โทษประหาร “นางไข่” ใจโหด! ฆ่าผัวเอาประกัน 2 ล้าน|โทษประหาร “นางไข่” ใจโหด! ฆ่าผัวเอาประกัน 2 ล้าน

โทษประหาร “นางไข่” ใจโหด! ฆ่าผัวเอาประกัน 2 ล้าน

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

โทษประหาร “นางไข่” ใจโหด! ฆ่าผัวเอาประกัน 2 ล้าน

ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวที่เกิดขึ้นเพียงหวังต้องการเงินประกันชีวิต ซึ่งคดีนี้ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตสาวใหญ่ใจเหี้ยมโหด

บทความวันที่ 7 พ.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 1182 ครั้ง


โทษประหาร “นางไข่” ใจโหด

โทษประหาร นางไข่ใจโหด! ฆ่าผัวเอาประกัน 2 ล้าน

 

            ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวที่เกิดขึ้นเพียงหวังต้องการเงินประกันชีวิต  ซึ่งคดีนี้ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตสาวใหญ่ใจเหี้ยมโหด จ้างวานฆ่าสามีหวังเพียงเงินประกัน 2 ล้านบาท ส่วนทีมฆ่าโดนคุกหัวโตยกแก๊ง

 

            กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีนี้  โดยทีมทนายความรายการทนายคลายทุกข์  คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84, ม.289  (4)

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 84  ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด

ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ ถ้าความผิดมิได้กระทำลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำหรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

 

มาตรา 289 ผู้ใด

            (4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ต้องระวางโทษประหารชีวิต

 

รายละเอียดรายงานข่าว

            วันนี้ (6 พ.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.3140/2551 ที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ฟ้องนางไข่ สุขสัมพันธ์ อายุ 53 ปี, น.ส.อรนุช หรือนุช หล้าจันทร์, นายมาโนช หรือขาว ภูมิถภาวร, นายพงษ์ศักดิ์ หรือศักดิ์ หงษ์เงิน, นายกวี หรือตี๋ วัดเฉย และนายแสวง หรือแดง ผาคำ เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐาน ใช้ จ้างวาน ให้ฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

      

            คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 22 ส.ค.51 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า ต้นเดือน เม.ย 51 วันและเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยที่ 1 ได้ใช้ จ้างวาน ให้จำเลยที่ 3 ทำการฆ่านายแสวง บุญมี อายุ 56 ปี หัวหน้าคนงานบริษัท ชิโนไท เป็นอดีตสามีของจำเลยที่ 1 เพื่อหวังเงินประกันชีวิตของผู้ตายจำนวน 2 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 29 พ.ค.51 เวลากลางคืน จำเลยที่ 2-6 ร่วมกันฆ่านายแสวง บุญมี โดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามที่จำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้าง โดยจำเลยได้แบ่งหน้าที่กันทำ โดยให้จำเลยที่ 2 ทำการนัดแนะหลอกพานายแสวงผู้ตายให้ไปพบจำเลยที่ 2 ที่ร้านอาหารตะวันแดงสาดแสงเดือน ถ.พัฒนาการ เขตคลองตัน กทม.

 

จากนั้นจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 ร่วมกันบังคับนำตัวผู้ตายขึ้นรถยนต์แท็กซี่ หมายเลขทะเบียน  ทน-8915  กทม. โดยจำเลยที่ 3, 5 และ 6 ร่วมกันทุบ ชกต่อย ใช้ถุงดำคลุมศีรษะของผู้ตายไว้เพื่อให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ก่อนที่จำเลยที่ 5  จะใช้มีดคัตเตอร์แทงกระทุ้งที่ลำตัวของผู้ตาย  จากนั้นจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 นำร่างของผู้ตายลงจากรถไปวางนอนไว้ที่ริมถนนโดยให้จำเลยที่ 4 ขับรถยนต์แท็กซี่ทับผู้ตายที่บริเวณลำตัวเพื่ออำพรางสาเหตุการตายว่าเป็นอุบัติเหตุจราจร นอกจากนี้จำเลยที่ 3, 5 และ 6 ร่วมกันลักทรัพย์เอาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโมบาย ราคา 4,000 บาท และเงินสด 15,000 บาทของผู้ตายไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

