เรื่องเล่าจากต่างแดน ตอน 2|เรื่องเล่าจากต่างแดน ตอน 2

เรื่องเล่าจากต่างแดน ตอน 2

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

เรื่องเล่าจากต่างแดน ตอน 2

จากเรื่องเล่าจากต่างแดนที่นักสืบกุ้งเล่าประสบการณ์

บทความวันที่ 15 พ.ย. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 1421 ครั้ง


เรื่องเล่าจากต่างแดน ตอน 2

           จากเรื่องเล่าจากต่างแดนที่นักสืบกุ้งเล่าประสบการณ์จากการที่ไปทำงานติดตามพฤติกรรมในต่างประเทศ เมื่อครั้งที่แล้วนั้น  วันนี้นำมาเล่าเป็นตอน 2 ต่อของภารกิจการปฏิบัติของนักสืบโกอินเตอร์
          วันที่ 2 ของการเริ่มทำงาน หลังจากเหนื่อยกันมาทั้งคืน (เดินเที่ยว ..ชมความสวยงามของกัวลาลัมเปอร์)    เมื่อตื่นเช้า เริ่มปฏิบัติการทันที วางแผนกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน.. เส้นทางที่จะเดินทางไปบ้านเป้าหมาย  “แท็กซี่ดีกว่ามั้ย”   “เห็นด้วย”   เราได้เรียกแท็กซี่ที่หน้าโรงแรม    สอบถามราคากัน คนขับบอกว่า  200 บาทไทย  เราตกลงขึ้นรถไป  ในระหว่างทางคนขับรถได้แนะนำตัว บอกว่า ชื่อ มูฮัน   ขับแท็กซี่มานานแล้ว  และมีเพื่อนเป็นคนไทยด้วย แต่ยังไม่เคยไปเที่ยวเมืองไทย 
           ในระหว่างนั่งรถ  มูฮันได้อธิบาย สถานที่สำคัญๆ ของมาเลเซียให้เราฟัง  เหมือนไกด์เชียว   และยังหันมาถามเราด้วยความสงสัยว่า “สถานที่ที่เราจะไปเป็นที่สำหรับนักธุรกิจ หรือคนมีเงินเขาพักกัน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว” เราไม่ต้องการให้ มูฮันรู้ว่าเรามาทำอะไรกัน  จึงบอกว่า “เราจะไปหาเพื่อน”  ด้วยความหวังดี มูฮัน  ขอชื่อ-ที่อยู่ของเพื่อนที่จะไปหา   แต่เราไม่ต้องการให้รู้  จึงไม่บอก  การพูดมากและความหวังดีของคนขับแท็กซี่  อาจจะทำให้แย่ก็ได้   เราสองคนจึงขอลงระหว่างทางหาอาหารเช้าทานก่อน และจะติดต่อให้เพื่อนมารับเอง  
         มูฮันจอดรถหน้าพล่าซ่าแห่งหนึ่ง  เมื่อลงจากรถแท็กซี่ ฝนตกลงมาเชียว  โอ้ย! ทำไงดีหล่ะ    วิ่งเข้าร้านขายของเพื่อหาซื้อร่ม  เราได้ร่มกันแล้ว   เดินมาที่ถนนใหญ่ เพื่อสอบถามเส้นทางจะไปสถานที่ดังกล่าว  เราพยายามจะถามว่าไปอีกไกลหรือไม่  ประมาณกี่กิโลเมตร   คำตอบเดียวกันคือ ให้นั่งแท็กซี่ไปจะดีกว่า   เราสองคนต้องการที่จะเดินประหยัดค่าใช้จ่าย  แต่เดินไปได้ประมาณ 2 กิโลเมตร เหนื่อยไม่ไหว “ยังไม่ถึงอีกเหรอ” มองหน้ากัน   ร้อน..ไม่ไหวแล้ว  เรียกแท็กซี่  เราเสียแท็กซี่ไปอีก 50 บาท ประมาณ 5 กิโลเมตร  “ต๊าย! ถ้าเดินไปคงขาลาก...แน่นอนเลย”  
         โอ้โห้ ! มันเป็นสถานที่คนมีเงินเขาพักจริงๆ  คอนโดตั้งอยู่บนเนินเขา  รถวิ่งผ่านไป-มา น้อยมาก  คนที่พักอาศัยต้องมีรถเท่านั้น  รถเมล์ก็ไม่วิ่งผ่าน  เราสองคน แอ็คชั่นถ่ายรูปกันน่าดูเลย  คนที่ผ่านไป-มา ก็ไม่สงสัยอะไรหรอก คิดว่าเรามาจากประเทศอื่น  คงเก็บไว้เป็นที่ระลึก   แต่เปล่าหรอก เราถ่ายภาพสถานที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน  การทำงานค่อนข้างยาก เราไม่รถที่จะติดตามเป้าหมายได้       จึงได้ตรวจสอบข้อมูล  ทราบว่าเป้าหมายจะไปงานเลี้ยงปาร์ตี้ ในเมือง  เราจึงต้องว่าแผนกันว่า วันนี้เราจะเข้าไปในงานปาร์ตี้ได้อย่างไร  ในงานปาร์ตี้ที่จะจัดคืนนี้  เขาบอกว่าแต่งตัวสวยงาม  หญิงสวมชุดราตรี  ชายสวมสูท หรือผูกหูกระต่าย    “ไม่มีปัญหา เรื่องเล็กสำหรับเรา การแต่งตัว  นักสืบอย่างเรา เตรียมพร้อมเสมอกับเครื่องแต่งกายทุกรูปแบบ” ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะเข้าไปได้อย่างไร 
         เราเดินทางกลับเข้าเมือง เพื่อจะได้ดูสถานที่ที่ขาจัดงานปาร์ตี้คืนนี้  ไปหาข้อมูลไว้ก่อนดีกว่า    เมื่อได้รายละเอียดของงานแล้ว เราทั้ง 2 คนกลับไปที่โรงแรมตั้งหลักก่อน   นั่งวางแผนกัน  ได้เวลาแล้วแต่งตัวไปงานดีกว่า (ทำเหมือนอยู่เมืองไทยเชียว)  เราเดินลงจากโรงแรม พนักงานมองหน้างง เฮ้ย วันนึงทำไมพวกนี้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยจัง
         เราไม่ยอมขึ้นรถที่หน้าโรงแรม เพราะราคาจะแพงคิดเหมา  แต่ไปเรียกด้านนอก ราคาตามมิเตอร์    อยากจะบอกว่า หาแท็กซี่ยากมาก ไม่เหมือนบ้านเรา  เรา 2 คนนึกถึงหมูหันขึ้นมาเชียว (หมูหัน คือคนขับแท็กซี่ เมื่อเช้า เขาชื่อ มูฮัน  แต่เราเรียกเขาว่า หมูหัน เพราะเขาตัวอ้วนๆ ดำ  พูดมาก)    แต่ไม่กล้าโทรหาหมูหันหรอก  เดี๋ยวหาว่าเรางก..(จริงๆ ก็ใช่ ..นั่นแหล่ะ เพราะต้องประหยัดเรามาทำงาน ไม่ใช่มาเที่ยว)
          เมื่อเราไปถึงงาน อะร้าอร่ามเหลือเกิน งานปาร์ตี้ผู้ดีเขาจัดกัน  เรา 2 คนก็เดินผสมๆ กันไปกับแขกที่มาร่วมงาน  ทุกคนมีบัตร แต่เราไม่มี  เราก็เลยบอกว่าเราอยากร่วมงานด้วย  ท่าทางจะสนุกดี   เจ้าหน้าที่จัดงานบอกว่าเราต้องเสียค่าดิ้งส์  “โอเค ไม่มีปัญหาคะ”  เราได้เข้าไปในงานแล้ว   ยิ้มอย่างเดียวคะ  เพราะไม่รู้จักใครเลย  มีแต่นักธุรกิจต่างชาติ   สายตาเราก็มองหาเป้าหมาย “อยู่ไหนหว่า...มาหรือยังเนี้ย”   
          เราก็พยายามหาเพื่อนคุยไปเรื่อย ๆ (เขาพูดแต่ภาษาอังกฤษกัน) ถ้านั่งเฉย ๆ เป็นเป้านิ่ง  คงสงสัยแน่ว่าพวกนี้ไม่เคยเห็นหน้า  เขาเต้น เราเต้น..เขาทำอะไร เราก็ทำ ในขณะนั้นเราเห็นเป้าหมายแล้ว มาพร้อมกับหญิง ควงคู่มางาน จูงมือกันตลอด  สวีทกันน่าดูเลย เป็นคนต่างชาติทั้งคู่  เราเต้นด้วยความสนุกสนาน   เก็บภาพไปพร้อมกัน เพื่อความใกล้ชิด เราเข้าไปใกล้เป้าหมาย เพื่อเก็บหลักฐานการออกงานด้วยกันอย่างชัดเจน  ให้สมกับที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงาน  เราได้ภาพมากพอ  เมื่อใกล้งานปาร์ตี้จะเลิก  เราเตรียมพร้อมตั้งหลักที่ทางออก   นั่งเมาอยู่  (เปล่าหรอก ...แกล้งเมา..) 
           เป้าหมายกับบ้านแล้ว  งานเลิกแล้วเดินออกจากงาน หารถกลับที่พักไม่ได้  เพราะขณะเวลา 01.00 น. แล้ว  แท็กซี่ไม่มีซักคน ใส่ชุดราตรีสวมส้นสูง เดินตั้งเกือบกิโล   จนส้นรองเท้าหลุดเลย   ได้แท็กซี่แล้ว  เราบอกว่าไปโรงแรม....  แท็กซี่ขับไปได้หน่อยเดียว  บอกถึงแล้ว  อ้าว! ที่เราเดินมาเกือบจะถึงโรงแรมอยู่แล้วนะเนี้ย!
          วันรุ่งขึ้นเพื่อนร่วมงานบอกว่า  “ ทำไมเราปวดขาจังเลย  ก็ไม่ปวดได้ไง ที่เราเดิน ขึ้นลงน่ะเป็นเขาทั้งนั้น  ไม่ใช่ทางราบเหมือนบ้านเราที่ไหนละ”   ถ้าใครเคยไปคงพอทราบว่าที่กัวลาลัมเปอร์  ส่วนใหญ่จะเป็นดอยเป็นเนินเป็นเขาลูกเล็กๆ  ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม หรือห้างๆ  ก็จะอยู่บนเนิน  ถ้าเราเดิน  ก็จะขึ้นๆ ลงๆ    เมื่อยขาถ้าไม่เคย
          นักสืบโกอินเตอร์ ทำงานสำเร็จเรียบร้อยแล้ว  มีเวลาเหลือ 1 วัน เราไปสำรวจกันดีกว่าว่า ประเทศเขามีอะไรน่าสนใจบ้าง 
          การทำงานในสืบในประเทศกับการไปทำงานต่างประเทศ ก็มีข้อดี ข้อเสียไม่เหมือนกัน  ยกตัวอย่างเช่น  ต่างประเทศ  เราไม่ทราบสถานที่   ธรรมเนียมต่างๆ  เพราะฉะนั้นเราไปทำงาน เราต้องเตรียมเลยสิ่งแรก  แผนที่ , ศึกษาสถานที่ที่เราจะไป   การใช้เส้นทาง  โน๊ตบุ๊ค สำหรับใช้ hi5 เช็คข้อมูลตลอดเวลา และหาข้อมูลในเน็ต  และหนังสือคู่มือการเดินทางประเทศนั้น ๆ และถ้าศึกษากฎหมายไว้บ้างก็ดี  เพราะเราจะไปอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า หก..ไม่ได้
          ข้อดีก็มีนะ   เขาเข้าใจว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว  ต่างชาติมาก็ยิ้มให้กัน คุยกัน หาข้อมูลได้ง่าย เขาคาดไม่ถึงว่าจะมีนักสืบต่างประเทศมาตามเขาถึงที่นั่น  แต่ก็อย่าประมาทนะ
          เห็นมั้ยคะว่า  การมีชู้  มีกิ๊ก  ไม่ใช่มีเฉพาะที่เมืองไทยเท่านั้นนะ  ทุกชาติ  ทุกภาษา เขามีปัญหาเรื่องครอบครัวหมด  แล้วแต่ว่าปัญหาใครจะมาก จะน้อยไม่เท่ากัน เขาอยู่เมืองไทย ไม่สามารถไปเองได้ก็ว่าจ้างเราไป  บางคนอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถมาทำเองได้ ก็ติดต่อจ้างนักสืบให้ทำให้
         คำว่านักสืบก็ยังลึกลับเหมือนเดิม  ชั้นบอกคุณไม่ได้หรอก ว่าเราถ่ายภาพคุณอยู่ ขืนรู้ก็หัวแตกซิ!
          อย่าลืมนะคะ มีปัญหาปรึกษานักสืบ  “กุ้ง” อำนวยพร มณีวรรณ์  ที่โทร. 02-9485700 , 089-6695026
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก