งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ราชการไม่เลี้ยงพวกไร้น้ำยา
ทนายคลายทุกข์ขอนำ
กฎ ก.พ.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2552 ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้ว
ส่งผลให้พวกเช้าชาม
เย็นชามพวกไม่พัฒนา
พวกไม่มีผลงาน
ดุด่าว่ากล่าวประชาชนทำตัวเป็นนายคน
มีเรื่องร้องเรียนอยู่เป็นประจำ
มีทัศนิคติเชิงลบต่อองค์กร
เปลืองงบประมาณของรัฐ
นับแต่วันนี้เป็นต้นไปหากยังเฉื่อยชาไม่พัฒนา
คงจะต้องถูกไล่ออกจากราชการแบบถูกต้องตามกฎหมายทันที
รายงานข่าวจาก มติชน
ประกาศกฎเหล็ก
ก.พ.สั่ง"ขรก.ไร้น้ำยา"
ออกจาก ราชการ-เปิดโอกาสปรับปรุงตัวก่อน
อุทธรณ์ใน30 วัน
ประกาศใช้กฎ ก.พ.สั่งให้ข้าราชการไร้ประสิทธิภาพออกจากราชการ ประเมินไม่ผ่าน ให้โอกาสปรับปรุงตัวเอง แต่ถ้าไม่ถึงเป้าหมาย ให้ออกได้ทันที แต่ยังมีสิทธิอุทธรณณืต่อ ก.ค.พ.ภายใน 30 วัน
ผู้สื่อข่าว"มติชนออนไลน์"รายงานเมื่อวันที่ 19 มีนาคมว่า มีการประกาศใช้ กฎ ก.พ.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2552 ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมาซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการพลเรือนซึ่งไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลออกจากราชการโดยจะต้องให้โอกาสข้าราชการที่ไร้ประสิทธิภาพได้รับการพัฒนาปรับปรุงตนเองก่อน ถึงที่สุดถูกสั่งให้ออกจากราชการแล้ว มีสิทธิ์อุทธรณ์คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ภายใน 30 วัน
สำหรับรายละเอียดของกฎ ก.พ.ดังกล่าวมี ดังนี้
2. เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามมาตรา 76 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2551 แล้วเห็นว่า ข้าราชการผู้ใดมีผลการปฏิบัติราชการในระดับที่ต้องให้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงตนเองก็ให้แจ้งผู้นั้นทราบเกี่ยวกับผลการประเมิน พร้อมทั้งกำหนดให้ผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยให้ลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ ในการพัฒนาปรับปรุงตนเองให้ผู้บังคับบัญชาจัดให้ข้าราชการผู้นั้นทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยกำหนดเป้าหมายในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการให้ชัดเจนเพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการครั้งต่อไป
การประเมินผลการปฏิบัติราชการและการพัฒนาปรับปรุงตนเองของข้าราชการดังกล่าวให้มีระยะเวลาไม่เกินสามรอบการประเมิน
ในกรณีที่ผู้ถูกประเมินเห็นว่า การประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้บังคับบัญชามีความไม่เป็นธรรมอาจทำคำคัดค้านยื่นต่อผู้บังคับบัญชารวมไว้กับผลการประเมินเพื่อเป็นหลักฐานได้
(1) กรณีข้าราชการผู้รับการประเมินประสงค์จะออกจากราชการ ก็ให้สั่งให้ออกจากราชการหรือ
(2) สั่งให้ข้าราชการผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองอีกครั้งหนึ่งโดยทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองเป็นครั้งที่สอง หรือ
(3) สั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการ
เมื่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุมีคำสั่งตาม (1) หรือ (3) แล้วแต่กรณีให้รายงาน อ.ก.พ. กระทรวง ในกรณีที่ อ.ก.พ. กระทรวงเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมและมีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุ ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กระทรวงมีมติ
4.เมื่อ อ.ก.พ. กระทรวงมีมติเป็นประการใดแล้ว และผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมีคำสั่งหรือปฏิบัติตามที่ อ.ก.พ. กระทรวงมีมติแล้ว ให้แจ้งคำสั่งหรือการปฏิบัติดังกล่าวให้ข้าราชการผู้นั้นทราบ
5. ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการตาม กฎ ก.พ. นี้ มีสิทธิอุทธรณ์ ต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม( ก.พ.ค. )ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบหรือวันที่ถือว่า ทราบคำสั่งให้ออกจากราชการ
6.ในกรณีที่มีการดำเนินการเพื่อสั่งให้ข้าราชการออกจากราชการตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2547 ก่อนวันที่กฎ ก.พ. นี้ใช้บังคับ การพิจารณาสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตาม กฎ ก.พ. ฉบับดังกล่าวต่อไป
ขอขอบคุณ
เนื้อหาประกอบข่าวจาก
มติชน