริษัทมีหนังสือติดตามหนี้มาหา จะต้องจ่ายอีกประมาณ 7 หมื่นกว่าบาท พอสอบถามไปที่บริษัทบอกว่า เป็นค่าดอกเบี้ยและติดตาม ซึ่งดอกเบี้ยจะคิดจากเงินต้น (10,9000 บาท) ทั้งที่เราจ่ายไปแล้ว 70,000 บาท ก็น่าจะลดต้นลดดอกเบี้ยใช่หรือไม่ ในกรณีอย่างนี้เราสามารถที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมได้หรือไม่ และถ้าเราให้บริษัทมายึดรถคืน เราจะได้เงินดาวน์คืนหรือไม่ อย่างไร
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1. จำนวนที่บริษัทผู้ให้เช่าซื้อได้เรียกเอาจากผู้ซื้อเป็นจำนวน 7 หมื่นกว่าบาท ซึ่งเป็นค่าดอกเบี้ยและติดตามหนี้ อันเป็นการเรียกเอาจากผู้เช่าซื้อ เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดโดยชำระค่าเช่าซื้อไม่ถูกต้องสมควร จำนวนเงินดังกล่าวมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ เป็นจำนวนพอสมควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 379,383
2. หากผู้เช่าซื้อผิดสัญญาเช่าซื้อ บริษัทมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ และบรรดาเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ใช้ให้แก่บริษัทผู้ให้เช่าซื้อไม่ว่าเงินดาวน์ และค่างวดที่ได้ส่วมาแล้วแต่ก่อน บริษัทย่อมมีสิทธิริบเสียทั้งสิ้น และชอบที่จะกลับเข้าครอบครองรถเกี่ยวข้าวที่ให้เช่าซื้อนั้นโดยการยึดอีกด้วย ตามความแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 574 ดังนั้น ผู้เช่าซื้อจึงไม่มีสิทธิเรียกเงินดาวน์คืน เนื่องจากบริษัทมีสิทธิรับได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 379 ถ้าลูกหนี้สัญญาแก่เจ้าหนี้ว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ก็ดี หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรก็ดี เมื่อลูกหนี้ผิดนัดก็ให้ริบเบี้ยปรับ ถ้าการชำระหนี้อันจะพึงทำนั้นได้แก่งดเว้นการอันใดอันหนึ่ง หากทำการอันนั้นฝ่าฝืนมูลหนี้เมื่อใด ก็ให้ริบเบี้ยปรับเมื่อนั้น
มาตรา 383 ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
นอกจากกรณีที่กล่าวไว้ในมาตรา 379 และ 382 ท่านให้ใช้วิธีเดียวกันนี้บังคับ ในเมื่อบุคคลสัญญาว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนกระทำหรืองดเว้นกระทำการอันหนึ่งอันใดนั้นด้วย
มาตรา 574 ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินนั้นได้ด้วย
อนึ่ง ในกรณีกระทำผิดสัญญาเพราะผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุดนั้น ท่านว่าเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะริบบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อนและกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ง