จำฝังใจ..|จำฝังใจ..

จำฝังใจ..

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

จำฝังใจ..

อุบัติเหตุนี้เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อหลายเดือนก่อนแต่ไม่เคยเลือนไปจากความทรงจำเลย

บทความวันที่ 28 ส.ค. 2558, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9349 ครั้ง


จำฝังใจ..


    อุบัติเหตุนี้เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อหลายเดือนก่อนแต่ไม่เคยเลือนไปจากความทรงจำเลย ท่านผู้อ่านคงสงสัยแล้วใช่มั้ยคะว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร  เริ่มจากเธอภรรยาถูกต้องตามกฎหมายท่านหนึ่งมาต่อดิฉันเพื่อจ้างนักสืบ ติดตามพฤติกรรมสามีมีเหตุให้ชวนสงสัย  ปัจจุบันเธอเป็นแม่บ้านลาออกจากงานเพื่อช่วยงานสามีที่บ้านและดูแลลูก สามีเป็นสถาปนิกรับออกแบบทั่วไป อารมณ์ศิลปิน เปิดบริษัทที่บ้าน มีพนักงาน 2 คนคือ สามีและเธอช่วยกัน หน้าที่เธอออกไปเก็บเงินวางบิล ถ้าคุยงานเป็นหน้าที่ของสามี แรกๆไม่มีปัญหาชีวิตราบรื่นดี ระยะหลังสามีอาสาทำเองหมดบอกให้เธอดูแลลูกอย่างเดียว ทำหลายอย่างเดี๋ยวจะเหนื่อย (ฟังดูดีเหมือนเป็นห่วง) สามีออกข้างนอกบ่อยขึ้น พบลูกค้า พาลูกค้าไปเอ็นเตอร์เทรนบ้าง  ชอบแอบคุยโทรศัพท์ เวลารับสายก็จะพูดน้อย “เดี๋ยวโทรกลับ” นอนดึก กลางคืนชอบลงไปดูทีวีชั้นล่าง นั่งคิดงานไปด้วยขอความเป็นส่วนตัว  โทรศัพท์มือถือใส่รหัสเปิด ปกติไม่เคย เธอจะหยิบจับทำอะไรได้ตามสบาย  บางทีไปเที่ยวกลางคืนกินเหล้ากับเพื่อนแต่กลับเช้าเลย ถามไม่ได้โมโหทันที  เธออึดอัดถ้าไม่รู้ความจริงอกแตกตายแน่ ..เมื่อเล่ารายละเอียดเสร็จ  เธอนัดวันทำงานทันที  วันไหนสามีออกข้างนอก จะโทรบอกนักสืบทันที  ในขณะที่ติดตามเป้าหมายในกรุงเทพ 3 วันไม่พบอะไรผิดปกติ  เป้าหมายไปพบลูกค้า ไปติดต่อธนาคารแล้วกลับบ้าน แต่เธอก็ยืนยันว่า “มันต้องมีซิพี่”  “อาจเป็นไปได้ เขาอาจยุ่ง ยังไม่มีโอกาสเจอกิ๊ก” เหตุการณ์ผ่านไปได้ประมาณสัปดาห์ เธอโทรมาบอกว่า สามีจะไปหาลูกค้าที่เชียงใหม่ แต่เธอแอบเห็นตั๋วเครื่องบินในกระเป๋ามีสองใบ มีชื่อผู้หญิงด้วย ไม่รู้ว่าใคร ไม่กล้าถามสามีเพราะเดี๋ยวถูกด่า เพราะเขาบอกว่าไปคนเดียว  “หนูอยากให้พี่ช่วยตามไปด้วยได้มั้ยคะ” “วันไหน สายการบินอะไร เที่ยวไหน” ส่งรายละเอียดทาง Line นะจะได้จองตั๋ว เช็คคิวงานไม่มีใครว่างเลย  เหลือคนเดียวที่ไม่มีคิวคือดิฉันเองนักสืบกุ้ง  งานนี้ต้องลงมือเองเลยหรือ!   เคสนี้มีหนุงหนิงนักสืบน้องใหม่ และดารัดเพื่อนสาวดิฉันติดตามไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วย รวมเป็น 3 สาวสวย ถึงวันเดินทาง ดิฉันและทีมงานไปรอที่สนามบินดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่อง ยังไม่เห็นเป้าหมายเลย “จะมารึป่าวนะ” เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง “เป้าหมายออกจากบ้านหรือยังคะ “”ไปนานแล้วคะพี่ ยังไม่เห็นเหรอ หนูว่าแวะรับใครหรือเปล่า พี่ดูดีๆนะคะ” ผู้ว่าจ้างสั่งนักสั่งหนา ...วางสายไม่นานเห็นเป้าหมายลงแท๊กซี่มาพร้อมกระเป๋าเป้ใบเล็ก งานนี้ผิดพลาดเปล่า? ลงรถได้เป้าหมายเดินไปเช็คอินแล้วเดินเข้าไปด้านในทันที โดยไม่สนใจใคร “เอาไงดีล่ะไม่เห็นมีผู้หญิงอย่างที่ผู้ว่าจ้างบอกเลย” ถ้าจะไม่ตามไปก็ไม่รู้ซิ ตั๋วก็ซื้อแล้วนี่  จึงเดินตามไปด้านในเห็นเขาเดินไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งรอหน้าทางขึ้นเครื่อง วางประเป๋าเป้ลงและนั่งข้างๆหญิงสาวคุยกันอย่างสนิทสนม “อ้อ..รออยู่นี่เอง” รีบหยิบมือถือถ่ายภาพส่งให้ผู้ว่าจ้างทันที เมื่อเธอเห็นภาพเท่านั้นล่ะ ร้องขึ้นมาทันทีเลย “ นี่มันกิ๊กเก่าเขาที่เคยคบการสมัยเรียนนะพี่..เขาเลิกกันนานแล้ว ผู้หญิงก็มีสามีแล้ว . ไงพี่ดูให้หนูหน่อยนะคะ”  “ได้จ๊ะ” แบบนี้ไม่ใช่เพื่อนธรรมดาล่ะมั้ง กระหนุงกระหนิงเกิ้น ..ก่อนเครื่องดิฉันโทรไปคอนเฟริ์ม บริษัท รถเช่าเพื่อให้มารอที่สนามบิน ไม่งั้นพลาดแน่ ไม่รู้จะเป้าหมายจะไปพักที่ไหน ในระหว่างอยู่บนเครื่อง 3 สาวแอ๊คชั่นถ่ายรูปกันใหญ่เลย แต่เปล่าหรอกคะ ไม่มีภาพพวกเราเลย ภาพเป้าหมายเพรียบ...พอลงเครื่องได้ดิฉันให้หนุงหนิงและดารัด ดูเป้าหมายไว้ ดิฉันรีบไปเอารถมาดักรอทางออกสนามบิน  ผ่านไป 30 นาที หนุงหนิงกับดารัดวิ่งหน้าตื่นมา บอกว่า “ขึ้นแท๊กซี่หมายเลขทะเบียน xxxx กำลังออกมา”  ดิฉันตั้งท่ารอ เห็นแท๊กซี่คันที่เป้าหมายนั่งพร้อมหญิงสาว นั่งขับผ่านหน้าไป  ไปส่งหน้าบ้านหลังหนึ่งในเมือง      ดิฉันจอดรถรอบริเวณใกล้ๆ ไม่ทราบว่าบ้านนี้คือบ้านใคร  เป้าหมายจะออกไปอย่างไร ขอบอกโคตรร้อนเลย ไม่มีฝนฟ้าแจ้งจางป่าง.. “ถ้าเขานอนที่นี่เราจะไงดีกันล่ะ” “ก็นอนในรถไง” พวกเราเม้าท์กันเอง เพื่อดับร้อน เวลาผ่านไปชั่วโมงเศษเห็นรถฮอนด้าซีวิค สีดำ ขับออกมาจากบ้านดังกล่าว ช่วยกันจ้องหกลูกตา  “นั่นไงเป้าหมายใช่แน่เลย”  ดิฉันรีบหันหัวรถขับตามไปเรื่อยๆ จนออกนอกเมือง “จะไปไหนเนี่ย” เป้าหมายขับไปเรื่อย ไปทางอำเภอแม่ริม เห็นป้ายเชียงดาว “สงสัยจะไปเล่นน้ำตก” จินตนาการไปเรื่อยซิเรา คุยกันไปตลอดทาง  เส้นทางโค้งมาโค้งไป ดารัดเมารถให้นั่งหลัง  ไม่รู้ว่าเป้าหมายจะไปไหนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จนเห็นป้าย  อำเภอปาย จุดหมายปลายทางคือ “ปาย”  ไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งอยู่ในป่าลึกมาก  เป้าหมายคงจองไว้ล่วงหน้า พอจอดรถพนักงานต้อนรับถือกุญแจห้องพักมาให้ เป้าหมายเข้าห้องพัก  ดิฉันเดินไปติดต่อห้องพักขอห้องตรงข้ามเป้าหมาย ตกเย็นเป้าหมายขับรถเข้าไปในเมืองแหล่งท่องเที่ยว ถนนคนเดิน สองคนเดินจูงมือกันเดินเล่นแบบสบายๆไม่สนใจสายตาใคร ดิฉันและทีมงานก็ตามไปเรื่อยๆ เก็บหลักฐานบ้างหาอะไรกินบ้าง จะซื้ออะไรก็ยากเพราะคนเยอะ ถ้าพลาดสายตาเป้าหมายก็จะหาย  เราเดินจนเมื่อย เป้าหมายยังไม่กลับที่พัก  สงสัยจะข้าวใหม่ปลามัน กว่าจะกลับก็เกือบเที่ยงคืน   ถึงห้องพักเราต้องรีบนอนเพราะต้องตื่นเช้าไปนั่งดักรอที่ห้องอาหารเช้า  ปรากฎว่า รีสอร์ทแห่งนี้มีแขกพักแค่ 2 ห้อง ของเรากับเป้าหมาย ที่ห้องอาหารเช้ามีเราแค่ 5 คน   เดินหลบไปหลบมาก็ไม่พ้น  เสร็จสรรพต้องรีบเช็คเอ้าท์ทันทีไปรอที่ทางออก  พอเห็นรถเป้าหมายออกมาเราตามไปช้าๆ เพราะเมืองเล็กนิดเดียวที่เที่ยวก็ไม่เยอะ ไม่ใช่เทศกาลนักท่องเที่ยวก็ไม่มีเลย มีแค่เราจริงๆ ไปตรงไหนก็เจอจนเป้าหมายมองหน้า ท่าทางไม่ดีแน่ เลิกตามดีกว่า ดิฉันกับทีมงานจึงตัดสินใจเดินทางกลับก่อนไปดักรอทางเข้าเชียงใหม่เลยดีกว่า  เก็บหลักฐานได้เยอะแล้ว ปล่อยให้เป้าหมายและกิ๊กลัลล้ากัน ในระหว่างขับกลับโค้งไปโค้งมา  ฝนตกพร่ำๆตลอดทาง ดิฉันขับไปเรื่อยๆ รถวีออสเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ยังไม่ได้ครึ่งทาง กำลังเลี้ยวอ้อมเขาอยู่เสียงโคร้มดัวสะนั่น ดิฉันร้องว๊ายพร้อมทีมงานในรถอีกสองกรี๊ดดังลั่น รถตกข้างทางโชคดีที่มีภูเขากั้นไว้ ด้านขวามือมีสิบล้อจอดอยู่ พอได้สติเงยหน้าขึ้นรถพังไปครึ่งคัน ประตูคนขับเปิดไม่ได้ รถที่ขับผ่านมารีบวิ่งมาดู เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายให้ช่วยคนในรถ ดูสภาพรถพังยับเยิน คงไม่รอดแน่  หันไปด้านหลังเห็นดารัดนั่งกองกับพื้นรถก้มหน้าอยู่ ด้วยความตกใจ ส่วนหนุงหนิงหน้าซีด นั่งด้านหน้าซ้ายคู่ดิฉัน คนเริ่มมามุงเยอะมาก ดิฉันและทีมงานรีบช่วยกันผลักประตูด้านซ้ายและปีนออกมา  รถกู้ภัยมาถึง รีบค้นหาแต่ไม่มีใครอยู่ในรถแล้ว พวกเราสามคนออกมายืนรวมกันไทยมุง พอทุกคนรู้ว่าเป็นเรา 3 คน ที่ประสบอุบัติเหตุชนกับสิบล้อ  ก็ถามกันใหญ่ว่า “ใช้พระอะไร” แทนที่จะถามว่าเป็นอย่างไร เปล่าเลย!   พอเคลียร์เสร็จดิฉันอาศัยรถประกันภัยลงมาด้านล่าง ส่วนรถยนต์วีออสต้องทิ้งไว้เจ้าของรถเช่าจัดการเอง ... ตอนนั้นพูดอะไรกันไม่ออก เมื่อนึกถึงสภาพรถ  ใครเห็นก็คงคิดว่าไม่รอดแน่  พอลงจากเขาได้ดิฉันรีบต่อรถไปสนามบินทันที จะบินเที่ยวเย็น แต่ไม่รู้จะไปไหน ไม่มีกระจิตกระใจจะเที่ยว ...นั่งรอจนใกล้เวลาขึ้นเครื่อง บังเอิญเดินไปเจอเป้าหมาย เขาเห็นเราท่าทางตกใจเหมือนเห็นผี ... เขาคงเห็นสภาพรถที่เราขับ คงคิดในใจรอดมาได้ไง (สมน้ำหน้าเรามั้ง)  เป้าหมายและกิ๊กแอบมองเราตลอด แต่เราทำเป็นไม่สนใจ  ก็ดีนะ ตามมาให้เราเก็บภาพเพิ่ม เจอมาขนาดนี้เกือบเอาชีวิตไม่รอด ยังไม่ทิ้งลายนักสืบอีกนะเรา   ....นี่แหล่ะคะชีวิตนักสืบไม่ง่ายและไม่สบายเลย จะเจอมาหนักขนาดไหนอาชีพนักสืบก็อยู่ในสายเลือดแล้วล่ะค่ะ........มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งได้ค่ะ!
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก