งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
โทษประหาร “นางไข่”
ใจโหด! ฆ่าผัวเอาประกัน 2 ล้าน
ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวที่เกิดขึ้นเพียงหวังต้องการเงินประกันชีวิต ซึ่งคดีนี้ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตสาวใหญ่ใจเหี้ยมโหด
จ้างวานฆ่าสามีหวังเพียงเงินประกัน 2 ล้านบาท ส่วนทีมฆ่าโดนคุกหัวโตยกแก๊ง
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีนี้ โดยทีมทนายความรายการทนายคลายทุกข์ คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84, ม.289 (4)
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 84
ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง
วานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด
ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น
ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ ถ้าความผิดมิได้กระทำลง
ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำหรือเหตุอื่นใด
ผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
มาตรา 289 ผู้ใด
(4)
ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ต้องระวางโทษประหารชีวิต
รายละเอียดรายงานข่าว
วันนี้ (6 พ.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่
อ.3140/2551 ที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ฟ้องนาง
คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้อง
เมื่อวันที่ 22 ส.ค.51 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า ต้นเดือน เม.ย 51 วันและเวลาใดไม่ปรากฏชัด
จำเลยที่ 1 ได้ใช้ จ้างวาน ให้จำเลยที่ 3 ทำการฆ่านาย
จากนั้นจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 ร่วมกันบังคับนำตัวผู้ตายขึ้นรถยนต์แท็กซี่ หมายเลขทะเบียน
ทน-8915
กทม. โดยจำเลยที่ 3, 5 และ 6 ร่วมกันทุบ ชกต่อย
ใช้ถุงดำคลุมศีรษะของผู้ตายไว้เพื่อให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ก่อนที่จำเลยที่ 5 จะใช้มีดคัตเตอร์แทงกระทุ้งที่ลำตัวของผู้ตาย จากนั้นจำเลยที่ 3,
4, 5 และ 6
นำร่างของผู้ตายลงจากรถไปวางนอนไว้ที่ริมถนนโดยให้จำเลยที่ 4
ขับรถยนต์แท็กซี่ทับผู้ตายที่บริเวณลำตัวเพื่ออำพรางสาเหตุการตายว่าเป็นอุบัติเหตุจราจร
นอกจากนี้จำเลยที่ 3, 5 และ 6
ร่วมกันลักทรัพย์เอาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโมบาย ราคา 4,000
บาท และเงินสด 15,000 บาทของผู้ตายไปโดยทุจริต
เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.
ศาลพิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า
จำเลยที่ 3, 4,
5 และ 6 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่
โจทก์มีพนักงานสอบสวนและพยานปากอื่นเบิกความในทำนองเดียวกันว่า
ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 1
ได้ทำประกันชีวิตกับบริษัทไทยประกันชีวิต ให้แก่นายแสวง ผู้ตายโดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ได้รับประโยชน์ จำนวน 2 ล้านบาท และจำเลยที่
1 เป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 3 ให้ฆ่า
นายแสวง เพื่อหวังได้รับเงินประกัน โดยจำเลยที่ 1
เป็นผู้วางแผน ให้จำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6
เช่ารถแท็กซี่ไปรับนายแสวงไปฆ่าอันเป็นร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
โจทก์ยังมีพยานที่เป็นคนขับรถพาจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 ไปรับเงินว่าจ้างจากจำเลยที่ 1 เบิกความด้วยว่า
ได้ขับรถแท็กซี่พาจำเลยที่ 3-6 ไปที่ จ.สุโขทัย
เพื่อไปรับเงินค่าจ้างจากจำเลยที่ 1 ประกอบกับจำเลยที่ 3-6 ให้การรับสารภาพ จึงเชื่อว่าจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 กระทำผิดตามฟ้อง นอกจากนี้ จำเลยที่ 3, 5 และ 6 ยังได้ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เอาโทรศัพท์ และเงินสด 15,000 บาท ของผู้ตายไปด้วย
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า
จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มี นาง
ส่วนจำเลยที่ 2
นั้นโจทก์ไม่มีพยานที่ยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการร่วมกันฆ่านายแสวง
ประกอบกับจำเลยที่ 2 เบิกความว่าไม่ทราบมาก่อนว่าจำเลยที่ 3,
4, 5 และ 6 จะไปนำตัวนาย
พิพากษาว่า จำเลยที่ 1
มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.289 อนุ ม.4 ประกอบ ม. 84
ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 3, 5, 6 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต
และความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลงโทษจำคุก 2 ปี
คำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุก 25 ปี
และความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลงโทษจำคุก 1 ปี
รวมจำเลยจำเลยที่ 3, 5 และ 6 เป็นเวลา 26 ปี จำเลยที่ 4
มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้มีกำหนด 25 ปี
ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ ริบของกลางมีดคัตเตอร์ และให้จำเลยที่ 3, 5 และ 6 ร่วมกันชดใช้โทรศัพท์มือถือ และเงินสดจำนวน 15,000
บาท ให้แก่ทายาทของนายแสวงผู้ตาย
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