      

            ศาลพิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพนักงานสอบสวนและพยานปากอื่นเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ทำประกันชีวิตกับบริษัทไทยประกันชีวิต ให้แก่นายแสวง ผู้ตายโดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ได้รับประโยชน์ จำนวน 2 ล้านบาท และจำเลยที่ 1 เป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 3 ให้ฆ่า นายแสวง เพื่อหวังได้รับเงินประกัน โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้วางแผน ให้จำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 เช่ารถแท็กซี่ไปรับนายแสวงไปฆ่าอันเป็นร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โจทก์ยังมีพยานที่เป็นคนขับรถพาจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 ไปรับเงินว่าจ้างจากจำเลยที่ 1 เบิกความด้วยว่า ได้ขับรถแท็กซี่พาจำเลยที่ 3-6 ไปที่ จ.สุโขทัย เพื่อไปรับเงินค่าจ้างจากจำเลยที่ 1 ประกอบกับจำเลยที่ 3-6 ให้การรับสารภาพ จึงเชื่อว่าจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 กระทำผิดตามฟ้อง นอกจากนี้ จำเลยที่ 3, 5 และ 6 ยังได้ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เอาโทรศัพท์ และเงินสด 15,000 บาท ของผู้ตายไปด้วย

      

            คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มี นางละเอียด ภูมิถาวร ภรรยาจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 เบิกความในทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 1 ได้ไปหาจำเลยที่ 3 ที่บ้านพัก เพื่อใช้ให้จำเลยที่ 3 ไปฆ่านายแสวงโดยจะให้ค่าจ้างจำนวน 3 แสนบาท ประกอบกับคำเบิกความของคนขับแท็กซี่ที่พาจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 ไปรับเงินจากจำเลยที่ 1 และพยานที่เป็นพนักงานบริษัทประกันชีวิต ที่ระบุว่า จำเลยที่ 1 ได้พานายแสวงผู้ตายไปทำประกันชีวิตก่อนเกิดเหตุ อันเป็นการเบิกความที่สอดคล้องกันในสาระสำคัญ เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้วางแผนและจ้างวาน ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าไม่เคยจ้างวาน และไม่รู้จักกับจำเลยที่ 3 นั้นเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ ให้ตัวเองพ้นผิด เชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1 จ้างวานให้จำเลยที่ 3 กับพวกไปฆ่า นายแสวง จริงตามฟ้อง

      

             ส่วนจำเลยที่ 2 นั้นโจทก์ไม่มีพยานที่ยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการร่วมกันฆ่านายแสวง ประกอบกับจำเลยที่ 2 เบิกความว่าไม่ทราบมาก่อนว่าจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 จะไปนำตัวนายแสวง ไปฆ่า เพราะขณะกำลังจะขึ้นรถแท็กซี่ไปด้วย กลับถูกจำเลยที่ 3 ดึงไว้ไม่ให้ขึ้นรถ จนมาทราบภายหลังว่านายแสวงถูกฆ่า จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 2

      

            พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.289 อนุ ม.4 ประกอบ ม. 84 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 3, 5, 6 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต และความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลงโทษจำคุก 2 ปี คำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุก 25 ปี และความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมจำเลยจำเลยที่ 3, 5 และ 6 เป็นเวลา 26 ปี จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้มีกำหนด 25 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ ริบของกลางมีดคัตเตอร์ และให้จำเลยที่ 3, 5 และ 6 ร่วมกันชดใช้โทรศัพท์มือถือ และเงินสดจำนวน 15,000 บาท ให้แก่ทายาทของนายแสวงผู้ตาย

 ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

 

 

 

 

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก